"รวิศ... คุณอธิบายไอ้นี่หน่อยสิครับ... เอ๊ย,ค่ะ... ไม่ใช่! คุณรวิศคะ!"
เสียงทุ้มหวานปนสั่นเครือของมินตราดังขึ้น พร้อมกับกระดาษใบเสร็จความยาวเกือบสองเมตรที่ถูกวางแผ่หลาลงบนโต๊ะอาหารริมทางเท้า เต้นท์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปข้างทางที่เต็มไปด้วยไอน้ำเดือดพลุกพล่าน ทว่าบรรยากาศรอบตัวเธอกลับเย็นเยียบราวนั่งอยู่กลางขั้วโลกเหนือ ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่มองชายหนุ่มผู้กำลังคีบเส้นบะหมี่เข้าปากด้วยท่าทางสบายอารมณ์ รวิศเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว แม้ว่ากระดาษใบนั้นจะระบุยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเมื่อสิบนาทีที่แล้วเป็นตัวเลขเจ็ดหลักสำหรับค่า 'ถุงเท้าขนมิ้งค์นำเข้าจากอิตาลีให้สุนัขจรจัด' ก็ตาม
ผมวางตะเกียบลงช้าๆ พ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคู่หมั้นสาวที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านมรสุมชีวิตหนี้สินร้อยล้านมาด้วยกัน มินตราในยามนี้ไม่ได้สวมชุดหรูหรา เธอใส่เพียงเสื้อยืดสีซีดกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ แต่แววตาที่กำลังจ้องมองผมนั้นเต็มไปด้วยคำถามนับล้านประการที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป
"ใจเย็นๆ ก่อนนะมินตรา คุณก็รู้ว่าช่วงนี้ระบบมัน... เอ่อ... อารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย" ผมส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป พยายามกลบเกลื่อนพิรุธที่พุ่งสูงปรี๊ดทะลุกราฟ
"ระบบอะไรของคุณอีกแล้วล่ะวิศ!" มินตราใช้มือเรียวบางทุบโต๊ะไม้จนชามพลาสติกสั่นสะเทือน "นี่มันเงินล้านนึงนะ! เงินสด! ไม่ใช่เศษเหรียญในกระปุกออมสิน! ตั้งแต่คุณบอกว่าได้ 'ระบบตัวตึง' อะไรนั่นมา ชีวิตเราก็แปลกพิลึก คุณซื้อตึกแถวสามคูหาให้ลุงขายปาท่องโก๋หน้าปากซอยเมื่อวานซืน แถมวันนี้ยังเหมาซุปเปอร์マーケットทั้งสาขาเพื่อแจกไอติมเด็กอนุบาล... คุณเอาเงินมาจากไหน พูดความจริงกับฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!"
บรรยากาศรอบโต๊ะบะหมี่เงียบลงชั่วขณะ เสียงซดน้ำซุปของลุงเจ้าของร้านดังขึ้นแทรกความตึงเครียด แต่มันไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ผมถอนหายใจยาวเหยียด รู้ตัวดีว่าการโกหกหญิงสาวที่ฉลาดและรู้ทันผมทุกฝีก้าวอย่างมินตราเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นยอดเขาเอเวอเรสต์มือเปล่า แต่จะให้บอกความจริงเรื่องระบบประหลาดที่บังคับให้ผมต้องผลาญเงินเพื่อแลกกับแต้มความสุขบ้าบอคอแตก ก็เกรงว่าเธอจะคิดว่าผมสติหลุดไปเสียก่อน
"มินตรา... ฟังผมนะ" ผมเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่กำลังกำหมัดแน่นบนโต๊ะ สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในใจเธอ "ที่คุณเห็นทั้งหมด... มันคือการลงทุน"
"ลงทุน?" มินตราเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเจือความไม่เชื่อถืออย่างเห็นได้ชัด "ลงทุนซื้อถุงเท้าให้หมาจรจัดเนี่ยนะ? จะคืนทุนยังไง หมามันจะใส่ไปเดินแบบแฟชั่นวีคปารีสแล้วแบ่งกำไรให้เราหรือไงคะวิศ!"
