ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 7

ตอบโต้ด้วยการกว้านซื้อหุ้น

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคิดว่าเงินห้าล้านบาทในบัญชีของบริษัทคุณจะทำให้ผมรู้สึกสะเทือนใจได้ล่ะก็... ผมเกรงว่าคุณคงต้องไปเรียนวิชาคณิตศาสตร์อนุบาลใหม่อีกรอบแล้วล่ะครับคุณกวิน" เสียงหัวเราะในลำคอของรวิศดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางความเงียบงันภายในห้องประชุม กวินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ จะเอ่ย หลุดอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงจนตัวสั่นเทา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับของชายผู้เคยหยิ่งทะนงตนว่าเหนือกว่าผู้อื่น ดวงตาของกวินเบิกกว้างจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงตัวเลขกราฟความเสียหายของบริษัทตัวเอง ซึ่งกำลังดิ่งเหวลงราวกับตกหน้าผา มินตราที่นั่งอยู่เคียงข้าง กะพริบตาปริบๆ มองสลับระหว่างสีหน้าซีดเผือดของกวินกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์ของรวิศ มือเรียวเล็กของเธอยังคงถือแก้วน้ำอุ่นไว้แน่น แม้สมองของเธอจะยังประมวลผลไม่ค่อยทันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็รู้สติอย่างหนึ่ง... ตั้งแต่สามีในอนาคตของเธอคนนี้ประกาศกร้าวว่าจะพลิกชีวิตติดลบ รวิศไม่เคยทำให้เธอต้องกังวลเรื่องค่าเช่าห้องหรือค่ามาม่าสิ้นเดือนอีกเลย "คุณ... คุณทำอะไรกับหุ้นของบริษัทผม!" กวินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวแต่ก็เจือความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด รวิศยิ้มมุมปากอย่างสุภาพ ชายหนุ่มขยับเนกไทราคาแพงที่เพิ่งสั่งตัดพิเศษเมื่อวานนี้อย่างใจเย็น ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาหลักแสน ท่าทางสบายๆ ของเขายิ่งตัดกับความกระวนกระวายใจของกวินราวฟ้ากับเหว "ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ผมแค่... ช้อปปิ้งนิดหน่อยเอง" รวิศตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าในใจของเขากลับกำลังกดปุ่มควบคุมระบบมหาศาลที่สั่น뢰อยู่ในห้วงความคิด *[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการกว้านซื้อหุ้นของเป้าหมาย ระบบดำเนินการอนุมัติวงเงินฉุกเฉิน: 50,000,000 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน) เรียบร้อยแล้ว]* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัว พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่เกือบจะหุบไม่อยู่ของรวิศ เงินห้าสิบล้านบาทที่ได้มาฟรีๆ จากระบบทําให้เขารู้สึกราวกับเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้นในพริบตา ในอดีตเขาเคยเป็นซีอีโอที่ต้องกุมขมับกับตัวเลขขาดทุน แต่วันนี้... เขามีเงินสดในมือที่พร้อมจะถล่มใครก็ตามที่เคยเหยียบย่ำเขาให้จมดิน มินตราโน้มตัวเข้ามาใกล้รวิศเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอใช้ประจำโชว์เข้ามาแตะจมูก รวิศเหลือบมองคู่หมั้นสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ในวันที่กระเป๋าเงินว่างเปล่า ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยบ่นแม้แต่คำเดียวตอนที่พวกเขากินข้าวไข่เจียวติดต่อกันสามวันเจ็ดวัน และในตอนนี้... คือเวลาที่เขาจะทวงคืนทุกอย่างเพื่อเธอ "รวิศคะ..." มินตรากระซิบเสียงเบาด้วยความกังวลใจ "เรา... เรามีเงินซื้อหุ้นบริษัทเขาจริงๆ เหรอคะ หรือว่าคุณไปกู้หนี้ยืมสินใครมาอีก... ฉันบอกแล้วไงคะว่าเราค่อยๆ หาเงินก็ได้ ไม่ต้องไปเสี่ยงขนาดนี้หรอก" รวิศหันไปสบตาคู่หมั้นสาว แววตาของเขาอบอุ่นและอ่อนโยนลงทันทีต่างจากเวลาที่ใช้มองศัตรูทางธุรกิจ มือหนายื่นไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของมินตราไว้เบาๆ บีบให้ความมั่นใจ "เชื่อใจผมนะครับมินตรา" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและจริงจัง "เงินทั้งหมดนี่ได้มาอย่างสุจริต... หมายถึง