"ถ้าคุณยังเดินหนีผมไปอีกก้าวเดียว... สัญญาระหว่างเราถือเป็นโมฆะทันที!"
เสียงทุ้มห้วนที่เจือความสั่นพร่าเล็กน้อยดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมชั่วคราวของไซต์งาน กรณ์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวพ้นธรณีประตู สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูนด้วยความโกรธระคนเสียใจ ภาพเอกสารการอนุมัติงบประมาณปรับเปลี่ยนโครงสร้างที่ถูกลงนามโดยลับหลัง และชื่อของ 'ธาม' ที่ปรากฏหราในฐานะผู้สนับสนุนหลักให้บริษัทของ ‘คุณภาคภูมิ’ เข้าฮุบพื้นที่ ยังคงเต้นเรตุอยู่ในหัวราวกับกลองเพลิง
ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ หันขวับกลับมา ดวงตาคู่คมที่มักจะส่องประกายเย่อหยิ่งและพร้อมจิกกัดคู่สนทนาเสมอ บัดนี้รื้นไปด้วยหยดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไปอย่างสุดความสามารถ
"โมฆะงั้นเหรอ?" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหաբพร่าและไร้ซึ่งความขบขัน "สัญญาระหว่างเรามันมีความหมายอะไรด้วยล่ะ ธาม ในเมื่อคุณเลือกที่จะแทงข้างหลังผมตั้งแต่แรก! คุณกับตาแก่ภาคภูมิตกลงอะไรกันลับหลังผม หะ? เอาผลงานหยาดเหงื่อแรงงานของผมไปขายให้มัน เพื่อแลกกับอะไรล่ะ เงินก้อนโต หรือตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม?"
ธามก้าวเท้าเข้ามาประชิดด้วยความเร็ว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปวิศวกรเปื้อนฝุ่นและคราบปูนไม่ได้ลดทอนความน่าเกรงขามลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบที่มักจะมองเขาด้วยความอ่อนโยนและแฝงความกวนโอ๊ยมาตลอด บัดนี้ฉายแววเจ็บปวดอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียว แต่กรณ์กลับปัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสจากคนตรงหน้า
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!" กรณ์ตวาดลั่น อกบางกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ "ผมเกลียดคนโกหก... และที่สำคัญที่สุด ผมเกลียดคนที่ทำเป็นรัก ห่วงใย คลั่งรักผมนักหนา แต่ลับหลังกลับเอามีดมาแทงข้างหลังจนพรุนไปหมด!"
"กรณ์! ฟังผมอธิบายก่อนสi..."
"พอที!" เสียงหวานตวาดแทรกขึ้นทันควัน พร้อมกับร่างของ 'รตา' ที่ก้าวเข้ามาแทิงกลางระหว่างคนทั้งคู่ สถาปนิกสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่าย มือเรียวยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองเพื่อนสนิทและวิศวกรหนุ่มสลับกันไปมา
รตาไม่ได้มามือเปล่า เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าข้อความและไฟล์เสียงให้กรณ์ดู
"ยัยกรณ์... แกตั้งสติแล้วหูผึ่งฟังฉันพูดให้จบก่อนที่จะพ่นคำพูดใจร้ายใส่ผู้ชายคนนี้มากกว่านี้นะคะ" รตาเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ยอมให้ใครใช้อารมณ์ครอบครองเหนือเหตุผล
กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น ปัดสายตาไปมองหน้าจอแท็บเล็ตอย่างไม่เต็มใจนัก "อะไรของแก ยัยตา... แกจะเข้าข้างมันหรือไง ในเมื่อหลักฐานมันคาตาอยู่แล้วว่า..."
"หลักฐานบ้าบออะไรล่ะ แกดูนี่!" รตาจิ้มหน้าจอให้ไฟล์เสียงเล่น
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูของธามดังขึ้นจากลำโพง เป็นบทสนทนาระหว่างเขากับคุณภาคภูมิเมื่อสองวันก่อน
*(เสียงในไฟล์)*
*“ผมไม่ยอมให้คุณแตะต้องแบบร่างของกรณ์เด็ดขาด ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาโครงการนี้ไปประมูลแข่ง ผมจะแฉเอกสารลับเรื่องการฮุบที่ดินของคุณให้ ป.ป.ช. ทันที”*
*(เสียงคุณภาคภูมิหัวเราะ)*
*“แกคิดว่าแกใหญ่มาจากไหนวะไอ้ธาม ถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน? ระวังตัวไว้เถอะ บริษัทของนายหรือแม้แต่ไอ้สถาปนิกปากแจ๋วคนนั้น จะไม่เหลือแม้แต่ซากให้ยืนอยู่บนวงการนี้!”*
*(เสียงธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทรงพลัง)*
*“เชิญตามสบายครับ... แต่จำไว้ว่า ถ้ากรณ์เป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ คนที่จะพังวินาศสันตะตะโรไม่ใช่แค่บริษัทผม แต่มันคือตระกูลของคุณทั้งหมดต่างหาก”*
ไฟล์เสียงตัดจบลงเพียงแค่นั้น ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ห้องประชุมชั่วคราวอย่างกะทันหัน
กรณ์ยืนนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ที่ลำคอ ความโกรธเกรี้ยวที่เคยพลุ่งพล่านเมื่อครู่ ราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่จนมอดดับลงในพริบตา ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเพิ่งจะกล่าวหาและทำร้ายจิตใจคนที่ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องตนเองไปมากแค่ไหน
รตาเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ก่อนจะหันไปสบตากับธามที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ฉันบอกแกแล้วไงคะยัยกรณ์ ว่าผู้ชายอย่างธาม ต่อให้ปากมันจะหมาไปหน่อย หรือชอบกวนประสาทแกจนน่าหมั่นไส้แค่ไหน... แต่เรื่องปกป้องแกเนี่ย มันไม่เคยเป็นรองใครในโลกเลยนะเว้ย" รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ยื่นมือไปตบไหล่เพื่อนเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ "เขาแกล้งทำเป็นยอมเซ็นเอกสารบ้าบอนั่น เพื่อหลอกให้คุณภาคภูมิใจตายใจ แล้วจะได้สาวไส้หลักฐานการทุจริตมามัดตัวทีเดียวต่างหากเล่า แกนี่นะ... ใช้แต่อารมณ์นำสมองตลอด!"
