สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 7

ความลับใต้หมวกกันน็อก

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวนี้เพื่อหาเรื่องหักคะแนนดีไซน์ของฉันล่ะก็ เชิญป้ายหน้าค่ะคุณสถาปนิก" รินลดาเอ่ยสวนขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้ธนัตถ์เดินเข้ามาประชิดตัว เสียงของหล่อนเจือความระอาไว้อย่างไม่คิดจะปิดบัง ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองร่างสูงโปรดของธนัตถ์ที่กำลังสาวเท้าเข้ามาในห้องทำงานชั่วคราวอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่สำหรับมัณฑนากรสาวอย่างหล่อนแล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรจากตัวปัญหาชิ้นใหญ่ที่มักจะโผล่มาผิดที่ผิดเวลาเสมอ กรณิศที่ยืนกอดอกพิงผนังคอนกรีตเปลือยอยู่ไม่ไกล ขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลักขึ้นรูป บัดนี้กลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปยังธนัตถ์ด้วยรังสีความไม่เป็นมิตรที่แผ่ซ่านออกมาอย่างเงียบเชียบ "ผมไม่ได้มาตรวจงาน... แต่ผมมาดูว่า 'ผู้รับเหมา' แถวนี้ทำงานกันถึงไหนแล้วต่างหาก" ธนัตถ์แย้มยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับทอดมองรินลดาราวกับหล่อนเป็นผลงานชิ้นเอกตรงหน้า "โครงการนี้มูลค่ามหาศาลนะครับคุณริน ผมในฐานะเจ้าของทุนย่อมต้องใส่ใจรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว... โดยเฉพาะรายละเอียดที่สวยงามและมีชีวิตชีวาแบบนี้" ประโยคหลังเขาตั้งใจทิ้งน้ำเสียงทุ้มนุ่มพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานที่รินลดายืนอยู่ ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของนักลงทุนหนุ่มจะได้เอื้อมไปแตะขอบโต๊ะเพื่อร่นระยะห่าง ร่างสูงของกรณิศก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนได้อย่างพอดิบพอดี ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ถูกสร้างขึ้นโดยสัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ "พื้นที่ตรงนี้ยังอยู่ในระหว่างการเคลียร์แบบโครงสร้าง ความปลอดภัยเป็นศูนย์ หากคุณธนัตถ์ไม่สวมหมวกนิรภัยตามกฎความปลอดภัยของไซต์งาน ผมคงต้องเชิญคุณออกไปข้างนอกครับ... นี่ไม่ใช่พื้นที่ต้อนรับแขกวีไอพี" กรณิศเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา ธนัตถ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคู่คมไหวระริกด้วยความสนุกสนานยามเมื่อปะทะกับสายตาดุดันของสถาปนิกหนุ่ม "คุณกรณิศนี่เคร่งครัดสมกับเป็นมือหนึ่งจริงๆ นะครับ หวงพื้นที่ทำงาน หรือว่า... หวงคนทำงานกันแน่ล่ะ?" รินลดาแอบกลอกตาขึ้นฟ้ากับความเจ้าเล่ห์ของนักลงทุนหนุ่ม หล่อนขยับถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะคว้าสมุดแพลนเนอร์ขึ้นมาเปิดผ่านๆ เพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่าความเงียบที่โรยตัวลงมาครู่หนึ่งกลับถูกทำลายด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของธนัตถ์ที่ดังแผดเสียงขึ้นขัดจังหวะ "ขอตัวสักครู่นะครับ... ดูเหมือนทางฝ่ายบัญชีจะมีเรื่องให้ผมต้องไปเคลียร์ด่วน" ธนัตถ์ยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมายอีกครั้ง ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างง่ายดาย ทิ้งให้ความอึดอัดระลอกใหม่ปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ไว้เพียงลำพังระหว่างคนสองคน สิ้นเสียงฝีเท้าที่ห่างออกไป รินลดาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หล่อนวางสมุดในมือลงแรงๆ บนโต๊ะก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิม "มองอะไรคะคุณกรณ์ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสัญญาสักหน่อย หมอนั่นเข้ามาหาเรื่องปั่นป่วนฉันเองต่างหาก" หล่อนชิงพูดดักคอขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่มองตรงมายังหล่อนอย่างไม่วางตา กรณิศไม่ตอบในทันที ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินลดาอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความเงียบเชียบที่น่าอึดอัด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเอื้อiนเอ่ยประโยคที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของมัณฑนากรสาวกระตุกวูบ "ปากเก่งแบบนี้... สักวันคงโดนเขาคาบไปกินจริงๆ หรอก" "นี่คุณ!" รินลดาหน้าตื่น หูร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หล่อนถอยหลังหนีจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง "คุณพูดจาอะไรเนี่ย! ฉันไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือใครนะ แล้วอีกอย่าง ฉันจะคุยกับใครหรือใครจะเข้ามาคุย มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาห่วง... เอ๊ย หมายถึง มาใส่ใจสักหน่อย!" หล่อนเกือบหลุดปากคำว่า 'ห่วง' ออกไปเสียแล้ว ดีที่ดึงสติกลับมาได้ทันเวลา กรณิศหรี่ตามองปฏิกิริยาตื่นตระหนกนั้น มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "ผมไม่ได้บอกว่าผม 'ห่วง' คุณสักคำ... คุณคิดไปเองทั้งนั้นแหละรินลดา" คำปฏิเสธที่รวดเร็วและน้ำเสียงกวนประสาทนั้นทำให้รินลดาอยากจะหยิบแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าหล่อๆ ของเขาสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ "ค่ะ! ฉันคิดไปเอง! ฉันมันหลงตัวเองจัดว่าผู้ชายเย็นชาไร้หัวใจอย่างสถาปนิกอบรมยากอย่างคุณจะมาใส่ใจไยดี! พอใจหรือยังคะคุณกรณิศ!" หล่อนสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดเคืองใจ ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ เพื่อเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทำงานชั่วคราวนี้ ทว่าความรีบร้อนและแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้หล่อนไม่ทันสังเกตว่า ที่พื้นบริเวณทางออกมีเศษวัสดุก่อสร้างและท่อร้อยสายไฟที่ยังไม่ได้เก็บกวาดวางระเกะระระกะอยู่ *ตุบ! เพล้ง!* "ว๊าย!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นพร้อมกับร่างบางของรินลดาที่เสียหลักสะดุดเข้ากับท่อเหล็กบนพื้น หล่อนหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็งๆ ตรงหน้า ทว่าความเจ็บปวดที่คิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น เมื่อวงแขนแกร่งและอบอุ่นคู่หนึ่งพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของหล่อนไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงจากการคว้าตัวทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นด้วยกันทั้งคู่ โดยมีร่างสูงของกรณิศทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกให้อย่างปลอดภัย ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของหล่อนอยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งเป็นสันของชายหนุ่มเพียงไม่กี่เซนติเมตร หล่อนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามรากระรัวราวกับกลองเพล ขณะที่ดวงตาคู่คมของกรณิศที่มองตรงลงมานั้นเต็มไปด้วยประกายความไหววูบที่หล่อนไม่เคยเห็นมาก่อน "ซุ่มซ่าม..." เสียงทุ้มต่ำเอמהดล็ดลอดริมฝีปากหยักออกมาแผ่วเบา รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของหล่อน ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวลุกหนีทันทีอย่างที่ควรจะเป็น แต่มือข้างหนึ่งของเขายังคงโอบกระชับอยู่ที่เอวคอดกิ่วของหล่อนแน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วหล่อนจะหายวับไปกับตา รินลดาหน้าแดงก่ำ ลามเลียไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่แนบ "ปล่อย... ปล่อยฉันได้แล้วค่ะคุณกรณ์ คุณทับฉันอยู่นะ!" หล่อนละล่ำละลักบอกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ พยายามใช้มือสองข้างดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่ากรณิศกลับนิ่งเฉย ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดของหล่อนด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "ถ้าผมไม่ปล่อย... คุณจะทำไม?" กรณิศกระซิบเสียงพร่า ทว่าแฝงความดื้อดึงเอาไว้เต็มเปี่ยม ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามานาน และในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้การควบคุมนั้นเอง... *แอ๊ด... เสียงประตูกระจกบานใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเกรงใจก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท* "อ้าว... ขอโทษทีครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ 'สถาปนิกกำลังช่วยชีวิตมัณฑนากร' เขาหรอกนะครับ..." ธนัตถ์ยืนกอดอกพิงขอบประตู ดวงตาสีเข้มกวาดมองภาพคนทั้งคู่ที่กำลังกอดกันกลมอยู่บนพื้นด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ ขณะที่รินลดาหน้าถอดสี และกรณิศ... ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดขีดสุดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างชัดเจน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%