เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมชั่วคราวบนไซต์งาน มันไม่ใช่เสียงของการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีการขึ้นเสียง ไม่มีการตะคอก และไม่มีแม้แต่ประโยคเหน็บแนมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เคยทำให้บรรยากาศรอบตัวพวกเขาร้อนระอุอยู่เสมอ ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมนับตั้งแต่เช้าตรู่กลับบาดลึกยิ่งกว่ายามที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากฟาดฟันด้วยวาจา
กรณ์ (กรณิศ) ก้มมองแบบแปลนโครงสร้างที่ถูกแก้ไขเป็นรอบที่สี่ด้วยสายตาว่างเปล่า ปลายปากกาหมึกซึมในมือถูกหมุนวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว ความหยิ่งทะนงและฝีปากคมกริบที่เคยใช้ปกป้องตัวเองถูกพับเก็บลงในลิ้นชัก พร้อมกับความจริงที่ว่า... การถอยคนละก้าวไม่ได้ทำให้พวกเข้มแข็งขึ้นเลย กลับทำให้ช่องว่างระหว่างกันมันกว้างเกินกว่าจะเอื้อมมือข้ามไปถึง
"ถ้าตรงนี้ยังดึงคานรับน้ำหนักไว้ไม่ได้ตามสเปก ขั้นตอนการเทปูนชั้นถัดไปมีปัญหาแน่ครับ... คุณกรณ์"
น้ำเสียงของธามเรียบนิ่ง เย็นชา และเป็นทางการจนน่าใจหาย ชายหนุ่มในชุดช็อปวิศวกรเปื้อนฝุ่นยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่าง สายตาคมกราบมองลอดผ่านกระจกใสไปยังคนตัวเล็กกว่าที่นั่งหลังตรงราวกับหุ่นยนต์ ธามไม่ได้ตั้งใจจะใช้สรรพนามและน้ำเสียงห่างเหินแบบนั้น แต่ความอึดอัดจากเหตุการณ์เผชิญหน้ากับคุณภาคภูมิเมื่อวานซืนยังคงติดค้างอยู่ในอก ทั้งคู่ต่างมีบาดแผลจากอดีตที่ไม่อยากเปิดเผย และเลือกที่จะถอยหลังกลับเข้าสู่เซฟโซนของตัวเองอย่างขลาดเขลา
กรณ์เงยหน้าขึ้น สบตากับคนตรงข้าม นัยน์ตาสองข้างไหวระริกก่อนจะถูกกลบด้วยเกราะป้องกันความรู้สึก "ผมปรับลดขนาดหน้าตัดเหล็กเสริมตามที่วิศวกรคำนวณมาให้แล้วนี่ครับ หรือว่าคุณธามจะอ่านแบบไม่ละเอียดพอ ถึงได้ท้วงติงในจุดที่แก้ไปแล้ว"
คำพูดเชือดเฉือนตามสัญชาตญาณถูกพ่นออกมาเพื่อปะทะ แต่ครั้งนี้มันไม่มีประกายไฟแห่งความสนุกเหมือนเคย มีเพียงความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดอยู่ใต้ขอบตาของทั้งคู่ ธามขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขาไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความดื้อรั้นของอีกฝ่าย และที่สำคัญที่สุด... ยอมรับความกลัวลึกๆ ในใจว่าเขากำลังจะสูญเสียกรณ์ไป
"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น... คุณก็รู้" ธามทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนอยู่คนละฟากโลก "เรากำลังทำอะไรกันอยู่หรือครับกรณ์... แค่เพราะคุณภาคภูมิพยายามขุดเรื่องอดีตครอบครัวคุณขึ้นมาโจมตี ทำไมคุณถึงต้องผลักไสผมออกไปไกลขนาดนี้ด้วย"
กรณ์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อถูกจี้เข้าที่แผลเป็นในใจ "คุณไม่เข้าใจหรอกธาม... โลกของคุณมันสว่างไสว คุณมีครอบครัวที่พร้อมซัพพอร์ต มีทางเลือกเสมอ แต่ผม... ถ้าผมก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทุกสิ่งที่ผมสร้างมามันจะพังทลายลงมาทับผมจนไม่เหลือซาก และผมไม... ไม่ต้องการให้คุณต้องมาเดือดร้อนเพราะความซวยของผม"
