"ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะคุณมัณฑนากร หรือว่าติดใจอ้อมอกของเด็กฝึกงานคนนี้จนไม่อยากลุกขึ้นมาเผชิญความจริงกันแน่"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่อย่างชัดเจนดังขึ้นเหนือศีรษะ ท่ามกลางความเงียบงันที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง รินลดาถึงกับสะดุ้งสุดตัว เปลือกตาที่ปิดสนิทด้วยความตกใจลืมโพลงขึ้นทันที ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาคือใบหน้าคมคายของชายหนุ่มรุ่นน้องที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในสถานการณ์ชวนเข้าใจผิดเมื่อครู่กำลังยิ้มกริ่ม ดวงตาสีเข้มพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามที่กวาดมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำราวกับผลมะเขือเทศสุก
ให้ตายเถอะ... สภาพของเพวกเธอในตอนนี้ช่างหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอันดีงามเสียเหลือเกิน รินลดากำลังคร่อมอยู่บนตักของรุ่นน้องในทีม ส่วนมือไม้ก็ดันไปคว้าปกเสื้อของเขาไว้เสียแน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มฟาดลงไปอีกรอบ
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะล้มทับเขานะคะคุณธนัตถ์!" รินลดาละล่ำละลักแก้ตัว พลางรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูยามเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่
ธนัตถ์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวดูน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณ ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของทั้งคู่สลับกับร่างสูงโปรดของกรณิศที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกล
ขณะเดียวกัน กรณิศ... สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและมาดนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน บัดนี้กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีดำสนิทฉายแววคุกกรุ่นราวกับมีกองเพลิงขนาดย่อมลุกโชนอยู่ภายใน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเด่นชัดจนน่ากลัว รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อนระอุ ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวมัณฑนากรสาวที่ยังยืนหน้าตื่น ก่อนจะคว้าข้อแขนเรียวเล็กไว้แน่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบ
"เล่นละครเก่งนี่... สนุกมากไหมกับการแสดงบทบาทสมมติบนพื้นห้องทำงานเนี่ย" น้ำเสียงเยียบเย็นหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่เม้มเป็นเส้นตรง มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่มันคือการประกาศิตความไม่พอใจที่พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัด
"คุณกรุณาปล่อยแขนฉันก่อนนะคะ มันเจ็บนะ!" รินลดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เธอดึงแขนกลับแต่สถาปนิกหนุ่มกลับยิ่งออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นไปอีก ความดื้อรั้นในตัวพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อเจอท่าทีเผด็จการไร้เหตุผลเช่นนี้ "อีกอย่าง ฉันจะล้มหรือจะนั่งตรงไหน มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงานของเราในโปรเจกต์นี้สักหน่อย"
"ปากเก่งนักนะ" กรณิศเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาดุจัดกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ "ทำงานร่วมกันมาครบหนึ่งสัปดาห์เต็ม นอกจากจะสร้างความปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันแล้ว คุณยังมีความสามารถพิเศษในการหาเรื่องใส่ตัวได้เก่งเป็นเลิศ"
"อ้าว พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะคะคุณสถาปนิก ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายโดนคุณแกล้งสั่งแก้แบบงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันติด!" รินลดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจ "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณจู้จี้จุกจิกอย่างไร้เหตุผล ฉันคงไม่ต้องมานั่งเครียดจนหน้ามืดตาลายแล้วสะดุดล้มหรอกค่ะ!"
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนธนัตถ์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ต้องส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"ดูท่าทางแล้ว สัปดาห์แรกของการทำงานร่วมกันคงจะดุเดือดเผ็ดร้อนน่าดูเลยสินะครับคุณกรณิศ" ธนัตถ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เจือแววท้าทาย พร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวอีกนิดอย่างจงใจ "ในฐานะเจ้าของโครงการ ผมเกรงว่าถ้าปล่อยให้พวกคุณสองคนตีกันตายเสียก่อน งานออกแบบคงไม่คืบหน้าเป็นแน่... สู้เราไปหาอะไรอร่อยๆ เผ็ดๆ กินเพื่อสงบศึกกันดีกว่าไหมครับ ริน?"
รินลดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกเรียกชื่ออย่างสนิทสนม ขณะที่กรณิศตวัดสายตาคมกริบไปยังนักลงทุนหนุ่มทันทีราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"โปรเจกต์นี้เป็นเรื่องของงาน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวครับคุณธนัตถ์ และผมคิดว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องไปสังสรรค์อะไรกันทั้งสิ้น" กรณิศปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำเสียงห้วนจัดบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน
"อุ๊ย! ปฏิเสธเร็วจังเลยนะคะ หรือว่ากลัว..." รินลดาหันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้เผด็จการด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ประกายความซุกซนพาดผ่านดวงตากลมโตเมื่อปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้ "กลัวว่าจะแพ้การท้าดวลของฉันล่ะสิคะ คุณสถาปนิกหน้าตาย"
กรณิศหรี่ตามองหญิงสาวอย่างระแวงระวัง "ท้าดวลอะไรของคุณอีก"
"ก็ท้าดวลกินอาหารรสจัดน่ะสิคะ!" รินลดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างได้ใจ "สัปดาห์นี้เราต่างฝ่ายต่างเข่นฆ่ากันด้วยงานมามากพอแล้ว งั้นคืนนี้เรามาตัดสินกันนอกรอบดีกว่าค่ะ ใครกินอาหารที่เผ็ดที่สุดโดยที่ไม่ร้องขอชีวิตหรือน้ำตาไหลพราก... คนนั้นชนะ!"
"ไร้สาระ" สถาปนิกหนุ่มพ่นลมหายใจพรืดออกมาทันที "ผมเป็นสถาปนิก ไม่ใช่นักกินจุ ไม่ว่างมาเล่นเกมเด็กๆ กับคุณหรอกนะ"
"ป๊อดนี่คะ..." รินลดาแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ อย่างจงใจยั่วโมโห "นึกว่าเก่งแต่ในกระดาษแบบแปลน ที่แท้ก็แค่เสือกระดาษที่กลัวแม้กระทั่งพริกขี้หนูสวนนี่เอง น่าผิดหวังจริ๊งๆ..."
สิ้นคำพูดนั้น เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในสมองของกรณิศก็ขาดผึงลงทันที!
ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องเขม็งมาที่มัณฑนากรสาวตัวแสบ รังสีอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนธนัตถ์ยังต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ ชายหนุ่มขบกรามแน่นก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินลดาจนเธอต้องถอยหลังกรูดไปติดขอบโต๊ะทำงาน
"ว่าใครเป็นเสือกระดาษ หืมน?" เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันดังชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ "อยากนักใช่ไหมไอ้เกมท้าดวลเนี่ย... ได้! ถ้าคืนนี้คุณกินเผ็ดแล้วร้องไห้งอแงขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะปรับเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่งฐานปากดีใส่ผม... กล้ารับคำท้าไหมล่ะ มัณฑนากรตัวแสบ"
รินลลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกจากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงาม แต่เธอก็ยังคงฝืนยิ้มสู้เสืออย่างไม่ยอมลดละ
"รับคำท้าค่ะ! ใครถอยก่อนขอให้... อื้อ!"
รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ กรณิศก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนที่เฉียดผ่านพวงแก้มทำเอาสติของเธอกระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ
"คืนนี้ สองทุ่มตรง ร้านอาหารย่านเมืองเก่า... เตรียมตัวรับความพ่ายแพ้ของคุณไว้ได้เลย รินลดา"
ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะผละตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนใจเต้นแรงหน้าแดงก่ำอยู่ลำพังท่า
กลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมอีกครั้ง ธนัตถ์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย ดวงตาพราวระยับจ้องมองตามแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มที่เดินจากไปด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่ยังคงยืนเอ๋อค้างอยู่กับที่
"ดูท่าทางค่ำคืนนี้... คงจะไม่สงบอย่างที่คิดแล้วล่ะมั้งครับริน"
ธนัตถ์เอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือแววเจ้าเล่ห์ ทว่าในวินาทีที่รินลดาหันกลับไปสบตากับนักลงทุนหนุ่มเพื่อจะเอ่ยปฏิเสธเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
หญิงสาวหยิบขึ้นมาดู ปลายสายเป็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารที่ระบุยอดเงินโอนเข้าจำนวนมหาศาลจากบริษัทของธนัตถ์ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ...
*'ค่าจ้างพิเศษ สำหรับการทำลายความมั่นใจของไอ้สถาปนิกหนุ่มคนนั้นในคืนนี้ สนใจรับงานไหมครับ?'*
รินลดาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับธนัตถ์ที่กำลังยิ้มให้เธออย่างมีเลศนัย ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรงโดยฝีมือของกรณิศที่ยืนจังก้าอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเธอและธนัตถ์สลับกันด้วยประกายไฟอันลุกโชน ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเธอแทบสะดุด...
"ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น... เปลี่ยนแผน! คืนนี้ผมจะพาคุณไปกินร้านที่เผ็ดที่สุดในเมืองนี้ด้วยตัวเอง!"
****************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความป่วนและเคมีที่ชวนจิกหมอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม
สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 8
ประกาศศึกนอกรอบ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!