กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับเสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างแรง เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่รินลดารู้ดีว่าเธอไม่ควรเข้าใกล้... แต่นั่นแหละค่ะ คือความสนุกที่สุดในชีวิตการทำงานของมัณฑนากรสาวอย่างเธอ
"ถ้าคุณกรณ์ยังขมวดคิ้วทำหน้าเหมือนอมยาขมหมอเส็งแบบนั้นอีกสักสามนาที ฉันเกรงว่ารอยย่นระหว่างคิ้วของคุณจะกลายเป็นถาวรวัตถุที่แม้แต่โบท็อกซ์เกรดพรีเมียมก็เอาไม่อยู่แล้วนะคะ"
รินลดาเอ่ยแซوพลางวางแก้วมัคสกรีนลายการ์ตูนกวนประสาทลงข้างศอกของสถาปนิกหนุ่ม กรณิศเงยหน้าขึ้นจากแปลนบ้านสามมิติ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิท
"ถ้าคุณมีเวลาว่างมาวิจารณ์ผิวหน้าของฉัน สู้เอาเวลาไปตรวจสอบสเปกกระเบื้องห้องน้ำชั้นสองที่สั่งผิดเกรดมาจะดีกว่าไหมครับ คุณมัณฑนากรคนเก่ง" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงด้วยกระแสไฟอ่อนๆ ที่พร้อมปะทะทุกเมื่อ
"โอ๊ะ! เรื่องกระเบื้องนั่นฉันแก้เกมเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกว่าโปรเจกต์ระดับลักชูรีของคุณจะพังคามือฉัน... ว่าแต่..." รินลดาจงใจลากเสียงยาวพร้อมกับโน้มตัวลงไปใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาผสมดอกไม้ป่าลอยละลิ่วไปแตะจมูกโด่งเป็นสันของคนตรงข้าม "ช่วงนี้หงุดหงิดเป็นพิเศษนะคะ มีเรื่องอะไรมากวนใจ หรือว่า... คิดถึงฉันจนนอนไม่หลับล่ะคะเนี่ย"
กรณิศชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบก่อนจะปรับกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ กอดอกมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้
"หลงตัวเองเกินไปหน่อยแล้วมั้งครับคุณรินลดา คนอย่างกรณิศไม่มีเวลาว่างมาสิ้นเปลืองกับเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกครับ โดยเฉพาะกับคน..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าขัดจังหวะวาจาเชือดเฉือนของสถาปนิกหนุ่มลงอย่างพอดิบพอดี ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเครียดๆ เปลี่ยนไปในพริบตา
"สวัสดีครับคุณกรณ์, คุณริน"
ธนัตถ์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ แต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจของนักลงทุนรายใหญ่ เจ้าของโครงการรีสอร์ทหรูมูลค่าหลายร้อยล้านที่พวกเขากำลังรับผิดชอบอยู่ รินลดาหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ต่างจากกรณิศที่สันจมูกกระตุกวูบ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็นโดยไม่มีเหตุผลอันควร
"คุณธนัตถ์? วันนี้ไม่มีนัดตรวจไซต์งานนี่ครับ มีธุระอะไรด่วนถึงได้ถ่อมาถึงสตูดิโอของเราเองเลยล่ะครับ" กรณ์เอ่ยถาม น้ำเสียงห้วนสั้นกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัดจนรินลดารู้สึกได้
ธนัตถ์หัวเราะในลำคอเบาๆ เดินตรงเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงตรงกลาง "ผมไม่ได้มาตรวจงานหรอกครับคุณกรณ์ แต่พอดีผมมีโปรเจกต์เสริม... เรียกว่าเป็นเซอร์ไพรส์พิเศษสำหรับคลับเฮาส์เฟสใหม่ก็แล้วกัน และผมคิดว่า... คนที่จะมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ควรจะเป็นคุณริน"
คำว่า 'คุณริน' ทำให้กรณิศถึงกับตาขวาง ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ รังสีความกดอากาศต่ำแผ่ซ่านออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนแทบจะทำให้ห้องปรับอากาศอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา
"โปรเจกต์เสริมอะไรทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องในฐานะหัวหน้าสถาปนิกหลัก?" กรณ์น้ำเสียงเข้มขึ้น ดวงตาดุจพญาอินทรีจ้องมองนักลงทุนหนุ่มเขม็ง
"ก็เพราะผมเพิ่งตัดสินใจเมื่อเช้านี้น่ะสิครับ..." ธนัตถ์หันไปส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้รินลดาโดยไม่สนใจสายตากล่าวโทษของกรณิศเลยแม้แต่น้อย "พอดีผมอยากได้โซนเลานจ์ส่วนตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพิ่มอีกหนึ่งจุด ซึ่งสไตล์การตกแต่งต้องอาศัย... รสนิยมที่จัดจ้านและคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เหมือนที่คุณรินเคยเสนอไว้ในพรีเซนเทชันรอบก่อน ผมเลยคิดว่าเราน่าจะมาคุยรายละเอียดกันแบบตัวต่อตัวสักหน่อย... นอกสถานที่"
รินลดาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ เธอยอมรับว่าข้อเสนอของธนัตถ์น่าตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับมัณฑนากรอย่างเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เหลือบไปเห็นมือหนาของกรณิศที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือ
*โอho... อาการแบบนี้มันยิ่งกว่าหึงอีกมั้งคะเนี่ย?* รินลดาคิดในใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที
"น่าสนใจมากเลยนะคะคุณธนัตถ์ ฉันเองก็กำลังเบื่องานกระเบื้องห้องน้ำพอดี..." รินลดาจงใจปรายตามองกรณิศที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ข้างๆ "ถ้าเป็นโปรเจกต์เอ็กซ์คลูซีฟที่คุณธนัตถ์กว่ามาล่ะก็ ฉันยินดีรับฟังรายละเอียดค่ะ เราไปคุยกันที่คาเฟ่ข้างล่างดีไหมคะ?"