น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มสั่นพร่าในตอนท้าย ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความถือดี กรณ์หันหน้าหนี มองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนความอ่อนแอ ขณะที่ธามมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความเจ็บปวด หัวใจของวิศวกรหนุ่มปากร้ายกระตุกวูบ เขาเกลียดรอยยิ้มฝืนๆ เกลียดความเก่งกาจที่อีกฝ่ายใช้เป็นเกราะกำบัง และเกลียดตัวเองที่แสดงความคลั่งรักออกมาได้ไม่ดีพอจนทำให้กรณ์ไม่มั่นใจในความปลอดภัยที่เขามอบให้
บรรยากาศในห้องประชุมกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงเครื่องจักรไกลๆ จากไซต์งานด้านนอกที่คอยตอกย้ำว่าเวลาไม่เคยหยุดเดิน ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับความคิดและความเสียใจในวิธีที่ตนเองเลือกใช้รับมือกับปัญหา
กรณ์ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความเครียดสะสมทำให้ปวดหัวตุบๆ จนแทบประคองสติไม่อยู่ ขณะที่ธามตัดสินใจลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขาวยาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานอย่างช้าๆ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ วิศวกรหนุ่มเอื้อมมือออกหมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลมความรู้สึกที่พังทลายของคนตรงหน้า
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทันทีก่อนที่ปลายนิ้วของธามจะสัมผัสโดนตัวกรณ์ รตา (สถาปนิกสาวเพื่อนสนิท) เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นเทาจนเห็นได้ชัด เธอกวาดสายตามองทั้งคู่สลับกันด้วยความร้อนรน
"กรณ์! ธาม! พวกแกหยุดดราม่าใส่กันก่อนเถอะ... ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" รตารีบสาวเท้าเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตให้ดูหน้าจอข่าวออนไลน์ "คุณภาคภูมิเพิ่งแถลงข่าวเมื่อกี้... เขาเอาเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงที่เรากำลังก่อสร้างไปยื่นฟ้องร้องศาลแล้ว หาว่าแบบแปลนของเราละเมิดลิขสิทธิ์และรุกล้ำแนวเขตสาธารณะ!"
ธามเบิกตากว้าง ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักสู้และการปกป้องตื่นตัวขึ้นทันที วิศวกรหนุ่มหันขวับกลับมามองหน้ากรณ์ที่ตอนนี้สีหน้าซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด เอกสารสิทธิ์ที่ดินที่ควรจะปลอดภัยกลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ย้อนกลับมาแทงข้างหลัง
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังใกล้เข้ามาที่หน้าห้องประชุม พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่รัฐในเครื่องแบบสองนายและทนายความส่วนตัวของคุณภาคภูมิที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"เรียนเชิญคุณกรณิศและคุณธีรภัทร... ไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจและศาลจังหวัดทันทีครับ เนื่องจากมีหมายศาลสั่งระงับการก่อสร้างโปรเจกต์นี้เป็นการชั่วคราว"
คำพูดของทนายความฝ่ายตรงข้ามราสายฟ้าฟาดกลางห้องที่ไร้ซึ่งเสียงลมพายุ ธามขยับตัวก้าวเข้าไปยืนบังหน้ากรณ์ไว้โดยอัตโนมัติ นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่กล้าเข้ามาทำร้ายคนข้างหลัง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของกรณ์ไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและคำมั่นสัญญาผ่านสัมผัสที่หนักแน่น ท่ามกลางวิกฤตที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจร้อนไปพร้อมกับความรัก ความแค้น และปมปริศนาในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 16
ถอยคนละก้าวเพื่อทบทวนตัวเอง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!