“ถอนตัวซะ กรณ์ ก่อนที่ความสัมพันธ์ที่แกกำลังสร้างกับคุณธามมันจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่ระเบิดใส่หน้าแกเอง”
เสียงของรตาไม่ได้ดังไปกว่าระดับปกติ แต่มันบาดลึกพอจะทำให้กรณิศที่กำลังจรดปากกาเขียนแบบแปลนโครงสร้างชั้นสามต้องชะงักลง ปลายดินสอกดหักคามือเสียงดัง ‘เปาะ’ ท่ามกลางความเงียบของออฟฟิศชั่วคราวกลางไซส์งาน
กรณิศวางดินสอลงช้าๆ เขาไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงาน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเล็งมองเส้นสายบนพิมพ์เขียวราวกับจะมองให้ทะลุปรุโปร่ง
“ระเบิดเวลา? พูดให้มันชัดๆ สิรตา แกไม่ได้เป็นคนเขียนพล็อตละครช่องเจ็ดนะ”
“ฉันพูดเรื่องจริง” รตาเดินเข้ามาใกล้ กวาดสายตาไปรอบห้องก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบ “ทุกคนในวงการรู้ว่าโปรเจกต์นี้มันคือ ‘กับดัก’ คุณภาคภูมิไม่ได้แค่ต้องการที่ดินผืนนี้ แต่เขากำลังจับตาดูคนที่ใกล้ชิดกับผลประโยชน์มากที่สุด และคนนั้นคือธาม… แกกำลังหลงระเริงไปกับความเป็นห่วงเป็นใยของเขาจนลืมไปหรือเปล่าว่าเขามีประวัติที่ไม่ขาวสะอาดนักเกี่ยวกับเรื่องนี้”
“ธามช่วยฉัน” กรณิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทแต่แฝงด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน “ถ้าไม่มีเขา ไซส์งานนี้พังไปตั้งแต่วันแรกที่คนของภาคภูมิเข้ามาข่มขู่แล้ว”
“เขาก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ขยับเพื่อตัวเอง หรือไม่เขาก็อาจจะมี ‘ดีล’ อะไรบางอย่างที่แกไม่รู้” รตาถอนหายใจยาว “อย่าให้ความปากจัดของแกมันบดบังความเป็นจริงไปหมดสิกรณ์ ความสัมพันธ์แบบนี้มันอันตราย สำหรับธาม… แกเป็นแค่ตัวแปรหนึ่งในสมการที่เขาพยายามจะแก้ให้จบเท่านั้นแหละ”
คำพูดของรตาทิ้งค้างไว้ในอากาศราวกับมลพิษที่ยากจะปัดเป่า กรณิศนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาไม่ได้สั่นไหวเพราะความกลัว แต่เขากำลังพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เต้นตุบอยู่ในอก ความเชื่อใจที่เขาเพิ่งเริ่มมอบให้ธามไปเมื่อไม่กี่วันก่อน กำลังถูกเขย่าให้คลอนแคลน
ทว่า… ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า หลังบานประตูไม้ที่แง้มไว้นิดหน่อย เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่เพิ่งเดินกลับมาจากการตรวจหน้างานกลับหยุดยืนนิ่งสนิท
ธามยืนพิงผนังเย็นเยียบ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน คำพูดของรตาที่หลุดรอดออกมานั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลสดที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี
*‘สมการที่เขาพยายามจะแก้ให้จบงั้นเหรอ?’*
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขมปร่าที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา เขาไม่ได้โกรธรตาที่พูดจาถากถาง เขาแค่เจ็บ… เจ็บที่ความเป็นจริงของเขามันดูเลวร้ายในสายตาคนอื่นขนาดนั้นเชียวหรือ
“จะยืนฟังตรงนั้นอีกนานไหมครับ คุณวิศวกร”
เสียงของกรณิศดังทะลุผ่านประตูออกมา กระชากให้ธามหลุดจากภวังค์ เขาไม่ได้สะดุ้ง แต่ขยับตัวดันประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะ สายตาคมกริบของกรณิศที่มองมานั้นอ่านยาก ไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความผิดหวังที่เจือปนด้วยคำถาม
“ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม” กรณิศถามพลางหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า
“ครับ” ธามตอบเสียงเรียบ ใบหน้ากวนโอ๊ยที่มักจะเห็นเป็นประจำหายไป เหลือเพียงแววตาที่หนักอึ้ง “และถ้าคุณอยากจะเชื่อสิ่งที่รตาบอก ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามคุณหรอก”
รตาที่ยืนอยู่ข้างๆ ชะงักไปเล็กน้อยกับความนิ่งเกินคาดของธาม เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงออกไปจากห้องอย่างรู้งาน ทิ้งให้คนสองคนอยู่ในบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
กรณิศลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเข้าหาธามจนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย “ผมไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำอนุญาต ผมถามเพราะอยากรู้ว่า… สิ่งที่คุณทำอยู่ทั้งหมดนี้ มันคือสมการที่คุณต้องแก้จริงๆ หรือเปล่า ธาม?”
ธามก้มมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้กำลังเชิดขึ้นท้าทาย แววตาของคนตรงหน้าสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีแต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้ธามใจกระตุก เขาโน้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของกรณิศ
“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้กำลังแก้สมการ แต่ผมกำลัง ‘ทุ่มหมดหน้าตัก’ เพื่อให้คุณปลอดภัย… คุณจะเชื่อผมไหม”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัว กรณิศชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของธามที่เต็มไปด้วยความจริงจังแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่ไม่ได้เป็นเชิงขออนุญาต แต่เป็นการกระแทกแรงๆ จนบานไม้สั่นไหว
“คุณกรณิศครับ! มีคนจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาที่ไซต์งาน บอกว่าได้รับแจ้งเหตุว่ามีการทุจริตเรื่องงบประมาณโครงสร้างหลัก!”
ธามผละออกจากกรณิศทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเด็ดขาดและเย็นเยียบในพริบตา เขารู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ และความลับที่เขาพยายามปกปิดไว้ กำลังจะถูกกระชากออกมาต่อหน้าคนทั้งไซส์งานในวินาทีนี้
“อยู่ในนี้ อย่าออกไปไหน” ธามสั่งเสียงต่ำพร้อมกับคว้าแขนกรณิศไว้แน่น ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
“ธาม!” กรณิศเรียกไว้ “ถ้าคุณเดินออกไปแบบนั้น คุณจะตกเป็นเป้าหมายทันทีนะ”
ธามหยุดกึกที่หน้าประตู เขาไม่ได้หันกลับมา แต่เอ่ยประโยคที่ทำให้กรณิศต้องหยุดหายใจ
“ถ้าเป้าหมายนั้นคือการปกป้องคุณ… ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ผมมี ผมก็ยอมครับ”
พูดจบ ธามก็ผลักประตูออกไป เผยให้เห็นชายในชุดสูทสีเข้มสามคนที่ยืนรออยู่ และหนึ่งในนั้นคือคนของภาคภูมิที่แสยะยิ้มรอรับความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับทุกความรู้สึกในทุกตัวอักษรนะคะ "ตุ๊กตาโบราณ" จะรอพบกับทุกท่านในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กันค่ะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 8
คำเตือนจากเงาอดีต
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!