"เอ่อ... อันนั้นมันก็เป็นไปได้ในอนาคตนะ" ผมตอบหน้าตาย เรียกเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากหญิงสาวทันที
"รวิศ! ฉันซีเรียสนะ!" มินตราดึงมือกลับไปกอดอก ใบหน้าเนียนใสบึ้งตึงด้วยความงอนปนเป็นห่วง "เราคบกันมาตั้งแต่คุณเป็นซีอีโอเนื้อหอม จนกระทั่งบริษัทล้มละลาย เป็นหนี้ท่วมหัวจนต้องมานั่งกินบะหมี่ข้างทางแบบนี้ ฉันไม่เคยบ่นสักคำ ฉันพร้อมจะลุยกับคุณ เริ่มต้นใหม่จากศูนย์ด้วยซ้ำ... แต่สิ่งที่ฉันรับไม่ได้เลยก็คือ 'ความลับ' และความไม่ชัดเจนของคุณ รู้ไหมว่าฉันกลัว... กลัวว่าคุณไปทำอะไรผิดกฎหมายมา กลัวว่าคุณจะถูกตำรวจจับแล้วทิ้งให้ฉันเคว้งคว้างอีกคน"
ประโยคสุดท้ายของเธอทำให้รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของผมเลือนหายไปทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกผิด
ผมลืมไปสนิท... ว่าสำหรับมินตราแล้ว เธอมองโลกในแง่ดีและอดทนเคียงข้างผมด้วยความรักที่บริสุทธิ์จริงๆ เธอยอมรับความยากลำบากได้ แต่เธอไม่อาจทนเห็นคนที่รักต้องเดินไปบนเส้นทางที่อันตรายหรือทุจริตได้เลย
ในขณะที่ผมกำลังอ้าปากจะอธิบายความจริงบางส่วน เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของผมทันที
*[ติ๊ง! ตรวจพบความสงสัยระดับวิกฤตจากคู่ชีวิต ความลับเสี่ยงต่อการรั่วไหล 100%!]*
*[ระบบขอเสนอภารกิจฉุกเฉิน: "สารภาพรักและเปย์ให้สุดขีดเพื่อปิดปาก"]*
*[เงื่อนไข: พาคู่หมั้นไปช้อปปิ้งแบรนด์เนมขั้นต่ำ 10 ล้านบาทภายใน 1 ชั่วโมง หากทำสำเร็จ ปลดล็อกสกิลพิเศษ 'ตาสับปะรด' มองทะลุราคาทรัพย์สินได้ทั่วโลก!]*
*[หากล้มเหลว: ระบบจะทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมดและบังคับให้สวมชุดมาสคอตไก่ย่างยืนเต้นหน้าร้านสะดวกซื้อเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน]*
ให้ตายเถอะ! ไก่ย่างอีกแล้วเหรอ! ระบบบ้านี่มันโรคจิตชัดๆ!
ผมสะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬแตกพลั่กโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนมินตราสังเกตเห็นความผิดปกติ
"คุณเป็นอะไรไปวิศ? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย หรือว่า... มีความลับอะไรจริงๆ?" มินตราหรี่มองอย่างจับผิด ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อสังเกตอาการ
"เปล่า! ไม่มีอะไรทั้งนั้น!" ผมรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าข้อมือบางของคู่หมั้นสาวให้ลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว "มินตรา... เชื่อใจผมไหม?"
"อะ... อะไรของคุณเนี่ย อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำหน้าจริงจัง" มินตรางุนงง แต่ก็ยอมลุกตามแรงดึงโดยอัตโนมัติ
"ถ้าคุณอยากรู้ความลับทั้งหมด... งั้นก็ตามผมมานี่!" ผมประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่
ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร เสียงคำรามทุ้มต่ำของเครื่องยนต์เจ็ตเฮลิคอปเตอร์รุ่นล่าสุดก็ดังกระหึ่มก้องกังวานเหนือท้องฟ้า ลมพัดกระโชกแรงจนแผงลอยข้างทางแทบปลิว ผู้คนรอบข้างต่างแตกตื่นและเงยหน้าขึ้นมองภาพที่ไม่คาดฝัน เมื่อเฮลิคอปเตอร์สีดำสนิทสลักลายโลโก้ทองคำสุดอลังการค่อยๆ ลดระดับลงจอดอย่างนุ่มนวลกลางถนนซอยแคบๆ หน้าแผงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างอุกอาจ!
ประตูกลางลำเครื่องเปิดออก พร้อมกับร่างของชายชุดสูทสากลนับสิบคนก้าวลงมาโค้งคำนับให้ผมเป็นระเบียบเรียบร้อย
มินตราอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า สมองของเธอน็อกสนิทประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า
ผมหันไปสบตากูคู่หมั้นสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อราวนับเลขไม่ถูก ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับของตัวตึงประจำซอย แล้วเอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง
"ไปกันเถอะที่รัก... ผมจะพาคุณไปซื้อห้างทั้งห้าง เพื่อพิสูจน์ว่าเงินล้านพวกนั้น... มันเป็นแค่เศษเงินทอนสำหรับผมจริงๆ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 15
มินตราเริ่มสงสัยในตัวระบบ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!