กรณ์ยังคงพูดไม่ออก สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งได้รับรู้ ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนแน่นไปหมด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับธามช้าๆ
ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มไม่ได้ฉายแววโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และประกายความห่วงใยที่ยังคงอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมอย่างไม่เสแสร้ง
ธามก้าวเข้าไปใกล้กรณ์อีกครั้งอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ ร่างสูงหยุดยืนตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือสัมผัส ปลายจิ้มโดนกลิ่นอุ่นๆ และกลิ่นบุหรี่เจือจางที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวลอยมาแตะจมูก
"หายโกรธผม... หรือยังครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามแผ่วเบา เจือความตัดพ้อเล็กน้อยที่ชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ
กรณ์เม้มปากแน่น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่อุ่นร้อนขึ้นมาดื้อๆ เขาอยากจะอ้าปากเถียงออกไปตามนิสัยปากแข็งเหมือนทุกที อยากจะพูดคำว่า 'ใครใช้ให้คุณทำอะไรลับหลังผมเล่า' ออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง แต่ลำคอมันกลับตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก
รตาเห็นบรรยากาศเริ่มเป็นใจ (และเริ่มจะเลี่ยนเกินทนสำหรับคนโสดอย่างเธอ) จึงกระแอมเบาๆ "อะแฮ่ม! งั้นฉันขอตัวไปเช็กหน้างานข้างนอกก่อนนะยะ เชิญเคลียร์กันตามสบาย... แต่อย่าเพิ่งกินกันในห้องนี้นะคะ ช่างปูนข้างนอกมองกันหมดแล้ว"
พูดจบ สถาปนิกสาวก็หมุนตัวเดินลิ่วออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูลงกลอนเบาๆ เพื่อเปิดพื้นที่ส่วนตัวให้คนทั้งสองคนได้เคลียร์ใจกันอย่างเต็มที่
ภายในห้องที่เหลือเพียงความเงียบ ธามเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนแก้มเนียนของกรณ์อย่างแผ่วเบา เกลี่ยหยดน้ำใสที่เล็ดลอดออกมาจากหางตาให้อย่างทะนุถนอม
"ผมขอโทษนะกรณ์... ที่ทำให้คุณต้องตกใจ และทำให้คุณต้องเสียน้ำตา" ธามกระซิบเสียงนุ่ม ดวงตาคมจ้องลึกลงมาในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม "แต่จำคำผมไว้นะ... ไม่ว่าใครหน้าไหน จะเป็นคุณภาคภูมิหรือใครก็ตามที่คิดจะทำลายโปรเจกต์นี้ หรือคิดจะทำร้ายคุณ... มันต้องก้าวศพผมไปก่อน"
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงสั่นเครือของตัวเอง ปัดมือหนาออกเบาๆ (แต่ไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อนหน้านี้) แล้วเชิดหน้าขึ้นทำเป็นเก๊กขรึมกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า
"ใคร... ใครให้คุณมาทำซึ้งเล่า! ปากบอกว่าปกป้องผม แต่ทำไมต้องทำตัวเป็นพระเอกลิเกชอบเก็บความลับอยู่เรื่อย หะ?" กรณ์แหวใส่เสียงสั่น ทว่าแววตาไม่ได้มีความดุดันหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "ถ้าเกิดคุณพลาดท่าแล้วโดนมันเล่นงานขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่าผมจะ..."
ประโยคต่อมาขาดห่วงไป เมื่อธามฉวยจังหวะที่กรณ์กำลังบ่นกระpปอดกระแปะโน้มใบหน้าลงมาประกบปิดเรียวปากอิ่มทันที!
สัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาอย่างไร้การตั้งตัว ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ กรณ์พยายามจะทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่ธามกลับรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่น พร้อมกับกดริมฝีปากบดเบียดลึกลงไปอย่างเรียกร้องและโหยหา ราวกับต้องการลงโทษคนปากแข็งที่ชอบทำให้เขาใจหายใจคว่ำอยู่เรื่อย
จังหวะหัวใจของทั้งคู่เต้นรัวเร่งแข่งกันท่ามกลางความเงียบ กรณ์ที่พยายามจะต่อต้านในตอนแรก สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนและความอบอุ่นที่แฝงมากับรสจูบนั้น เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลง ยอมปล่อยให้ธามนำพาความรู้สึกทั้งหมดจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
ทว่า... ในวินาทีที่กรณ์กำลังจะยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อตอบสนองสัมผัสอันแสนหวานนั้นเอง
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของรตาที่ผลุนผลายเปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต สีหน้าของเพื่อนสาวตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
"ยัยกรณ์! ธาม! พวกแกหยุดสวีทกันก่อนเถอะ ชิบหายแล้ว... โกดังวัสดุหลักของโซน C เกิดไฟไหม้ขึ้นมาโว้ย!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคไปกับความรักของเขาทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 17
เสียงจากหัวใจที่สั่งให้หยุด
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!