ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 16

การผจญภัยในตลาดหุ้น

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"คุณรวิศคะ... ฉันว่าหุ้นตัวนี้กราฟมันดิ่งลงเหวเหมือนคนตกหน้าผาแล้วนะคะ ทำไมคุณถึงบอกให้เราซื้อเพิ่มล่ะคะ?" มินตรากะพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟโบราณราคาแก้วละสิบบาทอย่างสบายใจเฉิบ บนหน้าจอแสดงกราฟราคาหุ้นของบริษัทพลังงานทางเลือกแห่งหนึ่งที่กำลังร่วงกวาดพื้นอย่างน่าเวทนา มูลค่าของมันหายไปกว่าครึ่งภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์เนื่องจากข่าวฉาวของผู้บริหาร รวิศวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ เขายิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ที่มินตราคุ้นเคยดี อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน ขยับตัวเข้าไปใกล้หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีเงินเก็บก้อนสุดท้ายของพวกเขาแสดงอยู่ "มินตรา ตัวเธอเองก็รู้ว่าผมเกลียดคนอวดรวยใช่ไหมครับ?" รวิศเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย "แต่สิ่งที่ผมเกลียดมากกว่าคนอวดรวย ก็คือพวก ‘เซียนหุ้น’ ที่ชอบทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว วิเคราะห์กราฟสามร้อยหกสิบองศาแต่สุดท้ายก็พาเม่าไปติดดอย" "แล้วนี่...?" มินตราเอียงคอสงสัย "นี่คือศิลปะของการสวนกระแสครับ" รวิศหัวเราะในลำคอ ดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาในหัวดังขึ้นติ๊ง! [ติ๊ง! ตรวจพบความโลภของตลาดในระดับวิกฤต ระบบ 'ชีวิตติดลบ' ทำการเปิดใช้งานโหมด 'นักลงทุนมือพระกาฬ'] [คำแนะนำจากระบบ: ซื้อหุ้นบริษัท พลังงานลมกุดหัว จำกัด จำนวนหนึ่งแสนหุ้น ณ วินาทีนี้!] [ผลตอบแทนคาดการณ์: ภายในสามชั่วโมง ราคาจะพุ่งทะยานขึ้น 300% เนื่องจากข่าวการเทคאוברลับๆ จากกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก!] รวิศยกยิ้มกว้างขึ้น เขารู้ดีว่าระบบนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง แม้ว่ามันจะมีชื่อที่ชวนให้ชีวิตพัง 
แต่ระบบดันมีความสามารถในการโกงตลาดหุ้นแบบหน้าด้านๆ ชนิดที่ กลต. เห็นคงต้องกุมขมับ "คุณรวิศคะ... ฉันแอบใจหายใจคว่ำ เงินก้อนนี้คือเงินที่เราเก็บไว้กินข้าวเกือบครึ่งปีเลยนะคะ ถ้ามันละลายหายไป เราคงต้องกินมาม่ารสหมูสับติดต่อกันไปจนถึงชาติหน้าแน่ๆ เลยค่ะ" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล มือเรียวเล็กบีบเข้าหากันแน่น แม้ปากจะบ่นแต่เธอก็ไม่ได้ห้ามปราม เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ความเชื่อใจที่เธอมีให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่วันที่เขาล้มละลายจนถึงวันที่พวกเขาต้องกัดก้อนเกลือกินด้วยกัน รวิศเอื้อมมือไปกุมมือบางของคู่หมั้นสาวไว้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นใจไปสู่หญิงสาว "เชื่อผมเถอะครับมินตรา... วันนี้แหละที่เราจะไปตบหน้าพวกที่เคยหัวเราะเยาะเราในงานเลี้ยงสมาคมสัปดาห์ก่อนให้หน้าชาไปจนถึงกระดูกดำ" รวิศกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพหน้าจอเทรดหุ้นที่ตัวเลขกำลังกะพริบสีแดงฉาน นิ้วเรียวยาวของรวิศกดคลิกเมาส์ยืนยันคำสั่งซื้อทันที! *ยืนยันการทำรายการ: ซื้อหุ้น พลังงานลมกุดหัว จำกัด 100,000 หุ้น สำเร็จ!