"ด้วยความยินดีครับ" ธนัตถ์ยิ้มรับอย่างสุภาพ
"ไม่ได้!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวขึ้นทันควันจนทั้งรินลดาและธนัตถ์ต้องหันไปมอง กรณิศก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่เจ้าตัวก็อธิบายไม่ได้ว่ามันลุกโชนขึ้นมาจากตรงไหน
"โปรเจกต์นี้อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทผม ทุกการตัดสินใจและทุกดีเทลต้องผ่านความเห็นชอบจากผมก่อน ไม่มีทางที่คุณจะพาตัว... เออ... พาพนักงานของผมออกไปคุยงานนอกสถานที่ตามอำเภอใจแบบนี้แน่" กรณ์เสียงแข็ง กรอบแว่นแทบจะสะท้อนประกายไฟใส่หน้าธนัตถ์
ธนัตถ์เลิกคิ้วอย่างท้าทาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "อ้าวเหรอครับ? แต่เท่าที่ผมจำได้ สัญญาไม่ได้ระบุว่าผมต้องผ่านความเห็นชอบจากคุณในทุกๆ เรื่องนี่ครับคุณกรณ์ หรือว่า... คุณกลัวว่าถ้าคุณรินไปทำงานกับผมแล้ว คุณจะไม่มีคนให้คอยหาเรื่องทะเลาะด้วยในแต่ละวันล่ะครับ?"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในพริบตาเดียว แรงกดดันระหว่างสองหนุ่มพุ่งสูงจนรินลดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ยังต้องกลั้นหายใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความสะใจลึกๆ
กรณิศขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาหันขวับมามองหน้ามัณฑนากรสาวที่กำลังลอยชายทำหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ สายตาคู่นั้นทั้งดุ ทั้งคาดคั้น และ... ฟ้องชัดเจนว่ากำลังหึงจนแทบคลั่งแต่ปากแข็งไม่ยอมรับ
"คุณริน..." กรณิศเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดตัวจนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงาน "คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น วันนี้คุณต้องอยู่ที่นี่... เคลียร์งานกับผมให้จบก่อน!"
รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโตที่ยืนบังแสงไฟจนเงาทอดทับร่างเธอไว้มิด หัวใจกระตุกวูบกับระยะห่างที่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าที่ข้างแก้ม
"อ้าว? แต่ฉันอยากไปฟังโปรเจกต์ใหม่ของคุณธนัตถ์นี่คะคุณสถาปนิก..." รินลดาแกล้งเอียงคอเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน ทั้งที่แผ่นหลังแนบติดกับขอบโต๊ะจนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว "หรือว่า... คุณกรณ์อยากจะแถมเวลาส่วนตัวมานั่งฟังด้วยกันล่ะคะ? ถ้าคุณยอมรับว่า..."
ประโยคยั่วเย้ายังไม่ทันหลุดจากริมฝีปาก กรณิศก็ก้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลางทันที ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากเธอจนรินลดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอด้วยความพ่ายแพ้ที่ถูกบีบให้จำนนต่อความรู้สึกตัวเอง
"ก็ได้... อยากไปนักใช่ไหม?" กรณิศกระซิบเสียงพร่า แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่ง
"คุณกรณ์..." ธนัตถ์ที่ยืนมองอยู่ส่งเสียงเตือนด้วยความไม่พอใจ
แต่ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเสียงใสๆ ของเลขาหน้าห้องที่ร้องเรียกด้วยความตื่นตระหนก
"คุณกรณ์คะ! ทางโครงการใหญ่โทรมาแจ้งด่วน... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้วค่ะ!"
กรณิศชะงัก สายตาที่กำลังจ้องมองริมฝีปากอิ่มของรินลดาด้วยความหวงแหนต้องจำใจผละออกอย่างรวดเร็ว เขายืดตัวขึ้นยืนตรงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
"เรื่องอะไร?" กรณิศหันไปถามเลขา
"คือว่า..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "โครงสร้างฐานรากโซนพิเศษ... เกิดการทรุดตัวผิดปกติหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืนค่ะ!"
รินลดาเบิกตากว้าง หันขวับไปสบตากรณิศทันที ความขัดแย้งเรื่องความหึงหวงเมื่อครึ่งนาทีที่แล้วหายวับไปกับตา กลายเป็นความตึงเครียดของหน้างานระดับวิกฤตที่พุ่งเข้ามาชนตรงหน้าแทน
กรณิศหันกลับมามองรินลดา แววตาคมกริบฉายแววเด็ดขาดและจริงจังขั้นสุด
"เลิกเล่นสนุกได้แล้วคุณมัณฑนากร... หยิบหมวกเซฟแล้วตามผมมาที่ไซต์งานเดี๋ยวนี้!"
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกใจด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน•ตอนที่ 9
แขกไม่速เชิญ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A กับยัยมัณฑนากรสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!