เสียงโลหะหนักอึ้งร่วงกราวลงมากระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงโครงสร้างนั่งร้านเหล็กที่บิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์ดราวกับจะพังทลายลงมาทับทุกชีวิต ณ จุดนั้น
"ระวัง!"
ธามตวาดลั่น ประกายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที ร่างสูงโปร่งของวิศวกรหนุ่มพุ่งเข้ามาหา กรณ์ที่กำลังก้มหน้าตรวจแบบแปลนพิมพ์เขียวใต้โครงสร้างชั่วคราวถูกกระชากสุดแรงด้วยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ร่างทั้งสองกระเด็นหลุดจากรัศมีอันตรายไปฟาดเข้ากับกองกระสอบปูนซีเมนต์ด้านข้างอย่างจัง
ฝุ่นผงปูนคละคลุ้งตลบอบอวล เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่งในอก
"คุณธาม!" กรณ์อุทานเสียงหลง มือเรียวรีบยันกายลุกขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายรับแรงกระแทกจากท่อเหล็กที่ร่วงลงมาจากชั้นบนแทนตนเองเต็มๆ
ธามกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับท่ามกลางฝุ่นปูนสีเทา เขาพยายามฝืนยิ้มมุมปากทั้งที่คิ้วหนาย่นเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
"ปากเก่งนักนะ... แต่ซุ่มซ่ามเป็นที่หนึ่ง ถ้าผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ป่านนี้หัวคุณคงได้ไปทักทายกับเหล็กข้ออ้อยเส้นนั้นแล้วมั้งครับ... เอ๊ย... แล้วล่ะค่ะ" ธามเกือบหลุดปากคำคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงกวนประสาทกลบเกลื่อนความเจ็บปวด
"ปากดีไม่เลิกนะคุณ!" กรณ์ต่อว่าเสียงสั่น แม้ปากจะเอ็ดตะโรใส่ แต่มือบางกลับสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะหัวไหล่หนาที่ตอนนี้เสื้อเชิร์ตสีเข้มเริ่มมีรอยขาดและรอยฟกช้ำม่วงช้ำปรากฏให้เห็น "เจ็บตรงไหนหรือเปล่า... ไหนขอผมดูหน่อยสิ"
ความใกล้ชิดที่แนบ ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเหงื่อจางๆ และกลิ่นฝุ่นปูนผสมผสานกันจนกลายเป็นบรรยากาศที่ชวนให้ใจเต้นผิดจังหวะ ธามชะงักไป ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ฉายแววความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างรวดเร็ว กลบเกลื่อนความเจ็บปวดที่แผ่นหลังเสียสนิท
"เป็นห่วงผมเหريบครับ... หือ... ห่วงผมเหรอคุณสถาปนิก" ธามกระเซ้าเสียงพร่า แววตากรุ้มกริมเจือความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น ถูกส่งตรงมายังดวงตากลมโตของกรณ์
"ใครเขาห่วงคุณกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย ธาม!" กรณ์รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา "ผมแค่ไม่อยากให้ผู้ควบคุมงานตายคาสายงานของผมต่างหาก มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบล้วนๆ!"
"ปากแข็งชะมัด" ธามหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะนิหน้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับตัวแรงเกินไป
"นิ่งๆ สéc! บอกให้อยู่เฉยๆ ไงเล่า!" กรณ์เสียงเขียวด้วยความตกใจเมื่อเห็นรอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ด้านหลัง มือบางตัดสินใจเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล เพื่อตรวจดูความเสียหายให้แน่ชัด
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเครื่องจักรและเสียงคนงานก่อสร้างรอบข้างพลันเงียบหายไปในความรับรู้ของคนทั้งคู่ ธามนิ่งงด ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของสถาปนิกหนุ่มสัมผัสโดนผิวเนื้อเปลือยเปล่าบริเวณแผ่นหลังกว้าง
ภาพรอยแผลเป็นเก่าแก่หลายจุด ทั้งรอยขีดข่วนและรอยนูนจากการผ่าตัดบางอย่างที่พาดผ่านแผ่นหลังหนา สะดุดตาและสร้างความตกตะลึงให้แก่กรณ์จนลมหายใจสะดุด
"รอยพวกนี้..." กรณ์พึมพำแผ่วเบา ดวงตากลมโตฉายแววความสงสัยและเจ็บปวดลึกๆ โดยไม่รู้ตัว "คุณไปโดนอะไรมา... ทำไมถึงมีแผลเยอะขนาดนี้"
ธามดึงเสื้อกลับมาคลุมร่างอย่างรวดเร็ว แววตากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและกำแพงหนาที่ถูกสร้างขึ้นมาปิดกั้นทันที
"เรื่องของผมครับ... ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบๆ ทว่าเฉียบขาด ราวกับต้องการตัดบทสนทนาอันตรายนี้ออกไปให้พ้นทาง
"แต่ผมเป็นสถาปนิก และคุณเป็นวิศวกร เราทำงานร่วมกันนะธาม... เรื่องแค่นี้..."
"ผมบอกว่าไม่มีอะไรไง!" ธามสวนกลับเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของกรณ์ด้วยประกายที่อ่านไม่ออก มีทั้งความหงุดหงิด ความเจ็บปวด และความหวาดกลัวบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกร้าว
กรณ์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเจี๊ยบแปลบในอกเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล เขารู้ว่าธามมีความลับ... ความลับที่ถูกปิดตายไว้เบื้องหลังรอยแผลเป็นพวกนั้น และเบื้องหลังท่าทีปากร้ายกวนประสาทที่คอยปกป้องเขามาตลอด
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาตึงเครียดจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงเรียกชื่อก็ดังขึ้นจากทางเข้าไซส์งาน
"คุณกรณ์! อยู่แถวนี้หรือเปล่าครับ พอดีผมเอาเอกสารด่วนมาจากคุณภาคภูมิ..."
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบปรากฏตัวขึ้นที่มุมเสาโครงสร้าง ใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบนักธุรกิจแต่แววตากลับเย็นเยียบและกวาดมองสำรวจเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้
ธามหรี่ตาลงทันที ร่างสูงขยับตัวเข้ามาบังร่างของกรณ์ไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ประกายตาดุดันพุ่งตรงไปยังผู้มาใหม่ราวกับพยัคฆ์หวงก้าง ขณะที่กรณ์เองก็ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อตระหนักได้ว่า... แขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ มาพร้อมกับลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนักเลยสักนิด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 10
รอยแผลที่ซ่อนไว้ใต้หมวกกันน็อก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!