ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 9

ระบบช็อตฟีล: คำพูดอาบยาพิษ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดพิเศษดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองแขกวีไอพี รวิศหรี่ตามองบุคคลตรงหน้า สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็วระดับซีอีโอเก่า คนคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "เจ้าสัวบูรพา" มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศผู้ทรงอิทธิพล ที่ปกติควรจะนั่งอยู่บนยอดตึกระฟ้า ไม่ใช่มายืนประสานมือยิ้มแย้มอยู่เบื้องหน้าเขาในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเหยียดหยามเช่นนี้ "ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้พบคุณที่นี่... รวิศ" เจ้าสัวบูรพาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงแรงกดดันมหาศาล รัศมีของคนกุมอำนาจเงินตราแผ่ซ่านจนแขกคนอื่นในงานถึงกับต้องหลบสายตา รวิศไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มแค่นยิ้มมุมปาก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่ามหาศาลผู้ทรงอิทธิพลตรงหน้าเป็นเพียงพนักงานส่งพิซซ่าที่มาส่งของช้ากว่ากำหนด "โลกมันกลมดีนะครับ ท่านเจ้าสัว" รวิศตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ "ว่าแต่... วันนี้ว่างมากเหรอครับ ถึงได้ถอดร่างมาจากหอคอยงาช้างเพื่อมาดูคนจนๆ เดินหายใจทิ้งไปวันๆ" มินตราที่ยืนอยู่ข้างกาย รีบเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของรวิศเบาๆ ด้วยความกังวล ใบหน้าหวานฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอกระซิบเสียงสั่น "รวิศ... นั่นท่านเจ้าสัวบูรพานะครับ อย่าไปพูดจาแบบนั้นเลย เดี๋ยวงานจะเข้าเอา..." "ไม่เป็นไรหรอกครับมินตรา คนเราถ้าสมองยังทำงานปกติ ย่อมแยกแยะได้ว่าอันไหนคือคำทักทายอันไหนคือการทòiตีน" รวิศหันไปยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเจ้าสัวบูรพาตรงๆ โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวของรวิศก็ดังขึ้นด้วยความถี่สูง [ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมายระดับบอส: เจ้าสัวบูรพา มหาเศรษฐีผู้คลั่งไคล้ความสมบูรณ์แบบ] [เงื่อนไขภารกิจ: ใช้สกิล "คำพูดอาบยาพิษ" ทำลายความมั่นใจของเป้าหมายให้ย่อยยับภายใน 3 นาที] [รางวัล: หุ้น 15% ของบริษัทในเครือบูรพาโฮลดิ้ง และแต้มความสะใจ 50,000 แต้ม] รวิศแอบยิ้มในใจ ระบบนี่รู้ใจเขาเสียจริง การตบหน้าคนด้วยเงินมันก็สะใจดีอยู่หรอกครับ แต่การตบหน้าด้วยคำพูดจนอีกฝ่ายดิ้นไม่พึงนี่มันคือศิลปะชั้นสูงชัดๆ เจ้าสัวบูรพาหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องมองรวิศราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ดูเหมือนว่าอดีตซีอีโอตกอับอย่างเธอ จะยังรักษาปากดีๆ เอาไว้ได้สินะ รวิศ... รู้ไหมว่าบริษัทที่เธอเคยบริหารจนเจ๊งคามือน่ะ ตอนนี้ฉันกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดมาไว้ในมือด้วยราคาแค่เศษเงินหลังตู้เย็นแล้วนะ" คำพูดนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนที่ยืนล้อมรอบได้ทันที หลายคนส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ย บางคนถึงกับส่ายหัวด้วยความสมเพช แต่มินตรากลับหน้าซีดเผือด เธอก้าวออกมาบังรวิศไว้ครึ่งตัว แม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่แววตาของหญิงสาวกลับแน่วแน่ "ท่านเจ้าสัวทำเกินไปแล้วนะครับ รวิศเขาพยายามอย่างเต็มที่แล้ว..." รวิศเอื้อมมือไปแตะไหล่บางของมินตราเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นๆ ก่อนจะก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับมหาศาลผู้ทรงอิทธิพลด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุ "อ๋อ... ซื้อมาด้วยเศษเงินหลังตู้เย็นเหรอครับ?" รวิศทวนคำ น้ำเสียงเจือความขบขันอย่างปิดไม่มิด "ผมต้องขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ นะครับท่าน ที่ในที่สุดท่านก็มีงานอดิเรกใหม่เสียที... หลังจากที่ผมสังเกตมานาน