“ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกไป”
แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากฝ่ามือของกรณิศ สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นIสันนูน ดวงตาคู่คมที่ปกติมักฉายแววหยิ่งทะนงและเฉียบคม ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวจนน่ากลัว ข่าวลือเสียหายเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงสร้างในโปรเจกต์เรือธงกำลังแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ บล็อกเกอร์สายอสังหาริมทรัพย์บางรายเริ่มหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาวิเคราะห์ในแง่ลบ ทั้งที่ความจริงแล้ว งานฐานรากเพิ่งผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับสากลไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง
“ใจเย็นก่อนกรณ์ ข่าวโคมลอยแบบนี้พวกลิ่วล้อของคุณภาคภูมิคงจงใจปล่อยเพื่อดิสเครดิตเราก่อนวันพรีเซนต์ใหญ่สัปดาห์หน้า” รตาเพื่อนสนิทก้าวเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงคอมเมนต์โจมตีรุนแรงให้เขาดู “ตอนนี้บอร์ดบริหารเริ่มกดดันทางบริษัทแม่แล้วด้วยสิคะ”
กรณิศแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง
“หรอกเหรอ... คิดว่าวิธีสกปรกแค่นี้จะล้มฉันได้หรือไง” สถาปนิกหนุ่มตวัดสายากลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวกดปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์อย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะคว้ากระเป๋าเอกสารขึ้นมาสะพายไหล่ “ฉันจะลงไปดูหน้างานเดี๋ยวนี้ ให้มันรู้ไปว่าใครมันกล้าเอาชื่อเสียงของฉันไปเหยียบย่ำเล่น”
“เดี๋ยวก่อนกรณ์!” รตาร้องห้ามไม่ทันเสียแล้ว เมื่อร่างบางของเพื่อนสนิทก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับพายุหมุน
บรรยากาศบริเวณไซต์งานก่อสร้างช่วงบ่ายคล้อยออบออวลไปด้วยฝุ่นผงและเสียงเครื่องจักรทำงาน แต่ไม่มีอะไร ร้อนแรงเท่ากับออร่าความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวของกรณิศ ทันทีที่เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มผู้ควบคุมงานก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน ธาม ธีรภัทร ปลดหมวกนิรภัยสีขาวออกเผยให้เห็นเส้นผมชื้นเหงื่อและใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงไม่แพ้กัน
“หยุดเดินแล้วหันหลังกลับไปห้องแอร์เย็นๆ ของเธอซะ กรณิศ” เสียงทุ้มต่ำเอաբออกคำสั่งแกมบังคับ
“ถอยไปธาม นายก็รู้เรื่องข่าวลืองี่เง่านั่นแล้วใช่ไหม ทำไมฉันต้องนั่งรอให้คนอื่นมาเหยียบหัวในโปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นปีด้วย” กรณิศตวัดสายตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยดื้อรั้นที่แก้ไม่หาย
“แล้วการวิ่งหน้าตั้งมากลางไซต์งานตอนที่เธอกำลังสติแตก มันช่วยแก้อะไรได้นอกจากทำให้พวกมันสมเพชวะ” ธามสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดขึ้น แม้จะปากร้ายแต่แววตาคู่คมที่มองมากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่พยายามปิดบังไว้ไม่มิด
“ฉันไม่ได้สติแตก! นายต่างหากที่เอาแต่บอกให้ใจเย็น ทั้งที่ตึกนี้มันคือ... อุบ!”
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มพุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว ธามคว้าเอวบางเข้าหาตัวก่อนจะดึงเข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ที่บดบังสายตาจากคนงานนับร้อยชีวิต แรงปะทะทำให้หน้าอกของกรณิศแนบชิดกับแผงอกกว้าง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ
“นาย... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!” กรณิศพยายามทุบไหล่หนาและดิ้นรนขัดขืน แต่มีหรือที่แรงของสถาปนิกรูปร่างโปร่งจะสู้แรงวิศวกรหนุ่มที่ผ่านงานใช้กำลังมาทั้งชีวิตได้
“อยู่นิ่งๆ สัตว์ป่าพยศเอ๊ย” ธามกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้กรณิศสะท้านเยือกไปทั้งร่าง วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับต้องการสร้างเกราะกำบังจากโลกภายนอกที่กำลังรุมทึ้ง “ฉันรู้ว่าเธอเครียด ฉันรู้ว่ามันเจ็บใจ... แต่เลิกแบกทุกอย่างไว้คนเดียวสักทีได้ไหมวะ กรณ์”
น้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างกะทันหันนั้นทำให้การดิ้นรนของกรณิศชะงักกึก ความเกรี้ยวกราดที่สะสมมาทั้งวันราวกับถูกน้ำเย็นราดรดจนมอดไหม้เหลือเพียงความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างน่าประหลาด กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อกายของผู้ชายตรงหน้ากลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าเหลือเชื่อในวินาทีที่เปราะบางที่สุด
กรณิศเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยเริ่มร้อนผะผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความกดดันจากรอบด้านที่แบกรับไว้คนเดียวตลอดสัปดาห์พังทลายลงในอ้อมแขนของคนที่เขาชอบทำตัวเป็นศัตรูด้วยมากที่สุด มือเรียวที่เคยกำหมัดแน่นค่อยๆ คลายออก ก่อนจะเปลี่ยนมาขยุ้มเสื้อเชิร์ตชื้นเหงื่อของอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อระบายความอัดอั้น
“ฮッ... มันเจ็บใจนะธาม... พวกมันเล่นสกปรก...” เสียงหวานที่ปกติมักจะแหลมคมและเชือดเฉือน ตอนนี้กลับสั่นเครือและเบาหวิวราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะร้องไห้
ธามถอนหายใจยาวด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอก มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของคนในอ้อมกอดอย่างเบามือที่สุดเท่าที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้จะทำได้ “ร้องออกมาสิ... ตรงนี้ไม่มีใครเห็นหรอก ยัยปากเก่ง”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และไออุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อมกันและกันไว้ กรณิศซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้น้ำตาหยดใสซึมผ่านเนื้อผ้าของอีกฝ่ายโดยไม่คิดจะฟอร์มจัดอีกต่อไป ธามกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงกดจุมพิตแผ่วเบาลงบนกลุ่มผมสลวยเพื่อปลอบประโลม
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังทำหน้าที่เยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็ทำลายช่วงเวลาเปราะบางนั้นลงอย่างไม่ปรานี
“คุณภาคภูมิครับ ทางนี้เลยครับท่าน ผู้จัดการฝ่ายโครงการรอต้อนรับอยู่ทางนี้ครับ...”
เสียงของหัวหน้าคนงานดังขึ้นใกล้เสาต้นที่ทั้งสองคนยืนหลบอยู่เพียงไม่กี่ก้าว ธามชะתักตัวแข็งค้าง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าใครกำลังเดินตรงมาทางนี้ ในขณะที่กรณิศสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำยังมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนรีบยกมือขึ้นเช็ดลวกๆ
เงาร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงปรากฏขึ้นตรงมุมเสา พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของคุณภาคภูมิ ซึ่งหยุดยืนจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาสمเพชแกมเยาะเย้ย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 12
ข่าวลือที่ไม่น่าอภิรมย์
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!