"ถ้าคุณจะยืนอ้าปากค้างเป็นรูปตัวโอขนาดนั้น เอาแมลงวันไปสักตัวไหมคะ... เอ๊ย, เอาเงินไปสักปึกไหมคะรวิศ?"
เสียงหวานใสที่เจือแววขี้เล่นดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงัน รวิศชะงักฝีเท้ากึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน หัวใจกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เข่อยๆ หันขวับกลับไปมองข้างหลังอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนจากอาการสมองเสื่อมชั่วขณะ
เบื้องหลังของเขาคือหญิงสาวในชุดเดรสสีพื้นเรียบง่าย รอยยิ้มกว้างขวางจนตาหยีปรากฏอยู่บนใบหน้าสะสวยที่แม้จะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่นัยน์ตากลับสุกใสเป็นประกาย มินตรา... คู่หมั้นสาวผู้ร่วมสุขร่วมทุกข์มาด้วยกันตั้งแต่ตอนที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของครอบครัวเธอประกาศล้มละลาย และตัวเขาเองก็กลายเป็นชายหนุ่มตกงานที่แม้แต่ค่ามาม่าสาหร่ายยังต้องหารครึ่ง
แต่เดี๋ยวก่อน... สิ่งที่อยู่ข้างกายเธอนอกจากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่มีรอยขาดตรงมุมแล้ว ยังมีกล่องกระดาษลังสีน้ำตาลใบโตแปะเทปกาวมิดชิดอีกสามกล่อง!
"มิน... เธอแบกอะไรมาน่ะ?" รวิศกะพริบตาปริบๆ สมองอันชาญฉลาดที่เพิ่งได้รับระบบเศรษฐีพันล้านมาหมาดๆ ประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทัน ชั่ววินาทีนั้น เขาลืมเรื่องระบบเสียงเตือนในหัวไปเสียสนิท
"อ๋อ นี่เหรอคะ?" มินตราหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี เธอใช้เท้าเขี่ยกล่องลังใบหนึ่งเบาๆ "หนี้สินไงคะรวิศ เจ้าหนี้จากบริษัททวงหนี้เร่งรัดเมื่อเช้าเพิ่งมายึดโซฟาตัวโปรดกับทีวีจอแบนไป ฉันเลยคิดว่า... ในเมื่อห้องเช่ารูหนูของคุณมันไม่มีอะไรอยู่แล้ว หอบข้าวของที่เหลือรอดมาอยู่ด้วยกันน่าจะประหยัดค่าเช่าได้มากกว่านะคะ"
รวิศอ้าปากค้างยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวผู้เคยเป็นถึงทายาทหมื่นล้าน ยอมทิ้งคฤหาสน์หลังโตมาขดตัวนอนบนฟูกเก่าๆ ในห้องเช่าขนาดสิบตารางเมตรกับเขาตั้งแต่ปีมะรอมมะรอย และในยวันที่เขาเพิ่งจะพลิกชีวิตด้วยระบบประหลาด เธอกลับเดินมาพร้อมกับ... หนี้สิน?
[ติ๊ง! ตรวจพบความสัมพันธ์ระดับ 'รักแท้ในยามวิกฤต' ค่าความภักดีของเป้าหมาย: 100%]
[ระบบปลดล็อกภารกิจพิเศษ: "เปย์ให้ยับ ดับความจนของคู่หมั้น!"]
