กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองที่เคยเงียบเหงา อคินทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้สีเข้มตัวเดิมที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงมุมนั่งเล่นธรรมดาๆ ยามกลับถึงห้องดึกดื่น แต่ในยามวิกาลนี้ เมื่อความเงียบงันกัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย ห้องกว้างขวางตระการตากลับให้ความรู้สึกเวิ้งว้างราวกับหลุมดำ
"เมื่อไม่มีเธอ... ห้องมันก็แค่ห้องจริงๆ สินะ"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองทุกสิ่งด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจاو่งราวกับถอดแบบมาจากเขายังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง "น้องลีโอ" เด็กคนนั้นไม่ใช่แค่คนแปลกหน้า... แต่คือสายเลือดที่เขาเคยปฏิเสธและผลไสไล่ส่งทางอ้อมผ่านความไร้เยื่อใยของตนเอง
อคินกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานส่วนตัว สายตาไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปไม้เรียบๆ ที่ถูกคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะทำงาน—โต๊ะที่เขาเคยห้ามไม่ให้ใครแตะต้อง ยกเว้นแม่บ้านทำความสะอาด มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปพลิกกรอบรูปนั้นขึ้นมา
ภาพถ่ายของลินินในชุดกระโปรงผ้าลินินสีขาวเรียบง่าย รอยยิ้มหวานหยดที่ส่งมาให้กล้องสะท้อนประกายความสุขในอيامวาน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบไม่ใช่ตัวรูปถ่าย แต่เป็นกระดาษโน้ตสีเหลืองอ่อนแผ่นเล็กที่แปะไว้ด้านหลังกรอบ
*‘ถ้าคุณกลับมาดึกแล้วหิว... ในตู้เย็นมีซุปสาหرةร้อนๆ กับข้าวต้มอุ่นๆ ที่ลินินเตรียมไว้ให้นะคะ ทานให้อร่อยนะอคิน’*
ลายมือนั้น... ลายมือคุ้นตาที่เขาเคยละเลยและมองข้ามมาตลอดหลายปี อคินจำได้แม่นว่าในคืนนั้น เขากลับมาถึงห้องด้วยฤทธิ์สุราและกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงอีกคน เขาปัดชามซุปบนโต๊ะทิ้งอย่างไร้ใยดีโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลคำอธิบายใดๆ จากภรรยาผู้แสนดีในเวลานั้น
หัวใจของอคินบีบอัดเข้าหากันอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปตามเส้นประสาทราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ทุกซอกทุกมุมของห้องชุดหรูหราแห่งนี้ ล้วนมีร่องรอยการมีอยู่ของ 'ลินิน' แทรกซึมอยู่ทุกอณู ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ บัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาเชือดเฉือนหัวใจของเขาให้ขาดวิ่น
พลัน สายตาคมกริบก็เหลือบไปเห็นลิ้นชักลับด้านล่างสุดของโต๊ะทำงานที่ปิดไม่สนิท มีมุมกระดาษสีขาวโผล่ออกมาเล็กน้อย ด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจบางอย่าง อคินจึงดึงลิ้นชักนั้นออก เปิดเผยให้เห็นเอกสารกองหนึ่งที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
มือหนาหยิบเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาพลิกดู หัวใจของเขากระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงกลองยามเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น...
มันคือสำเนาสูติบัตรของเด็กชายลีโอ และที่ทำให้ลมหายใจของอคินสะดุดกึกจนแทบหยุดหายใจ คือใบรับรองแพทย์และผลการตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA Test) ที่ระบุชื่อเขาเป็น 'บิดา' อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เอกสารชุดนี้ถูกลงวันที่ไว้ตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน—ช่วงเวลาที่ลินินกำลังจะตัดสินใจเดินออกจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด!
"เธอ... เก็บความลับนี้ไว้คนเดียวตลอดมาเลยงั้นเหรอ ลินิน" อคินพึมพำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำลูกผู้ชายร่วงเผาะลงบนกระดาษแผ่นสำคัญ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาดเข้าฝั่ง ทิฐิอันยิ่งใหญ่ที่เคยค้ำคอถูกพังทลายลงไม่เป็นชิ้นดี
ในขณะที่อคินกำลังจมดิ่งอยู่กับความรู้สึกผิดและความสับสน เสียงกริ่งประตูหน้าห้องเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นฝ่าความเงียบงันในยามดึกสงัด... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
ร่างสูงชะงักเงี่ยหูฟัง หัวใจเต้นระรัวด้วยความคาดหวังลมๆ แล้งๆ หรือว่าจะเป็นเธอ? ลินินกลับมาหาเขาอย่างนั้นหรือ?
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตามด้วยเสียงบิดลูกบิดเบาๆ ก่อนที่บานประตูห้องจะเปิดอ้าออกเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของหญิงสาวคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาอย่างคุ้นเคย ทว่าไม่ใช่ลินิน... และไม่ใช่รินรดาผู้เป็นอดีตภรรยา
*รติมา* ยืนส่งยิ้มพรายอย่างมั่นใจอยู่หน้าประตู ในชุดนอนลูกไม้สีแดงเพลิงที่คลุมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าซาตินบางเบา เผยให้เห็นผิวเนียนขาวและกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ลอยมาแตะจมูกอคินทันที
"อคินคะ... รติมาเป็นห่วงคุณ เห็นดึกดื่นแล้วยังไม่นอน รติมาเลยถือวิสาสะใช้การ์ดสำรองที่คุณเคยให้ไว้เข้ามาหา..." รติมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอعน พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างโต๊ะทำงาน
อคินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยเป็นความเย็นยะเยือกในชั่วพริบตา กลิ่นน้ำหอมของรติมาในตอนนี้ช่างน่าสะอิดสะเอียนสำหรับเขาเสียยิ่งกว่าอะไรดี เมื่อเปรียบเทียบกับกลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์และไอน้ำอุ่นจากซุปสาหร่ายในความทรงจำ
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่... รติมา?" น้ำเสียงแหบพร่ากดต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกจุดชนวนขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
รติมาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาคุกรุ่นของชายหนุ่ม แต่เธอกลับยิ้มเยาะและก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาเร็วยิ่งขึ้น พร้อมกับเอื้อมมือเรียวไปแตะลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ
"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะคุณอคิน หรือว่า... คุณกำลังคิดถึงยัยผู้หญิงจืดชืดคนนั้นอยู่? ลืมไปแล้วเหรอคะว่าเธอเป็นคนทิ้งคุณไปเองนะ" รติมาหัวคิกคักอย่างได้ใจ โดยหารู้ไม่ว่า ประโยคเหล่านั้นเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในใจของอคิน
ทว่า ก่อนที่อคินจะได้ผลักไสหญิงสาวจอมฉวยโอกาสออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกังวานขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด
หน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ไม่คาดคิด... *'คุณยายทิพย์' (แม่ของอคิน)* พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ขึ้นโชว์หราบนหน้าจอ
*'ด่วน! น้องลีโอ เกิดอุบัติเหตุ อาการสาหัส ต้องการเลือดกลุ่มหายากด่วน!'*
อคินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สติสัมปชัญญะทั้งหมดหลุดลอยไปในพริบตา เขารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายทันทีโดยไม่สนใจรติมาที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้างกาย
"ฮัลโหล... แม่ครับ! เกิดอะไรขึ้นกับลูกผม!?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดและสำนึกรักของตัวละครในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะติดตามบทต่อไปด้วยความระทึกใจค่ะ
พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า•ตอนที่ 7
เมื่อไม่มีเธอ... ห้องมันก็แค่ห้อง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!