* เวลาผ่านไปราวกับเต่าคลานสำหรับมินตรา แต่สำหรับรวิศ มันคือช่วงเวลาแห่งการรอคอยเหยื่อติดกับดัก ชายหนุ่มเปิดหน้าจอข่าวสารเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย ขณะที่มินตรานั่งลุ้นจนตัวโก่ง แทบจะไม่กล้าหายใจแรง ผ่านไปสองชั่วโมงครึ่ง... "คุณรวิศคะ! คุณรวิศดูนั่นสิคะ!" มินตราส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ กราฟสีแดงที่เคยดิ่งลงเหวราวกับดิ่งพสุธา จู่ๆ ก็เกิดแท่งเขียวมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเสมือนจรวด SpaceX ของอีลอน มัสก์! ปริมาณการซื้อขายหลั่งไหลเข้ามาอย่างไร้ทิศทางราวกับเขื่อนแตก ตัวเลขกำไรในพอร์ตของรวิศกระโดดจากติดลบหลักพัน กลายเป็นบวกหลักล้าน... และกำลังพุ่งทะยานขึ้นวินาทีต่อวินาทีอย่างบ้าคลั่ง! [ติ๊ง! ภารกิจ 'แมงเม่าผงาดฟ้า' สำเร็จ!] [กำไรสุทธิจากการเทรดรอบนี้: 3,500,000 บาท!] [ปลดล็อกฉายา: เจ้ามือจำเป็นแห่งวอลล์สตรีท (ฉบับกะโหลกไขว้)] รวิศหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสะใจ เขาย้อนนึกถึงภาพของ 'คุณชายกิตติ' ทายาทห้างดังที่เคยเดินเข้ามาเยาะเย้ยเขาในงานสังคมเมื่อไม่กี่วันก่อน ว่าเป็นไอ้ขี้แพ้เกาะผู้หญิงกิน ตอนนั้นกิตติคุนักคุหนาว่ากำลังลงทุนในหุ้นตัวนี้และทำกำไรได้มหาศาล แต่ตอนนี้... กิตติคงกำลังนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่บนดอยสูงชัน เพราะข่าวฉาวที่หลุดออกมาเมื่อครู่ แท้จริงแล้วเป็นข่าวปลอมที่กลุ่มทุนใหญ่ปล่อยเพื่อให้เม่าตื่นกลัวและคายหุ้นออกมา ก่อนจะกว้านซื้อรวบกิจการในราคาถูก! และคนที่ช้อนซื้อหุ้นทั้งหมดไปในจังหวะต่ำสุด ก็คือรวิศคนนี้นี่เอง! "เห็นไหมครับมินตรา... ผมบอกแล้วว่าการอ่านกราฟมันสู้การอ่านใจคนโลภไม่ได้หรอก" รวิศหันไปยิ้มกริ่มให้คู่หมั้นสาวที่ตอนนี้อ้าปากค้าง ตาค้าง ทำอะไรไม่ถูกไปเสียแล้ว "สาม... สามล้านห้า... คุณรวิศคะ เรากลายเป็นเศรษฐีเงินล้านชั่วข้ามคืนแล้วเหรอคะเนี่ย?" มินตราเอามือทาบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนความฝัน "แค่เริ่มต้นครับมินตรา..." รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างเนี๊ยบกริบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง "ในเมื่อเรามีเงินทุนก้อนโตแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องไป ‘ทวงคืน’ ศักดิ์ศรีที่งานประมูลการกุศลคืนนี้สักหน่อย" พูดจบ รวิศก็หยิบโทรศัพท์มือถือราคาประหยัดขึ้นมา กดโทรออกหาหมายเลขที่ไม่ได้ติตต่อมานาน "สวัสดีครับ... ผมรวิศเองครับ... ช่วยเตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของโรงแรมหรูย่านใจกลางเมืองให้ผมหน่อย เอาแบบที่จอดลงบนดาดฟ้าตึกนี้ได้เลยนะพอดีผมรีบ... ครับ ขอบคุณมากครับ" รวิศกดวางสายท่ามกลางความตะลึงงันของมินตราที่ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ทันใดนั้นเอง... เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอก หน้าต่างกระจกสั่นสะเทือนตามแรงลม มินตราบีบมือรวิศแน่นด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเงาของเฮลิคอปเตอร์ลำยักษ์ร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึกแถวเก่าๆ ของพวกเขาอย่างอุกหาด! รวิศหันมามองหน้ามินตรา พร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์แบบฉบับสุภาพบุรุษตัวตึง "ไปกันเถอะครับมินตรา... ไปดูกันว่าไอ้พวกที่เคยเหยียบเราไว้ จะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นเราเดินลงมาจากฟากฟ้า" *โครมคราม!* เสียงประตูชั้นดาดฟ้าถูกถีบเปิดออกโดยชายชุดสูทสากลสีดำสนิทสามคนที่เดินเรียงแถวลงมาโค้งคำนับให้รวิศอย่างนอบน้อม พร้อมกับยื่นบัตรเครดิตสีดำสนิทฝังเพชรแท้สะท้อนแสงไฟวิบวับให้แก่เขา... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ --- *นามปากกา: ฮาไม่จำกัด*
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%