"คิดว่าจะซ่อนตัวพ้นรึไง... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังบานประตูห้องครัวของร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมือง ปลายนิ้วเรียวที่กำลังกำถุงชาสมุนไพรสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของอคินทอดทับลงบนพื้นเบื้องหน้า เขาไม่ได้มาแค่เสียง... แต่เขาตามเธอมาถึงที่นี่ กลิ่นกายหรูหราเจือกลิ่นฝนจางๆ ที่เธอยังคงจำได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายเดือน โถมเข้าใส่จนหน้ามืดวิงเวียน
คลื่นไส้...
ความรู้สึกพะอืดพะอมตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคออย่างรวดเร็ว รินรดาต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่แค่เพราะความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับอดีตสามีผู้เย็นชา แต่เป็นเพราะอาการแพ้ท้องที่กำเริบขึ้นอย่างไร้กาลเทศะ ท้องฟ้าในหัวของเธอดับวูบลงชั่วขณะ ร่างกายที่อ่อนล้าจากการอุ้มท้องลำพังมาหลายเดือนประท้วงอย่างหนักหน่วง น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอึดอัดคับแค้น
"หลบหน้าฉันทำไม หึ?" อคินก้าวเข้ามาประชิดโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ฝ่าหนาเอื้อมมาดึงข้อแขนเรียวไว้ด้วยแรงที่ไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อจนเธอสะดุ้ง "คิดว่าหนีไปตั้งบริษัทเล็กๆ แล้วจะหลุดพ้นจากความเป็นสามีภรรยาของเราได้งั้นเหรอ ริน"
"ปล่อยนะ... คุณอคิน!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดแขนออกสุดแรง แต่ยิ่งขัดขืน อคินกลับยิ่งกระชับวงแขนเข้าหาจนร่างบางแทบแนบชิดกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เนื้อตัวของเธอสั่นเทิ้ม ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างเดียว แต่เพราะกลัวเหลือเกินว่าเขาจะสังเกตเห็นความผิดปกติ... ร่างกายที่เคยบอบบาง ตอนนี้กลับมีอีกหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า
อคินขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ซีดเซียวไร้สีเลือด เหงื่อกาฬผุดพรายตามกรอบหน้าสวย ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในร้านเย็นเฉียบ เขาสังเกตเห็นมือเรียวที่ยังคงกุมหน้าท้องแบนราบของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ
"ทำไมเธอหน้าซีดขนาดนี้... รินรดา? หรือว่าแอบไปทำอะไรลับหลังฉัน" น้ำเสียงของเขากดต่ำเต็มไปด้วยความระแวง สงสัย และเยียบเย็นตามแบบฉบับของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเชื่อใจใคร
"ฉันจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน! เราหย่ากันแล้วนะคะคุณอคิน คุณไม่มีสิทธิ์มาล่วงเกินชีวิตส่วนตัวของฉันอีก!" เธอตวาดกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีผลักอกเขาออกไป แต่แรงของหญิงสาวตั้งครรภ์ที่อดนอนและแพ้ท้องอย่างหนักหน้ารab ไม่ต่างอะไรกับการเอาปีกผีเสื้อไปต้านทานพายุ
อคินไม่สะทกสะท้าน เขายิ่งก้าวล้ำเข้ามาจนเธอต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว กลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวที่เคยเป็นของเขาคนเดียว บัดนี้กลับเจือจางลงด้วยความเหนื่อยล้า แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน อคินก้มใบหน้าลงมาใกล้ ซอกคอขาวเนียนอยู่ห่างจากริมฝีปากเขาเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนรินรดาขนลุกซู่
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "จำไม่ได้เหรอว่าคืนก่อนที่เราจะหย่ากัน... เธอก็ยังนอนร้องไห้อยู่ใต้ร่างของฉันอยู่เลย ริน"
คำพูดบาดลึกนั้นกรีดแทงหัวใจดวงน้อยจนเลือดซิบ รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความทรงจำคืนนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว... คืนที่เขาหักหาญน้ำใจเธอด้วยความเย็นชา คืนที่เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธอย่อยยับ และใครจะรู้เล่าว่า... ในคืนแห่งความเจ็บปวดทรมานและคราบน้ำตานั้น เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตได้ถูกฝังรากลึกโดยที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