สุจริตในแบบที่ระบบมันบันดาลให้น่ะนะครับ เอาเป็นว่า วันนี้คุณจะได้เห็นว่า คนที่เคยหัวเราะเยาะเราจะต้องคุกเข่าร้องขอความเมตตาอย่างไรบ้าง" กวินที่ตั้งสติได้บ้างแล้วหลังจากโดนหมัดน็อกนัดใหญ่ซัดเข้าเต็มหน้า กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามรักษาฟอร์มของทายาทตระกูลใหญ่ แม้เสียงจะสั่นเครือจนน่าสมเพชก็ตาม "แก... แกคิดว่ามีเงินแค่ไม่กี่สิบบ้านแล้วจะฮุบ ‘กวินทร์ กรุ๊ป’ ของฉันได้งั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ! ผู้ถือหุ้นใหญ่คนอื่นไม่มีทางขายหุ้นให้แกหรอก!" กวินตบโต๊ะประชุมเสียงดังลั่น รวิศหัวเราะในลำคอเบาๆ อีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนตาม พร้อมกับจัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างเนี๊ยบกริบ "ผู้ถือหุ้นใหญ่งั้นเหรอครับ?" รวิศเลิกคิ้วขึ้นอย่างกวนประสาท "คุณหมายถึงลุงสธน คนที่ถือหุ้นอยู่ 15% คนนั้นน่ะเหรอครับ? หรือว่าคุณน้าวิภาวรรณ ที่เพิ่งไลน์มาบอกผมเมื่อหนาวนาทีที่แล้วว่า ยินดีขายหุ้นทั้งหมดให้ผมในราคาพรีเมียมดีล?" สีหน้าของกวินเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดสนิทราวกับคนตาย ไร้ซึ่งสีเลือดหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ร่างกายของเขาล้มลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้อีกครั้งราวกับกระดูกสันหลังหัก ทาสีหน้าแตกตื่นตกใจสุดขีดจนพูดไม่ออก ข้อมูลภายในระดับวงในแบบนั้น... รวิศรู้ได้อย่างไร! "แก... แกเป็นใครกันแน่..." กวินพึมพำออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ดวงตาเหม่อลอยไร้ทิศทาง ความมั่นใจทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าในเวลาไม่ถึงสิบนาที รวิศก้าวเดินเข้าไปหากวินทีละก้าวอย่างมั่นคง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังวาระสุดท้ายของอาณาจักรตระกูลกวิน "ผมก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่เคยโดนคุณเหยียบย่ามเมื่อสัปดาห์ก่อนไงครับคุณกวิน" รวิศโน้มตัวลงกระซิบข้างหูกวินด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นยะเยือก "และจำเอาไว้... คนที่ไม่มีอะไรเลยในวันนั้น วันนี้เขาพร้อมจะซื้อทุกอย่างที่คุณรัก... แม้กระทั่งเก้าอี้ที่คุณนั่งอยู่ตอนนี้ด้วยซ้ำ" ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงของกวินก็แผדเสียงแหลมสูงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ กวินมือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยความยากลำบาก "ฮะ... ฮัลโหล..." เสียงปลายสายตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณกวินครับ! แย่แล้วครับ! มีนักลงทุนปริศนากว้านซื้อหุ้นล็อตใหญ่ที่สุดในตลาดตอนนี้ ราคาหุ้นของเราพุ่งทะยานแต่ก็ถูกเทขายทุบจนวงแตก! ตอนนี้คณะกรรมการบริษัทเรียกประชุมด่วนครับ! บอร์ดบริหารกำลังจะปลดคุณออกจากตำแหน่งซีอีโอแล้วครับ!" กวินปล่อยโทรศัพท์หลุดมือร่วงลงกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาทอประกายแห่งความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ รวิศยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ระบบในหัวส่งเสียงเตือนความสำเร็จดังระรัว ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเอמהปากปิดเกมคู่ปรับเก่าอย่างไร้เยื่อใย เสียงเคาะประตูกระจกห้องประชุมก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดสูทแบรนด์เนมระดับโลกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเงิน เธอก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างาม เย่อหยิ่ง และทรงพลัง จนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ และใบหน้านั้น... คือคนที่รวิศคาดไม่ถึงที่สุดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในเวลานี้! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฮาไม่จำกัด" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%