เสียงปิดประตูกระจกอลูมิเนียมบานเลื่อนดังปัง กวาดเอาความวุ่นวายจากบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญออกไปจากอาณาเขตชั่วคราวของไซต์งาน เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่เจือด้วยกลิ่นอายฝุ่นปูนและไอฝนยามค่ำคืน
กรณ์ถอนหายใจยาวเหยียด ร่างโปร่งทิ้งน้ำหนักลงนั่งพับเพียบบนลังไม้พาเลทเก่าๆ ที่เพิ่งถูกปัดกวาด มือเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมาจากการเผชิญหน้ากับคนของคุรภาคภูมิเมื่อครู่ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงเส้นประสาทในสมองดีดผึ่ง
"เก่งนักนะ... ปากดีใส่เขาไปซะขนาดนั้น แต่พอลับหลังทำมาเป็นนั่งนวดหัว"
เสียงทุ้มห้าวที่ติดจะเย้าแหย่นิดๆ ดังขึ้นเหนือหัว กรณ์เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าธามกำลังยืนค้ำหัวอยู่ มือหนาข้างหนึ่งถือกระป๋องเบียร์เย็นเฉียบที่เพิ่งเปิดฝา ส่วนอีกข้างยื่นส่งกระป๋องที่สองมาตรงหน้า สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสไตล์วิศวกรปากร้ายที่ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหน ก็ไม่เคยหลุดมาดกวนประสาทไปได้เลย
"ถ้าไม่ให้ปากดี จะให้ก้มหัวกราบกรานพวกมันหรือไงคะคุณธาม" กรณ์รับกระป๋องเบียร์มาถือไว้โดยไม่วายแขวะกลับ น้ำเสียงติดจะห้วนเล็กน้อยตามฟอร์มคนไม่ยอมคน "อีกอย่าง ฉันจะนวดหัวตรงไหน มันก็เรื่องของฉัน ไม่ได้ขอแรงคุณมาช่วยนวดสักหน่อย"
ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพ่าห์อยู่ในอกกว้าง ร่างสูงหย่อนสะโพกนั่งลงบนลังไม้ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนไหล่แทบจะชนกันในความมืดสลัวที่มีเพียงหลอดไฟนีออนดวงเดียวจากชั้นล่างสาดส่องขึ้นมา
"ปากแข็งเป็นหินตลอดยก... ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงวะกรณ์" ธามเปรยขึ้นเบาๆ สายตาคมกริบที่มักจะใช้ดุด่าคนงานก่อสร้างเวลางานพลาด บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด ยามที่มองสำรวจใบหน้าหวานที่ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
กรณ์ชะงักไปนิด นัยน์ตาสองสีใต้กรอบแว่นไหววับยามสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ความดุดันที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความเคอะเขินบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาในอกจนต้องยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบกลบเกลื่อนความรู้สึก
"เหนื่อยสิคะ... ถามได้" กรณ์พึมพำตอบเสียงเบา แทบจะกลืนหายไปกับสายลมยามดึก "บางครั้งฉันก็สงสัยเหมือนกันว่า... ฉันดึงดันจะสร้างตึกบ้าๆ หลังนี้ขึ้นมาทำไม ในเมื่อรอบตัวมีแต่คนจ้องจะเหยียบให้จมดิน"
ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาสองคนอีกครั้ง มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างเหล็กกลวงโบ๋ของอาคารที่กำลังก่อสร้างเป็นแบ็คกราวด์ ธามไม่ได้เอ่ยปากขัดจังหวะหรือพ่นคำพูดกวนประสาทออกมาเหมือนทุกที ร่างสูงเพียงแค่นั่งนิ่งฟัง ปล่อยให้ความเปราะบางที่กรณ์ซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าวค่อยๆ รั่วไหลออกมาทีละน้อย
"ตอนเด็กๆ ฉันเคยฝันอยากเป็นสถาปนิกที่ออกแบบตึกสูงเสียดฟ้า ให้ใครต่อใครมองขึ้นมาแล้วรู้สึกปลอดภัย..." กรณ์มองทอดสายตาออกไปไกลโพ้น ผ่านโครงเหล็กสีดำทะมึนสู่ท้องนยามค่ำคืนที่มีดวงดาวพราวแสงอยู่ลิบๆ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยันตัวเอง "ตลกดีเนอะ พอโตขึ้นมาจริงๆ ถึงได้รู้ว่า... แค่จะปกป้องแบบแปลนบนกระดาษแผ่นเดียวไม่ให้โดนพวกทุนนิยมฉีกทิ้ง มันยังยากชิบหายเลย"
คำพูดตัดพ้อที่เจือความน้อยเนื้อต่ำใจนั้น ทำให้หัวใจของวิศวกรหนุ่มกระตุกวาบ ธามหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ แสงไฟสลัวขับเน้นให้เห็นแพขนตางอนและสันจมูกรั้นได้อย่างชัดเจน
ไม่มีคำปลอบโยนสวยหรู ไม่มีประโยคมะนาวไม่มีน้ำโหแบบที่คนทั่วไปมักจะพูดกันยามที่ใครสักคนอ่อนแอ ธามเลือกที่จะยื่นมือหนาออกไป วางแปะลงบนกลุ่มผมนุ่มของสถาปนิกหนุ่มแล้วขยี้แรงๆ จนทรงผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ย!" กรณ์สะดุ้งสุดตัว ปัดมือใหญ่นั้นออกแทบไม่ทัน หน้าหวานงอหงิกด้วยความไม่พอใจ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงใหญ่ "ผมฉันเสียทรงหมดแล้วนะคุณธาม!"
