"ถ้าคิดจะเอาสเกลงานอนุรักษ์มาตบตาคณะกรรมการตรวจรับด้วยกระดาษก๊อปปี้เกรดต่ำ ผมว่าพวกคุณเอาเวลาไปฝึกเขียนแบบใหม่ให้พ้นจากระดับอนุบาลก่อนดีกว่านะคะ"
เสียงทุ้มห้าวที่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั่วคราวบนไซต์งาน กรณิศไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวยาว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงโมเดิร์นกวาดมองกลุ่มชายในชุดสูทสีเข้มสามคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชแกมดูแคลน เอกสารแบบแปลนที่ถูกดึงออกมาจากแฟ้มของบริษัทคู่แข่งถูกโยนลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี รอยยับย่นบนกระดาษแผ่นนั้นฟ้องชัดเจนถึงความมักง่ายในการทำงาน
หนึ่งในตัวแทนจากบริษัทของภาคภูมิหน้าถอดสี ขากรรไกรของอีกฝ่ายขบเข้าหากันจนนูนเป็นสันนูน "คุณกรณิศ! คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกมาตรฐานของเรานะ แบบแปลนนี้ผ่านการรับรองจาก..."
"รับรองจากใครเหรอคะ? จากบริษัทเครือข่ายใต้โต๊ะของพวกคุณเองหรือเปล่า" กรณิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมรา-ซัดใบมีดโกนเข้าที่กลางลำตัว "โครงสร้างคานรับน้ำหนักโซน B ลดสเปกเหล็กข้ออ้อยลงสองมิลลิเมตรเพื่อลดต้นทุน แล้วทำเป็นเนียนตีตารางวัสดุหลอกตาคณะกรรมการ คิดว่าฉันดูไม่ออกจริงๆ น่ะหรือคะว่าพวกคุณกำลังพยายามทำลายโครงสร้างประวัติศาสตร์ตรงนี้เพื่อเปิดทางให้โครงการคอนโดมิเนียมหรูแปลงถัดไปของเสี่ยภาคภูมิเข้ามาฮุบพื้นที่?"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ตัวแทนจากบริษัทใหญ่ที่นั่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขารem ตรวจสอบเอกสารในมือสลับกับหน้าของตัวแทนฝั่งตรงข้ามที่เริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักให้กว้างขึ้นด้วยมือใหญ่ของใครบางคน
ธามก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆ แต่แผ่รังสีคุกคามรอบตัวอย่างชัดเจน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปวิศวกรสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องเก่งที่เปิดหน้าจอแสดงผลโครงสร้างสามมิติของอาคารเก่าแก่แห่งนี้เอาไว้ วิศวกรหนุ่มปรายตามองกลุ่มคนของภาคภูมิด้วยหางตา ราวกับพวกเขากำลังมองมดปลวกที่เกะกะขวางทางเดิน
"พอดีว่าผมเดินตรวจงานโซนใต้ดินเมื่อกี้นี้..." ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ กวนประสาทแต่น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ร่างสูงเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างกรณิศโดยธรรมชาติ ไหล่กว้างเสียดสีกันเบาๆ จนคนตัวบางกว่าต้องขยับตัวหลบเล็กน้อย แต่ธามกลับถือวิสาสะใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวสอบของสถาปนิกหนุ่มรั้งเข้าหาตัวเบาๆ เป็นเชิงแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าธารกำนัล "แล้วบังเอิญไปเจอท่อระบายน้ำที่พวกคุณแอบต่อเชื่อมเข้ามาอย่างไร้มาตรฐานวิศวกรรม ถ้าฝนตกหนักรอบนี้ลงมานะ ผมรับรองเลยว่าซากตึกโบราณอายุกว่าร้อยปีนี่จะกลายเป็นบ่อปลาคาร์พส่วนตัวของเสี่ยภาคภูมิในพริบตาเดียวเลยล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปากพูดครับกับคนแถวนี้บ่อยไปหน่อย แต่กับพวกคุณน่ะ... ใช้คำว่า 'สมเพช' น่าจะเหมาะกว่า"
เสียงหัวเราะในลำคอของธามทำเอาตัวแทนของภาคภูมิหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
"คุณธาม! คุณกรณิศ! พวกคุณอย่ามาปรักปรำนะ โครงการนี้เราได้รับสัมปทถูกต้อง..."
