“ถ้าคุณยังเอาแฟ้มแบบแปลนนี้มาจิ้มหน้าผากฉันอีกทีเดียว ฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดมันให้ขาดเป็นสองท่อน... ฐานะที่คุณเป็นวิศวกรหัวหน้าไซส์งาน น่าจะมีความฉลาดพอที่จะรู้ว่ากระดาษไขพวกนี้ราคาแพงกว่าหัวสมองกลวงๆ ของคุณหลายเท่าค่ะ!”
กรณ์พ่นคำพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ร่างโปร่งบางภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากแผงอกกว้างของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ ทว่าพื้นที่จำกัดของห้องพักคนงานชั่วคราวขนาดสามคูณสี่เมตรกลับแคบลงถนัดตา เมื่อสายฝนด้านนอกกระหน่ำเทลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม ลมพัดกระโชกแรงจนสังกะสีด้านบนสั่นสะเทือนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสถาปนิกหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาท้าทาย มือหนายังคงถือม้วนแบบแปลนที่เพิ่งใช้เคาะหน้าผากเนียนๆ ไปเมื่อครู่ไว้แน่น
“หัวสมองกลวงๆ ของผมคนนี้แหละค่ะ ที่กำลังช่วยชีวิตงานออกแบบอินดี้ติสต์แตกของคุณไม่ให้พังไม่เป็นท่าหน้าไซส์งาน... คุณกรณ์ คุณมองออกไปนอกหน้าต่างสิคะ พายุเข้าขนาดนี้ ถ้าไม่ติดว่าเราวิ่งมาหลบกันในนี้ คุณคงได้เปียกปอนกลายเป็นลูกแมวตกน้ำไปแล้ว” ธามย้อนกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทไม่แพ้กัน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้กรณ์อยากจะหยิบประแจเบอร์สิบมาปาใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด
*แชะ—!*
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาใกล้บริเวณไซส์งานจนแสงสีขาวสว่างวาบเข้ามาทางหน้าต่างบานกระทุ้ง ทันใดนั้นเอง ไฟฟ้าภายในห้องพักคนงานก็ดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่แคบๆ นี้ในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงสะท้อนจากฟ้าแลบที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นเงาร่างของคนทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด
“อุ๊ย!” กรณ์อุทานเบาๆ เมื่อสะดุดเข้ากับกล่องเครื่องมือช่างที่วางเกะกะอยู่บนพื้น ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ
ธามไวกว่า เขายื่นมือออกไปคว้าเอวบางของสถาปนิกหนุ่มไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากทำให้กรณ์พุ่งเข้าชนแผงอกแกร่งเต็มแรง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนและกลิ่นปูนซีเมนต์จางๆ ลอยเข้าจมูก ปะปนกับเสียงหัวใจเต้นโครมครามที่ดังแข่งกับเสียงฝนตกด้านนอก
“ปล่อยนะ!” กรณ์รีบดันอกอีกฝ่ายออกทันทีเมื่อตั้งหลักได้ แม้ในความมืดจะมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่สัมผัสจากฝ่ามือที่ยังคงโอบรอบเอวสอบของธาม รวมถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดอยู่ใกล้ชิด ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
“จับไว้ให้ดีๆ เถอะค่ะ ปากเก่งเหลือเกินแต่ซุ่มซ่ามเป็นบ้า” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำเอากรณ์ ขนลุกชันไปทั้งตัว ความใกล้ชิดในพื้นที่ปิดตายและบรรยากาศอึมครึมจากพายุฝนข้างนอก ทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด
“คุณช่วยถอยออกไปห่างๆ สักสองเมตรได้ไหมคะ ธาม! อากาศในห้องมันน้อยอยู่แล้ว อย่ามาทำตัวเป็นมลพิษทางอากาศเพิ่มอีกเลย” กรณ์พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ทำไมคะ กลัวเหรอ หรือว่าหวั่นไหวกับวิศวกรปากกวนคนนี้เข้าแล้ว” ธามแกล้งขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนแผ่นหลังของกรณ์แนบชิดกับผนังห้องไม้สังเคราะห์ ไร้ทางหนีทีไล่ มือใหญ่วางทราบลงบนผนังข้างศีรษะของคนตัวเล็ก เป็นการกักตัวไว้โดยสมบูรณ์
กรณ์เม้มริมฝีปากแน่นในความมืด ความโกรธผสมผสานกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนอยู่ในอก สถาปนิกหนุ่มเงยหน้าขึ้น หมายจะต่อปากต่อคำให้สาสมกับความกวนประสาทของอีกฝ่าย แต่ทว่า... เมื่อฟ้าแลบวาบขึ้นมาอีกครั้ง แสงสว่างนั้นทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้เสมอภายใต้ท่าทีทะเล้น
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ในเสี้ยววินาทีนั้น เสียงสายฝนที่สาดซัดราวกำลังกลืนกินโลกทั้งใบ ทำให้พื้นที่แคบๆ นี้ราวกับถูกตัดขาดจากภายนอก ธามมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามอดกลั้นมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้กำลังจะพังทลายลง
“คุณมัน...” กรณ์เอ่ยขึ้นเสียงเบา หวังจะทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ แต่ทว่าธามกลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
“ผมทำไมคะ หื้ม?” น้ำเสียงทุ้มพร่าต่ำลงอย่างอันตราย มือหนาที่เคยทาบผนังเปลี่ยนมาแตะเบาๆ ที่คางมน บังคับให้กรณ์เงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่จู่โจมอย่างไร้การตั้งตัว
สถาปนิกหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนประทับลงมาเบาๆ บนกลีบปากของตนเองอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ใช่แค่การแตะสัมผัสผิวเผิน แต่เป็นความนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความดุดันและโหยหา ราวกับธามรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน
กรณ์ตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน มือเรียวพยายามจะผลักไสแผงอกนั้นออก แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เมื่อรสสัมผัสเริ่มลึกซึ้งขึ้น ความหอมหวานที่เจือด้วยความดื้อรั้นทำให้ธามยิ่งได้ใจ มือใหญ่อีกข้างรวบเอวบางให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันท่ามกลางเสียงฝน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้โลกทั้งใบของคนทั้งคู่สะดุดกึก
“คุณกรณิศคะ! คุณธาม! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีดิฉันเอากล่องไฟสำรองกับร่มมาให้ค่ะ!” เสียงหวานใสของรตา เพื่อนสนิทและสถาปนิกสาวดังทะลุสายฝนเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูหน้าห้องที่กำลังขยับดังกริ๊ก... กริ๊ก...!
ธามผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูในความสลัว กรณ์รีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ ด้วยความตื่นตระหนก สายตาวาวโรจน์ส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดให้อีกฝ่ายหุบปากเงียบ
*แอ๊ด—!* ประตูห้องพักคนงานถูกผลักเปิดออก พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นภาพของวิศวกรหนุ่มยืนค้ำสถาปนิกหน้าหวานชิดติดผนังในสภาพที่เสื้อผ้าและทรงผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 2
วิศวกรปากกวนกับสถาปนิกหัวร้อน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!