"คนสารเลว!" เธอเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบใบหน้าหล่อเหลานั้นให้หายแค้น
แต่อคินไวกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้กับผนังอย่างง่ายดาย มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างกายของเขาร้อนผ่าวดั่งเตาไฟ ส่วนเธอกลับหนาวสั่นสะท้าน แรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่เขาไม่เคยเข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงโหยหาผู้หญิงคนนี้นัก กำลังตีรันฟันแทงกับความทิฐิที่ค้ำคอ
"อยากตบฉันเหรอ? เอาสิ..." อคินก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนจัดขบเม้นผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงจางๆ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกวาบหวามที่เคยคุ้นเคยผสานกับความเกลียดชังแล่นพล่านไปตามกระแสเลือด สมองเธอกรีดร้องให้ขัดขืน แต่ร่างกายทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงทุกที
"อ๊ะ!... ปล่อยนะ... อคิน... ได้โปรด" เสียงหวานขาดห้วย ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขา... ลูกที่เขาไม่มีวันรู้ ลูกที่เธอต้องปกป้องด้วยชีวิต แต่ตอนนี้เขากลับกำลังใช้เรือนร่างและสัมผัสวาบหวามนี้มาทำลายกำแพงความเข้มแข็งของเธอลงทีละน้อย
สัมผัสที่เคยเร่าร้อนและลึกซึ้ง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมาน อคินจุมพิตซับหยาดน้ำตาที่ข้างแก้มอย่างถือสิทธิ์ ลมหายใจหอบกระชั้นของเขายิ่งทำให้ความตึงเครียดในห้องพุ่งสูงถึงขีดสุด เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ร่างกายของเธอยังคงมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้เขาสติหลุดได้เสมอ แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความดื้อรั้น แต่หัวใจกลับโหยหาความอบอุ่นจากเรือนร่างนี้อย่างน่าประหลาด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มที่สั่นระริก เสียงเคาะประตูกระจกร้านด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบที่ทำให้โลกทั้งใบของคนทั้งคู่หยุดหมุน
"คุณแม่ครับ! ลีโอซื้อขนมมาฝากแล้วน้า..."
อคินชะงักกึก ร่างสูงผงะเงยขึ้นจากซอกคอของรินรดาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงระคนตกใจ ดวงตาดุคมหันขวับไปมองยังต้นเสียงผ่านกระจกใสทันที
ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง คือเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวละเอียด และดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบพิมพ์มาDบเขาไม่มีผิดเพี้ยน ยืนถือถุงขนมอมยิ้มกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าร้าน!
รินรดารasผงะหน้าซีดเผือด หัวใจหล่นไปตาตุ่ม สติสัมปชัญญะทั้งหมดแตกกระเจิง เธอดันอกอคินสุดแรงด้วยความตกใจกลัวขีดสุด พลางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือที่แทบไม่มีเรี่ยวแรง
"ลูก... ไม่นะ..."
อคินหันกลับมามองใบหน้าซีดเผือกของอดีตภรรยา สลับกับเด็กชายตัวน้อยนอกกระจก สมองอันปราดเปรื่องของประธานหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งฟ้าผ่า ความจริงบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ทิฐิและความเย็นชา กำลังพุ่งเข้ากระแทกกลางใจจนเขาแทบกระอักออกมาเป็นเลือด!
"เด็กคนนั้น... เป็นใคร?" อคินหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดำขลับของรินรดา น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ร่างกายของเขานิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกตะลึงที่อยู่ตรงหน้า...
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมอินและฟินไป28ด้วยกันนะคะ ❤️ - ชฎาพรายไวน์แดง
พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า•ตอนที่ 6
อาการแพ้ท้องที่ต้องปกปิด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!