[เงื่อนไข: ชำระหนี้สินทั้งหมดแทนมินตราภายใน 3 นาที รางวัล: ปลดล็อกอสังหาริมทรัพย์ระดับซูเปอร์ลักชัวรี และเงินสด 100 ล้านบาท!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรวิศ แต่วินาทีนี้ เขากลับไม่ได้สนใจตัวเลขเงินรางวัลมหาศาลเหล่านั้น สายตาของเขาจับจ้องเพียงรอยยิ้มที่พยายามฝืนซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ท่าทางร่าเริงของมินตรา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยบ่นแม้แต่คำเดียวตั้งแต่เขาล้มละลาย เธอยังคงยิ้มได้แม้กระทั่งในวันที่เจ้าหนี้มายืนเคาะประตูห้อง
รวิศสูดลมหายใจเข้าลึก
ความรู้สึกอบอุ่นแล่นพล่านไปทั่วอก รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของอดีตซีอีโอจอมกวนประสาทค่อยๆ ปรากฏขึ้น
"ยิ้มอะไรคะ หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ?" มินตราเอียงคอถามด้วยความสงสัย พลางยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองป้อยๆ
"เปล่าครับ... แค่คิดว่าเธอนี่มันดวงสมพงษ์กับความซวยจริงๆ" รวิศตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาว คว้าหูหิ้วกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาถือไว้เสียเอง พร้อมกับก้มลงมองกล่องลังกระดาษทั้งสามใบ "ไหนเอามาดูซิ หนี้สินที่เธอแบกมาเนี่ย มันมูลค่าเท่าไหร่เชียว ถึงทำให้ทายาทเศรษฐีต้องหอบลังย้ายสำมะโนครัวมาซุกหัวนอนกับชายหนุ่มอนาคตดับอนาถอย่างฉัน"
มินตราเม้มปากเล็กน้อย สีหน้าเจื่อนลงไปวูบหนึ่ง เธอควAกระเป๋าเงินใบเก่าที่ยาแนวเริ่มหลุดลุ่ยออกมา เปิดหยิบกระดาษใบเสร็จและใบแจ้งหนี้สีขาวโพลนยับยู่ยี่ส่งให้เขา "ก็... รวมๆ ดอกเบี้ยด้วยแล้ว ก็ประมาณสามแสนบาทค่ะ พอดีตอนที่พ่อแม่ฉันล้มละลาย ฉันดันไปค้ำประกันเงินกู้ก้อนสุดท้ายไว้เพื่อเอามาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้คุณตอนอาหารเป็นพิษเมื่อปีที่แล้ว..."
ประโยคหลังเบาหวิวจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับดังสะท้อนก้องอยู่ในใจของรวิศอย่างรุนแรง
เพราะเรื่องนั้น... เพราะความซุ่มซ่ามและความเป็นห่วงเขาในวันนั้น ทำให้เธอต้องแบกรับภาระก้อนโตนี้มาโดยตลอดโดยไม่เคยปริปากบ่นให้เขารู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย
รวิศก้มลงมองตัวเลขบนใบแจ้งหนี้ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวอดีตซีอีโอผู้เกลียดความอยุติธรรมและความยากจนเข้ากระดูกดำ ชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศรอบตัวเขาก็เปลี่ยนไปจากหนุ่มกวนประสาทกลายเป็นนักล่าผู้ทรงอำนาจ
"สามแสนเหรอครับ..." รวิศพึมพำเสียงต่ำ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนมุมปาก "พวกมันกล้าดียังไงมาคิดดอกเบี้ยกับว่าที่ภรรยาของผม"
มินตราสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของรวิศ เธอดึงชายเสื้อของเขาเบาๆ ด้วยความกังวล "รวิศ... ใจเย็นก่อนนะคะ ถึงเราจะไม่มีเงิน แต่ฉันลองติดต่อไปทางเจ้าหนี้แล้ว เขาบอกว่าให้ผ่อนจ่ายเดือนละห้าพันก็น่าจะพอไหว..."
"ผ่อนจ่ายบ้าบออะไรกันครับ" รวิศหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊ก หยิบบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิทที่ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปการ์ดสีทองอร่ามออกมา บัตรใบเดียวกับที่ระบบเพิ่งมอบให้เขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
"รวิศคะ นั่นมันบัตรอะไรน่ะ? ทำไมมันดู... ดำทะมึนน่ากลัวจัง เหมือนบัตรปลอมที่เด็กเล่นเลยนะคะ" มินตราขมวดคิ้วมุ่น มองบัตรในมือชายหนุ่มด้วยความงุนงงตามประสาคนมองโลกในแง่ดี
"บัตรปลอมที่ไหนกันครับ นี่มันบัตร 'แบล็กการ์ด ไร้ขีดจำกัด' ระดับพระกาฬเชียวนะ" รวิศยักิ้วหล่อเหลาให้ทีหนึ่ง ก่อนจะกดโทรศัพท์มือถือต่อสายหาเบอร์แปลกประหลาดที่ระบบเพิ่งส่งเข้าความในสมองของเขาเมื่อครู่
"สวัสดีครับ... ผมรวิศนะ พอดีผมสนใจจะ 'ปิดบัญชีหนี้สิน' ทั้งหมดของมินตรา..." รวิศกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจ ปลายสายส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยกลับมาทันที
[แกเป็นใครวะไอ้หนุ่ม? จะปิดบัญชีเหรอ มีปัญญาจ่ายสามแสนสดๆ รึไง หึ! ถ้าไม่มีเงินก็ไสหัวไป อย่ามาเสียเวลา!]
