ลูกโป่งสีฟ้าลายซูเปอร์ฮีโร่ลอยคว้งอยู่เหนือสนามหญ้าสีเขียวขจี เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยห้าขวบดังแข่งกับเสียงสายลมที่พัดพาเอาความสดชื่นเข้ามาในยามบ่าย รินรดาในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมสบายตานั่งมองภาพนั้นอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ หัวใจของเธออิ่มเอิบไปด้วยความสุขจนแทบจะเอ่อล้นออกมาเป็นหยาดน้ำตา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่เธอตัดสินใจหันหลังให้กับกรงทองอันหนาวเหน็บและอคิน อัครเดชโภคิน อดีสามีผู้ไร้หัวใจ รินรดาก็ใช้ชีวิตอยู่เพื่อดวงใจดวงน้อยดวงนี้เพียงลำพัง ความเจ็บปวดในอดีตถูกหล่อหลอมให้กลายเป็นความเข้มแข็ง เธอกลายเป็นมารดาที่พร้อมปกป้องลูกชายจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้
"คุณแม่ครับ! ดูนี่สิ ลีโอวิ่งได้เร็วเท่าชีตาห์แล้วนะ!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูตะโกนเรียก พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาซบลงที่ตัก รินรดารีบวางหนังสือในมือลงแล้วโอบกอดบุตรชายแน่น หอมแก้มนุ่มฟูทั้งสองข้างด้วยความหมั่นเขี้ยว
"โอโฮ เก่งจังเลยครับ ไหนให้แม่ดูซิว่าเหนื่อยหรือยัง หื้ม?" เธอยิ้มกว้าง ดวงตาระยิบระยับด้วยความรักบริสุทธิ์
"ไม่เหนื่อยเลยครับ ลีโออยากเล่นกับคุณแม่นานๆ" เด็กน้อยตอบเสียงเจื้อยแจ้ว ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกายระยับ
ชั่วขณะนั้น รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอเมื่อมองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากบิดาผู้ให้กำเนิดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน โครงหน้าจิ้มลิ้ม จมูกรั้นสวย และริมฝีปากหยักได้รูป ช่างฉายเงาของอคินออกมาในเวอร์ชันย่อส่วนได้อย่างน่าตกใจ จนบางครั้งเธอก็อดใจหายไม่ได้ว่า สายเลือดและพันธุกรรมช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวเหลือเกิน แม้เธอจะพยายามหนีให้ไกลแค่ไหน แต่ร่องรอยของเขาก็ยังคงชัดเจนอยู่ในตัวแก้วตาดวงใจของเธอเสมอ
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลนัก ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มราคาแพงที่เพิ่งปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างไร้ระเบียบกำลังก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย อคิน อัครเดชโภคิน ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของตึกระฟ้าในย่านธุรกิจ กำลังเผชิญกับความอ้างว้างที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนาน
ตั้งแต่วันที่รินรดาเดินจากไปพร้อมกับความเงียบงัน โลกที่เคยสมบูรณ์แบบของเขาก็พังทลายลง ทิฐิและเหตุผลที่เขาเคยยึดถือกลายเป็นโซ่ตรวนที่ย้อนกลับมาพันธนาการตัวเขาเอง เงินทองมากมายซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นรอยยิ้มของเธอ และอ้อมกอดที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย วันนี้เขากลายเป็นเพียงผู้ชายที่พ่ายแพ้ให้กับความเย่อหยิ่งของตนเอง
เลขาฯ ส่วนตัวบอกให้เขาพักผ่อนเสียบ้างหลังจากหักโหมงานมาหลายสัปดาห์ อคินจึงตัดสินใจเดินเข้ามาในสวนสาธารณะแห่งนี้เพื่อหาความสงบ แต่ทว่า... ความสงบที่เขามุ่งหวังกลับถูกกระชากหายไปในเสี้ยววินาทีที่สายตาคมกริบเหลือบไปเห็นภาพเบื้องหน้า
ฝ่าเท้าหนาหยุดชะงักกะทันหันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ ลมหายใจสะดุดติดขัดเมื่อภาพของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งกำลังหัวسรวลร่าเริงอยู่กับมารดา
เด็กชายคนนั้น...
อคินรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังส่องกระจกย้อนอดีตไปเมื่อสามสิบปีก่อน โครงหน้าท่าทาง และโดยเฉพาะดวงตากลมโตคู่นั้น มันช่างสะท้อนเงาของเขาออกมาอย่างชัดเจนราวกับภาพซ้อน ทันทีที่สมองประมวลผลได้ว่าเด็กคนนี้มีอายุราวๆ ห้าขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาดคะเนได้พอดีกับตอนที่รินรดาหายตัวไปจากชีวิตของเขา
ภาพในอดีตที่เขาเคยกล่าวหาว่าเธอมีคนอื่น ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้ความปรานี ย้อนกลับมาทุบตีซ้ำที่กลางอกอย่างแรง
ไม่ใช่คนอื่น... นั่นไม่ใช่ลูกของชู้รักที่เขาเคยจินตนาการด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่นั่นคือ... สายเลือดของเขาเอง!
ขาวยาวก้าวเดินไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ราวกับมีแรงดึงดูดมหาสมุทรบางอย่างกำลังฉุดกระชากวิญญาณของเขาเข้าไปหา ภาพของรินรดาที่กำลังหัวเราะหยอกล้อกับเด็กชายค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในคลองสายตา หัวใจของอคินเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนก ความสำนึกผิด และความปีติยินดีถาโถมเข้ามาปะปนกันจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากบุตรชาย เมื่อรู้สึกถึงเงาร่างสูงใหญ่ที่ทอดทับลงมาบังแสงแดด รอยยิ้มบนใบหน้าหวานสะดุดกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าและประกายความเจ็บปวดที่เธอยังจำได้ไม่มีวันลืม
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในวินาทีนั้น
อคินยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้า ริมฝีปากหยักสั่นเทาเล็กน้อยขณะมองสลับระหว่างใบหน้าของอดีตภรรยาและเด็กชายตัวน้อยที่หยุดวิ่งเล่นแล้วหันมามองเขาด้วยความงุนงง
"คุณ..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากลำคอแห้งผาก มันสั่นเครือและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับปี "ริน..."
รินรดารีบดึงบุตรชายเข้ามากอดไว้แนบอก สัญชาตญาณความเป็นแม่สั่งให้เธอปกป้องแก้วตาดวงใจจากผู้ชายอันตรายคนนี้ ทว่าแววตาของอคินในยามนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความร้าวรานและความจริงที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
เขากวาดสายตามองเด็กชายอีกครั้งด้วยหัวใจที่แทบสลาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอที่มีหยาดน้ำตาเอ่อคลอ และเอ่ยคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาร่วงหล่นไปที่ตาตุ่ม
"เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหมรินรดา?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจสั่นไหวไปกับความรัก ความเจ็บปวด และการรอคอยในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ
ชฎาพรายไวน์แดง
พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า•ตอนที่ 14
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักเสน่หาลวงตาเมียเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!