“วางมันลงซะ กรณ์”
เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานชั่วคราวในไซต์งาน มือหนาที่เปื้อนคราบปูนแห้งกรังกระชากแฟ้มสีน้ำเงินเล่มนั้นออกจากมือนิ้วเรียวของกรณิศอย่างถือวิสาสะ
“คุณทำอะไรของคุณ! ตกใจหมดนึกว่าผีสางที่ไหน” กรณิศสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นโครมครามอยู่ในอก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความลับที่เพิ่งผ่านตาไปเมื่อครู่นี้
“เป็นขโมยเหรอครับคุณสถาปนิก? ถึงได้แอบมาคุ้ยเอกสารชาวบ้านเขาในยามวิกาลแบบนี้” ธามแค่นยิ้ม แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ปกติมักจะฉายความกวนประสาท บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยรังสีบางอย่างที่กรณิศไม่เคยเห็น
“ใครขโมย! ผมแค่มารอรับรตาที่ลืมของ แล้วแฟ้มเล่มนี้มันวางเด่นอยู่บนโต๊ะของคุณ... ชื่อที่ปรากฏอยู่ข้างในนั่นมันหมายความว่ายังไง ธาม? ทำไมคุณถึงมีประวัติการทำธุรกรรมของบริษัทพ่อผมสมัยสิบปีก่อน แล้วชื่อ ‘คุณภาคภูมิ’ ทำไมถึงไปโผล่ในฐานะผู้ร่วมเซ็นสัญญา?”
บรรยากาศในห้องแคบๆ อบอ้าวขึ้นทันตา กรณิศจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม เขาต้องการคำตอบ ไม่ใช่แค่คำยียวนกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง
ธามนิ่งเงียบ แผ่นหลังกว้างพิงกรอบประตูพลางกอดอก แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนใบหน้าเคร่งขรึมของเขาจนดูเหมือนรูปปั้นไร้ความรู้สึก
“บางเรื่อง... รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้บ้านที่เธอกำลังออกแบบมันแข็งแรงขึ้นหรอกนะกรณิศ”
“อย่ามาเฉไฉ! คุณเข้าหาผมเพราะอะไรกันแน่? ความบังเอิญเหรอ? หรือเพราะงานนี้มันมีเบื้องหลังที่คุณรู้แต่แรกแล้วว่ามันจะพังเหมือนที่พ่อผมเคยเจอ?” กรณิศก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว มือบางกำหมัดแน่นจนสั่น เขารู้สึกเหมือนถูกหักหลังโดยคนที่เขาเริ่มจะ... ไว้ใจ
ธามถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิด ระยะห่างที่เคยมีหายไปจนเหลือเพียงไออุ่นจากร่างกายของคนทั้งสอง เขาก้มลงกระซิบข้างหูน้ำเสียงแผ่วเบาทว่าหนักแน่น
“ฉันไม่ได้เข้าหาเธอเพราะงาน... แต่ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเดิมกับคนอย่างเธอ”
“พูดให้มันรู้เรื่องสิ!”
“ผมบอกไม่ได้ตอนนี้... เพราะถ้าเธอรู้ เธอจะทิ้งโปรเจกต์นี้ และถ้าเธอทิ้งมัน ภาคภูมิจะจัดการเธอทันทีโดยไม่มีผมคอยคุ้มกะลาหัว” ธามขยับออกห่าง แต่สายตายังคงจับจ้องราวกับจะสลักความจริงไว้ในใจคนตรงหน้า
กรณิศเม้มปากแน่น ความโกรธผสมปนเปกับความสับสน เขาพยายามจะคว้าแฟ้มคืน แต่ธามกลับยกมันสูงขึ้นเหนือหัว
“จะเอาคืนเหรอ? งั้นก็ลองดูว่าเธอจะแย่งมันไปได้ยังไง” ธามท้าทายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์
“นิสัยเสีย! ส่งมาเดี๋ยวนี้!” กรณิศโถมตัวเข้าใส่เพื่อแย่งแฟ้ม ร่างทั้งสองเสียหลักล้มลงไปบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ แรงกระแทกทำให้กรณิศเสียการทรงตัวจนร่างบางไปเกยอยู่บนตักแกร่งของธามโดยอัตโนมัติ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วคราว เสียงลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังชัดเจน กรณิศชะงักไปเมื่อรับรู้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานที่ดูจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด เขาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ท่อนแขนแข็งแรงกลับโอบรัดเอวเขาไว้แน่น
“ถ้าอยากได้นัก ก็ลองแย่งไปจากใจผมดูสิ” ธามกระซิบ สายตาคมคู่นั้นไม่ได้มองที่แฟ้มอีกต่อไป แต่ไล่มองใบหน้าเนียนละเอียดของคนบนตักด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด
“ธาม... คุณมัน...”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างแรงทำให้ทั้งสองสะดุ้งแยกออกจากกันทันที ธามรีบเก็บแฟ้มเข้าลิ้นชักล็อคกุญแจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปตะโกนถาม
“ใคร!”
“รตาเอง! กรณ์... แกอยู่ข้างในใช่ไหม? ออกมาเดี๋ยวนี้เลย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! คุณภาคภูมิส่งคนมาปิดทางเข้าไซต์งานทั้งหมดแล้ว เขาบอกว่าจะยึดที่ดินนี้คืนเดี๋ยวนี้!”
หัวใจของกรณิศหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาหันไปสบตากับธามที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที ความลับในแฟ้มสีน้ำเงินยังไม่ทันถูกเฉลย แต่ภัยคุกคามตัวจริงกลับก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูแล้ว
ตุ๊กตาโบราณขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ติดตามเรื่องราวความลับของสถาปนิกและวิศวกรคู่นี้มาจนถึงตอนนี้เลยนะคะ
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 14
ความลับในแฟ้มสีน้ำเงิน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!