มินตราหน้าถอดสี รีบดึงมือถือออกจากหูรวิศทันที "เฮ้ย อย่าไปคุยกับพวกทวงหนี้โหดแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวเขาก็ส่งคนมาอุ้มเราหรอก!"
รวิศกลับยิ้มกริ่มอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาแย่งมือถือกลับมาเปิดสปーカーโฟนให้เสียงดังลั่นทางเดินอพาร์ตเมนต์เก่าๆ
"ฟังให้ดีนะครับคุณเจ้าหนี้... ผมให้เวลาคุณห้านาที ส่งเลขบัญชีมา พร้อมกับเอกสารปลดหนี้ทั้งหมดมาที่นี่ และถ้าช้าแม้แต่วินาทีเดียว..." รวิศเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "ผมจะกว้านซื้อบริษัททวงหนี้กระจอกๆ ของพวกคุณ แล้วไล่พวกคุณออกทั้งหมดให้ไปนั่งขอทานข้างถนนซะ!"
[ฮ่าๆๆๆ ไอ้เด็กนี่มันเพ้อเจ้อใหญ่แล้ววะ! แน่จริงก็โอนมาสิฟะ เลขบัญชีคือ...]
ปลายสายยังพูดไม่ทันจบ รวิศก็กดตัดสาย โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันปริศนาในมือถือที่เชื่อมต่อกับแบล็กการ์ดทันทีโดยไม่ต้องใส่รหัสผ่านใดๆ
[ติ๊ง! ทำรายการชำระหนี้จำนวน 300,000 บาท สำเร็จ!]
[ยอดเงินคงเหลือในระบบ: 999,700,000 บาท]
[ภารกิจสำเร็จ! ปลดล็อกรางวัล: คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง และรถซูเปอร์คาร์ พร้อมคนขับรถส่วนตัว!]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือน SMS จากธนาคารในมือถือของเจ้าหนี้ที่ดังแทรกขึ้นมากลางปล่องบันได
ฉับพลัน... โทรศัพท์มือถือของมินตราก็สั่นสะامรัวราวกับเจ้าเข้า มีข้อความไลน์เด้งรัวๆ จากเบอร์ของหัวหน้าแก๊งทวงหนี้ พร้อมกับรูปภาพเอกสาร 'ใบปลดหนี้เด็ดขาด' ที่เซ็นชื่อประทับตราอย่างถูกต้องตามกฎหมายส่งตรงมาให้ดูจะจะตา!
มินตราอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าของรวิศที่ยืนกอดอกยิ้มกริ่มอย่างสบายใจเฉิบ สมองของหญิงสาวขาวโพลนจนคิดคำพูดไม่ออก
รวิศยื่นมือไปหยิบกล่องลังกระดาษทั้งสามใบจากมือเธอมาถือไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะยื่นมืออีกข้างออกไปตรงหน้ามินตรา พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอกระตุกวูบ
"หมดหนี้แล้วครับคุณคู่หมั้น..." รวิศกระซิบเสียงนุ่ม แววตาส่อประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ทีนี้... สนใจย้ายไปอยู่คอนโดหรูร้อยล้านที่เพิ่งมีคนยกให้ผมฟรีๆ ไหมล่ะครับ?"
---
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมหัวเราะไปด้วยกันนะครับ
ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 3
มินตราผู้แบกความซวย
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!