"ถูกต้องบนกองซากความมักง่ายเนี่ยนะคะ" กรณิศแค่นหัวเราะ ดวงตาสวยเฉี่ยวตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว "เชิญออกไปจากไซต์งานของพวกฉันได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกพื้นที่ก่อสร้างและพยายามทำลายโบราณสถานโดยเจตนา และถ้าพวกคุณยังหน้าด้านยืนอยู่ตรงนี้อีกวินาทีเดียว ภาพถ่ายการลดสเปกวัสดุเมื่อกี้จะไปปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของสื่อทุกสำนักภายในสิบนาทีนี้แน่นอนค่ะ เชิญค่ะ!"
การประสานงานแบบแพ็กคู่ระหว่างสถาปนิกปากคมกับวิศวกรปากร้ายสร้างแรงกดดันมหาศาล จนกลุ่มคนของภาคภูมิทำได้เพียงกัดฟันกรอด เก็บเอกสารลงกระเป๋าอย่างลนลาน แล้วเดินหนีออกจากห้องประชุมไปทีละคนด้วยความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
เมื่อประตูปิดสนิทลง ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง
กรณิศถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่บางที่เคยตั้งตรงตึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขาดึงแว่นสายตาออกแล้วใช้นิ้วมือนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่สะสมมาตลอดทั้งวัน
"เก่งมากครับคุณสถาปนิกตัวแสบ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นใกล้ใบหู พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ฝ่ามือใหญ่ซึ่งยังคงวางนิ่งอยู่บริเวณเอวสอบ ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกับกลุ่มผมนุ่ม "วันนี้ฟาดปากซะจนหมาวิ่งหางจุกตูดเลยนะ เจ็บคอมั้ยเนี่ย"
กรณิศเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย แต่ไม่ได้ผลักไสออกไปอย่างเคย ดวงตากลมโตมองค้อนอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ "ถ้าคุณไม่มัวแต่เดินไปเช็คท่อระบายน้ำช้าล่ะก็ ฉันคงไม่ต้องเปลืองน้ำลายเถียงกับพวกนั้นนานขนาดนี้หรอกค่ะ แล้วก็นะ... เอาามือออกไปจากเอวฉันด้วย คนมองอยู่"
"ใครมอง? ในห้องนี้มีแค่เราสองคน..." ธามยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "อีกอย่าง เมื่อกี้ตอนที่เธอประกาศกร้าวไล่พวกมันออกไป เท่เป็นบ้าเลยรู้ตัวไหม กรณิศ... ใจฉันสั่นไปหมดแล้วเนี่ย"
"เพ้อเจ้อ" กรณิศพึมพำแก้มแดงปลั่งโดยไม่รู้ตัว ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่พวงแก้มจนต้องรีบหันหนีไปมองหน้าต่างเพื่อซ่อนอาการเขินอาย แต่ทว่า ก่อนที่บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวระหว่างทั้งคู่จะได้ดำเนินต่อไป...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูไม้จะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้อญาต
รตา ยืนหอบหายใจโยนอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด มือบางกำโทรศัพท์มือถือแน่นจนสั่นเทา
"กร... ธาม!แย่แล้ว!" รตาละล่ำละลักพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "ไซต์งานโซน C... โซนโครงสร้างหลักที่เพิ่งเทคอนกรีตเสริมเหล็กไปเมื่อวาน... ตอนนี้... ตอนนี้มันทรุดตัวลงมาแล้ว!"
ธามและกรณิศสบตากันทันที ความรู้สึกเย็นเยียบวิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ร่างสูงปล่อยมือจากเอวของกรณ์ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการปกป้องจะพุ่งพล่านขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใด
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 9
ศึกชิงพื้นที่หน้างาน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!