"อย่าทำหน้าเหมือนแมวหวงกอนดิ... น่าเกลียดชะมัด" ธามหัวเราะร่วน นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "ความฝันบ้าบออะไรนั่นน่ะ มันไม่ได้ตลกหรอกกรณ์... มันเท่ต่างหาก วะ"
กรณ์ชะงัก ค้างกิริยาที่จะเอื้อมมือไปจัดผมตัวเอง นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างกะทันหันของคนข้างกาย
"นายจำวันแรกที่เราเจอกันที่ไซต์งานนี้ได้ไหม?" ธามพูดต่อ น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกก้องกังวานในความเงียบ "วันนั้นนายใส่สูทเนี๊ยบ ถือม้วนแบบแปลนเดินเข้ามาเถียงฉันคอเป็นเอ็นเรื่องความลาดเอียงของเสาเข็ม... ตอนนั้นฉันคิดในใจเลยนะ ว่าไอ้สถาปนิกหน้าหวานคนนี้มันบ้าชัดๆ ที่กล้ามาสั่งหัวหน้าไซส์งานอย่างฉัน"
"แล้วตอนนี้ล่ะคะ... คุณยังคิดว่าฉันบ้าอยู่ไหม" กรณ์ถามเสียงแผ่ว หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
"เปลี่ยนใจแล้ว..." ธามหันมามองตรง สบตาเข้ากับนัยน์ตาของกรณ์นิ่งสนิท ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นจางๆ ของเบียร์ผสมกับกลิ่นบุรุษเพศจากตัววิศวกรหนุ่ม "ไม่ได้คิดว่าบ้า... แต่คิดว่า 'โครตน่าหลงใหล' ต่างหากวะ"
เพล้ง!
เสียงกระป๋องเบียร์ในมือของกรณ์เกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนลามเลียไปถึงใบหู สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรมมาอย่างดีเยี่ยม บัดนี้กลับชัตดาวน์ลงอย่างกะทันหันเมื่อเจอสายตาคมกราบและคำพูดจู่โจมอย่างไร้ยางอายของคนตรงหน้า
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย เมาเบียร์หรือไงคะ" กรณ์พยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอายที่ระเบิดออกมาราวกับพลุ แต่ทว่า... มือหนากลับยื่นเข้ามาจับปลายคางมนไว้มั่น บังคับให้ใบหน้าหวานต้องหันกลับมาสบตาด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะอยู่บนคางทำให้กรณ์แทบจะลืมวิธีหายใจ กำแพงความเย็นชาและเกราะป้องกันที่สร้างขึ้นมาอย่างแน่นหนา พังทลายลงราบคาบภายใต้สัมผัสและแววตาเว้าวอนที่แฝงความคลั่งรักไว้อย่างเต็มเปี่ยมของธาม
"ไม่ได้เมา... และไม่เคยมีครั้งไหนที่ตั้งใจพูดความจริงเท่าครั้งนี้มาก่อนเลย" ธามกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "จำไว้นะกรณ์... ตึกหลังนี้จะไม่มีวันพังลงเด็ดขาด เพราะต่อให้พวกมันรุมทลายแค่ไหน ฉันนี่แหละ... จะเป็นคนเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องทั้งแปลนตึก แล้วก็..."
วิศวกรหนุ่มเว้นจังหวะไปนิด ปลายนิ้วโป้งไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างถือวิสาสะ
"...ปกป้องสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้ด้วยเหมือนกัน"
กรณ์อ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ยามที่ใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือริมฝีปาก ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
ดวงตากลมโตหลับพริမ်းลงโดยอัตโนมัติ รอรับสัมผัสวาบหวามที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกันอยู่นั้นเอง...
*โครม! เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูทางเข้าชั้นล่าง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องขึ้นมาบนชั้นลอย พร้อมด้วยเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของรำตาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา*
"กรณ์! แย่แล้วคุณ! รีบลงมาดูนี่เร็ว... แบบแปลนร่างสุดท้ายในห้องเก็บของ... โดนใครไม่รู้รื้อค้นจนเละเทะหมดแล้ว!"
ธามชะงักกึก ดวงตาดุดันตวัดขวับไปยังทิศทางของเสียงทันที ส่วนกรณ์ลืมตาโพลง ความหวานซึ้งเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อความจริงอันโหดร้ายกระชากพวกเขากลับสู่โลกความเป็นจริงที่แสนอันตรายอีกครั้ง!
...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 11
ค่ำคืนใต้แสงดาวที่ไซต์งาน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!