นึกว่าท่านชอบสะสมแต่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ตกรุ่นเสียอีก" เจ้าสัวบูรพาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ "เธอว่ายังไงนะ?" "ผมก็แค่พูดตามเนื้อผ้าครับท่าน" รวิศยักไหล่ สีหน้าจริงจังราวกับกำลังบรรยายวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาค "บริษัทนั้นผมเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ ผมรู้ดีว่าไส้ในมันเน่าเฟะขนาดไหน หนี้สินรุงรัง เทคโนโลยีก็ล้าหลังเหมือนไดโนเสาร์เต่าล้านปี การที่ท่านเอาเงินก้อนโตไปทุ่มซื้อซากศพเดินได้แบบนั้น... พูดตามตรงในฐานะคนเคยอยู่ในวงการ ผมรู้สึกสงสารผู้ถือหุ้นรายอื่นของท่านจับใจเลยครับ ป่านนี้คงนั่งกินพารากันเป็นกำมือแล้วมั้งครับเนี่ย" บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันที ทุกคนในห้องอ้าปากค้าง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาถากถางมหาเศรษฐีระดับประเทศแบบนี้มาก่อนต่อหน้าธารกำนัล รวิศไม่เพียงแต่ไม่กลัว แต่เขายังวิจารณ์การลงทุนของเจ้าสัวบูรพาว่าเป็นเหมือนการซื้อขยะเข้าบ้านได้อย่างหน้าตาเฉย! ใบหน้าของเจ้าสัวบูรพาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจและรัศมีน่าเกรงขามเมื่อครู่ถูกคำพูดอาบยาพิษของรวิศกราะเซาะจนแทบไม่เหลือชิ้นดี "ปากกล้าดีนี่รวิศ! คิดว่ามีดีแค่คำพูดแล้วจะพลิกสถานการณ์ได้งั้นรึ? แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่ไม่มีแม้แต่เงินจะกินข้าว!" เจ้าสัวบูรพาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว รวิศหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาที่มองไปยังมหาศาลผู้ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยความเวทนาอย่างแท้จริง "เงินเหรอครับ?" รวิศพูดพลางหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น "ท่านเจ้าสัวครับ... โลกนี้น่ะ มันกว้างใหญ่กว่าตู้เย็นที่บ้านท่านเยอะนะครับ" ชายหนุ่มหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ลวดลาย ล้อมกรอบด้วยทองคำแท้ ออกมาถือไว้ในมือ บัตรใบนั้นสะท้อนแสงไฟระยิบระยับเตะตาจนทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียว นั่นคือ "The Black Card" ของจริง บัตรที่จำกัดจำนวนผู้ถือครองทั่วโลกไม่ถึงสิบคน และหนึ่งในนั้น... คือบัญชีลับที่ระบบมอบให้รวิศครอบครอง! รวิศยื่นบัตรใบนั้นไปตรงหน้าเจ้าสัวบูรพาที่กำลังยืนแข็งทื่อเป็นหิน พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "ถ้าท่านสนใจจะซื้อซากบริษัทของผมคืนล่ะก็... เชิญรูดบัตรใบนี้ได้เลยนะครับวงเงินไม่จำกัด" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมราวกับพนักงานขายบริการลูกค้าชั้นเยี่ยม "แต่บอกไว้ก่อนนะ... ถึงผมจะใจดี แต่เศษเงินหลังตู้เย็นของท่านน่ะ... อาจจะไม่พอแม้แต่ค่าธรรมเนียมรูดบัตรของผมหรอกครับท่านเจ้าสัว" เจ้าสัวบูรพากระSับหมัดแน่นจนสั่นเทา ดวง เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นโลโก้บนบัตรสีดำสนิทนั้นชัดเจน ในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินแหวกน่านฟ้าเข้ามาจอดสนิทอยู่บนลานจอดดาดฟ้าของอาคาร เสียงใบพัดกรรโชกแรงพร้อมกับแรงลมที่พัดกระโชกเข้ามาในห้องรับรอง ทำให้ทุกคนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง ประตูกระจกบานใหญ่ถูกเปิดออกโดยบอดี้สองแถวในชุดสูทรasดก พร้อมกับเลขาคนสนิทของเจ้าสัวบูรพาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องด้วยความตกใจขีดสุด "ท่านครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาละล่ำละลักพูดเสียงดังลั่นห้อง "หุ้นของบูรพาโฮลดิ้ง... กำลังถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงตลาดในเวลาไม่ถึงสามนาทีโดยผู้ถือหุ้นปริศนา... ตอนนี้... ตอนนี้บริษัทของเรากำลังจะล้มละลายแล้วครับ!" เจ้าสัวบูรพาหน้าถอดสี ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่หันกลับมามองหน้ารวิศที่ยังคงยืนยิ้มกริ่มอย่างไร้ความกังวล ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%