ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 13

เปิดโปงความจริงในที่สาธารณะ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วไวน์ราคาแพงบนโต๊ะอาหารสั่นสะเทือน น้ำสีแดงเข้มกระฉอกเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา ท่ามกลางภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ที่เต็มไปด้วยแขกผู้มีเกียรติและนักธุรกิจแถวหน้าของเมือง "รวิศ! แกมันก็แค่ไอ้คนตกอับที่ไม่มีแม้แต่ค่ากาแฟ ทำเป็นเก่งปากดีไปได้ ถ้าไม่มีหลักฐานจริง แกเตรียมตัวโดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทได้เลย!" เสียงตวาดกร้าวของ 'พงศธร' อดีตหุ้นส่วนผู้เคยร่วมหัวจมท้ายและเป็นคนถีบส่งรวิศให้ร่วงลงสู่ก้นเหวแห่งความฉิบหาย ดังลั่นไปทั่วห้องอาหาร สายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ามาที่โต๊ะ VIP ตัวนี้ทันที รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของพงศธรและกลุ่มผู้บริหารระดับสูงสะท้อนถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม พวกเขาคิดว่ารวิศในตอนนี้ก็เป็นเพียงสุนัขจนตรอกตัวหนึ่งที่เห่าหอนด้วยความแค้นเท่านั้น รวิศไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตแต่เรียบง่าย ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทตามเอกลักษณ์ประจำตัว เขานั่งไขว่ห้างอย่างไร้ความกังวล มือเรียวยาวเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเพลงกล่อมเด็ก "ฟ้องเหรอครับ คุณพงศธร?" รวิศทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คำพูดนี่ช่างกล้าหาญเสียจริงสำหรับคนที่เพิ่งโอนเงินบริษัทสามสิบ миллион (ล้าน) เข้าบัญชีลับของภรรยาหลวง... อ้อ หรือว่าต้องให้ผมเปิดรูปถ่ายดินเนอร์ใต้แสงเทียนของคุณกับเลขาฯ หน้าห้องเมื่อคืนวันศุกร์ด้วยดีล่ะครับ?" บรรยากาศในห้องอาหารพลันเงียบกริบลงทันที เสียงดนตรีคลาสสิกที่เคยบรรเลงคลอเบาๆ กลับกลายเป็นความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก พงศธรหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขู่ ข้างกายของรวิศ 'มินตรา' คู่หมั้นสาวผู้ยืนหยัดเคียงข้างเขามาตั้งแต่ในวันที่กระเป๋าเงินแบนราบและมีเพียงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต เธอนั่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยดวงตากลมโตที่ฉายแววทึ่งระคนมึนงงเล็กน้อย มือเรียวเล็กของเธอยังคงกำชายเสื้อสูทของรวิศไว้แน่น แม้ปากจะบอกให้รวิศใจเย็นๆ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกสะใจจนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงตอนที่สองคนนี้เคยหัวเราะเยาะเย้ยหยันพวกเขาในวันที่บริษัทล้มละลาย "แก... แกเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหนวะ!" พงศธรคำรามในลำคอ พยายามใช้เสียงขู่กลบเกลื่อนความกลัวที่กำลังกัดกินจิต "ความลับของทางราชการ... เอ๊ย ไม่ใช่ครับ ความลับของระบบต่างหาก" รวิศหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือราคาถูกเครื่องเดิมขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "แต่ถ้าคุณพงศธรยังคิดว่านี่เป็นเรื่องโกหก ผมคงต้องกดปุ่มส่งไฟล์หลักฐานทั้งหมดนี้ให้กับกรมสรรพากร และสำนักข่าวเศรษฐกิจหน้าหนึ่งในอีกสามวินาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะครับ" นิ้วเรียวของรวิศค้างอยู่เหนือหน้าจอโทรศัพท์ นับถอยหลังในใจอย่างใจเย็น สายตาทุกคู่ในห้องอาหารจับจ้องมาที่หน้าจอนั้นราวกับมันคือกิโยตินที่รอเวลาสับลงมา พงศธรเข่าอ่อนยวบ ทรุดตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้ ท่าทีผยองพองขนเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายวัยกลางคนสภาพน่าสมเพชที่กำลังสั่นเทา ในจังหวะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของฝั่งหุ้นส่วนจอมปลอม เสียงปรบมือดังขึ้นสามครั้งจากความมืดบริเวณทางเข้าห้องอาหาร *แปะ แปะ แปะ* ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดเดินเข้ามาท่ามกลางความตกตะลึงของแขกเหรื่อ "รวิศ หลานรัก... เล่นสนุกพอหรือยัง? ถ้าเล่นกับแมลงสาบจนเบื่อแล้ว มากินมื้อค่ำกับอาดีกว่านะ" รวิศหรี่ตามองผู้มาใหม่ รอยยิ้มกวนประสาทค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบที่ยากจะคาดเดา ขณะที่มินตราอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำได้ว่าชายคนนี้คือใคร—บุคคลระดับตำนานที่แม้แต่สื่อยังไม่กล้าแตะต้อง! หน้าจอโทรศัพท์ในมือรวิศสั่นเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้อความจากระบบปริศนาเด้งขึ้นมาตรงหน้า: [ตรวจพบเป้าหมายระดับบอสใหญ่: เตรียมรับมือความท้าทายครั้งใหม่ มูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง: 10,000 ล้านบาท] แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! (ฮาไม่จำกัด)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%