พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า•ตอนที่ 8

คนใจร้ายในความฝัน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ฮัลโหล... แม่ครับ! เกิดอะไรขึ้นกับลูกผม!?” เสียงทุ้มต่ำที่ตื่นตระหนกจนหลุดความเยือกเย็นทิ้งไปเสียสิ้น แผดก้องผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในความมืดสนิทของห้องนอนเพนต์เฮوس์หรูใจกลางเมือง อคิน อัครเดชโภคิน ยืนนิ่งสนิทอยู่ริมกระจกใสบานยักษ์ที่สะท้อนเงาใบหน้าอันเคร่งเครียดและดวงตาที่แดงก่ำ หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อปลายสายเงียบงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสะื้นไห้เบาๆ ของมารดา ความเงียบที่น่ากลัวนั้นบีบคั้นหัวใจของเขาให้แหลกสยิวกว่าการสูญเสียดีลธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน อคินกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขึ้นสีขาวซีด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ด้วยความกระวนกระวายใจที่กัดกินวิญญาณ “อคิน... ลูกกลับมาบ้านเถอะนะ... ตาเล็ก... ลูกของแก ไข้สูงจัดเพ้อหาแต่พ่อ... แกจะใจร้ายใจดำปล่อยให้สายเลือดตัวเองเป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาเลยหรือยังไง!” เสียงมารดาตัดพ้อต่อว่าอย่างเจ็บปวดกระแทกเข้าโสตประสาทของคนฟังราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำที่กลางอก สายตัดไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่าที่ดังตึ๊ดๆ ในความเวิ้งว้าง แต่ภาพในสมองของอคินกลับสว่างวาบขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามกลบฝังมันมาตลอดห้าปีเต็ม... ห้าปีที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งลินิน อดีตภรรยาผู้แสนอ่อนหวาน ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ห้าปีที่เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงโลภมากที่หวังเกาะตระกูลอัครเดชโภคินกิน และห้าปีที่เขาปฏิเสธแม้กระทั่งจะมองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่ลืมตาดูโลกโดยไม่มีเงาของพ่ออย่างเขาเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนคิงไซส์อย่างไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจร้อนผ่าวถูกพ่นออกมาทางปากอย่างติดขัด ความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้ไฟรุ่มร้อนในอกของเขาสสงบลงได้เลย ภาพใบหน้าเล็กจิ๋วที่คลับคล้ายคลับคลาใบหน้าของตนเองราวกับแกะ ซึ่งเขาบังเอิญไปเห็นในรูปถ่ายเก่าๆ ที่มารดาเผลอทำตกไว้เมื่อวันก่อน ยังคงหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาสคมเข้มค่อยๆ ปิดลงเพื่อขจัดความอ่อนแอที่กำลังตีตื้นขึ้นมา แต่ทว่า... ทันทีที่เปลือกตาสปิดสนิท ห้วงนิทราที่ควรจะมืดสนิทกลับถูกฉีกกระชากด้วยภาพฝันอันแสนปวดร้าว ในความฝันนั้น... บรรยากาศรอบตัวช่างมืดมนและหนาวเหน็บราวกับยืนอยู่กลางพายุหิมะ ร่างระหงของลินินในชุดกระโปรงสีขาวบางเบาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา เธอยืนหันหลังให้อย่างโดดเดี่ยว ทรวดทรงองค์เอวที่เคยอวบอิ่มยามเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขากลับผอมโซจนน่าใจหาย สองมือบางกอดร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบเอาไว้แนบอกแน่น เสียงสะื้นไห้ของเธอดังสะท้อนก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนที่ยืนมองอยู่ ‘ลินิน...’ อคินพยายามจะก้าวขาเดินเข้าไปหา พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอและลูกเอาไว้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความผิดบาป หญิงสาวหันกลับมาหาเขา ช้าๆ... ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววรักใคร่เทิดทูน บัดนี้มีแต่ความว่างเปล่า เยชา และหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มเนียนนุ่ม ริมฝีปากสั่นระริกเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่เชือดเฉือนหัวใจยิ่งกว่ามีดโกน ‘คุณเกลียดฉันไม่ใช่เหรอคะคุณอคิน... คุณผลักไสพวกเราออกไปจากชีวิตแล้วนี่ จะกลับมาเรียกร้องอะไรจากผู้หญิงไร้ค่าคนนี้อีกทำไม... ลูกไม่ใช่ของ”คุณ”... ลูกคือดวงใจของฉันคนเดียว!’ “ไม่! ไม่ใช่แบบนั้น! ลินิน! ฟังฉันก่อน!” อคินสะดุ้งเฮือกผุดลุกขึ้นนั่งพรวดจากเตียงนอน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคายที่บิดเบี้ยวด้วยความทรมาน ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัว หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความเงียบงันภายในห้องเพนต์เฮาส์ยามตีสองครึ่งช่างน่าสะพรึงกลัว อคินยกมือขึ้นกุมขมับแน่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงความมืดและเงาสลัวของเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ไม่มีเสียงสะื้นไห้ ไม่มีร่างของลินิน และไม่มีเสียงร้องไห้งอแงของเด็กชายตัวน้อย มีเพียงความจริงที่ว่า... เขากำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล หากเขายังคงปล่อยให้ความถือดีและทิฐิบ้าๆ บอๆ นี้ครอบงำหัวใจอยู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเดินวนไปมาภายในห้องนอนกว้างอย่างกระวนกระวายใจ อคินคว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาสวมทับเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่อย่างลวกๆ ความรู้สึกผิดที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกจนกลายเป็นความคลุ้มคลั่ง เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่ารติมา นางแบบสาวชื่อดังที่เพิ่งเข้ามาพัวพันในชีวิตช่วงหลังจะคิดอย่างไร หรือสังคมจะมองเขาว่าอย่างไร สิ่งเดียวที่มีความหมายในวินาทีนี้คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... และผู้หญิงใจร้ายคนนั้นที่เขาเคยทำลายชีวิตเธอจนไม่เหลือชิ้นดี รถยนต์สปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองด้วยความเร็วสูงราวกับพายุฝน ฝ่าความมืดมิดของท้องถนนยามวิกาลมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคิน บ้านหลังใหญ่ที่เขาเคยหนีหน้าออกมาเพราะไม่อยากทนเห็นหน้าอดีตภรรยาที่แม่ของเขาบังคับให้แต่งงานด้วย ตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วโมงของการเดินทาง ภาพความทรงจำเก่าๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่ขาดสาย ภาพวันที่ลินินก้มลงกราบแทบเท้าขอร้องให้เขาอยู่ต่อ ภาพวันที่เธอยอมรับความอัปยศอดสูทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น และภาพดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังในวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาพร้อมกับคำพูดที่เขาไม่เคยใส่ใจ... *“วันหนึ่งที่คุณตาสว่าง คุณจะรู้ว่าคุณได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปแล้วค่ะคุณอคิน”* “โธ่เว้ย!” อคินสบถออกมาเสียงดังลั่นรถ กำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วปูดโปน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกด้านซ้ายทำให้เขาต้องผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย มือหนายกขึ้นกุมหน้าอกตัวเองที่ยังคงเต้นเร็วกระชั้น รสชาติขมปร่าในลำคอราวกับมีเลือดสดๆ ไหลย้อนขึ้นมา เมื่อรถหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในบริเวณคฤหาสน์หลังใหญ่ อคินไม่รอช้า เขารีบเปิดประตูรถแล้วก้าวเท้าฉับๆ ตรงไปยังตัวบ้านทันที ไฟในห้องโถงใหญ่ยังคงเปิดสว่างโล่ แม่บ้านและคนรับใช้ต่างยืนออกันอยู่หน้าห้องนอนใหญ่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “คุณอคิน...” แม่บ้านเก่าแก่ละล่ำละลักเรียกเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเดินหน้าเครียดเข้ามาใกล้ “ลูกผมเป็นยังไงบ้างแม่บ้านทิพย์!?” อคินพุ่งเข้าไปคว้าไหล่หญิงสูงวัยด้วยความร้อนรน น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดจนอีกฝ่ายสะดุ้ง “คุณหนูตัวร้อนจัดมากค่ะคุณอคิน ไข้ไม่ยอมลดเลย เพ้อเรียกหาแต่คุณแม่กับ... เอ่อ... คุณพ่อตลอดเวลา ตอนนี้คุณนายใหญ่กำลังเช็ดตัวให้อยู่ข้างในค่ะ” อคินไม่รอฟังคำอธิบายใดยืดเยื้ออีกต่อไป ร่างสูงผลักประตูห้องนอนบานใหญ่เปิดออกเสียงดังปัง! จนทุกคนภายในห้องหันมามองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งแทบหยุดเต้น บนเตียงนอนนุ่มมีร่างเล็กจิ๋วของเด็กชายวัยห้าขวบกำลังนอนขดตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มหนา ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากส่งเสียงครางฮือด้วยความทรมานข้างๆ มีมารดาคอยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามขมับและลำคอด้วยความวิตกกังวล และที่มุมห้อง... ใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดรับลมยามค่ำคืน ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสสีเข้มคุ้นตา เส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนัก ดวงตากลมโตบวมช้ำหันมาสบตากับเขาพอดิบพอดี รินรดา... อดีตภรรยาที่เขาไม่ได้พบหน้ามานานนับปี ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงนั้น แววตาที่มองมาไม่ได้มีความรักหรือความโหยหาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเย็นชา หมางเมิน และความเกลียดชังที่พุ่งทะลุความเงียบงันออกมาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ อคินอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว เมื่อจู่ๆ รินรดาก็ขยับริมฝีปากพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเขาพังทลายลงมาในพริบตา “คุณมาทำไมที่นี่คะ... คนใจร้าย” ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ * ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%