กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและฝุ่นผงจากการรื้อถอนลอยคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่เย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง กรณ์ยังคงยืนจ้องหน้าวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและทิฐิที่ถูกท้าทายจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวตึกเก่าแห่งนี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก ทว่าความตึงเครียดนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนกวนประสาทของธาม
"ถ้ามองหน้าฉันนานกว่านี้อีกนิด นายอาจจะเผลอคิดว่าฉันรูปหล่อจนอยากเปลี่ยนใจมาจีบก็ได้นะ กรณิศ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้น ทำลายกำแพงความตึงเครียดลงในพริบตา แต่มันไม่ได้ช่วยให้สถาปนิกปากเก่งอย่างกรณ์อารมณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหวานบึ้งตึงขึ้นทันทีก่อนที่เรียวปากบางจะขยับตอบโต้ด้วยน้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน
"หลงตัวเองเป็นกิจวัตรสินะคะ คุณธาม... ฉันแค่กำลังคิดว่าใต้ท่าทางกวนๆ ของคุณเนี่ย มันซ่อนความลับอะไรไว้กันแน่ ทำไมผู้รับเหมาเก่าที่ล้มละลายไปเมื่อสามปีก่อน ถึงได้มีชื่อพัวพันกับบริษัทของคุณในเอกสารลับชุดนี้"
กรณ์โยกแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือเบาๆ สายตาคมกริบจดจ้องไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างต้องการคาดคั้นความจริง เหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบจะปะทะกันรุนแรงถูกแทนที่ด้วยเกมจิตวิทยาที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ธามหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความเจ้าเล่ห์ฉายชัดขึ้นในแววตาดำขลับคู่นั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มทีละน้อย จนกรณ์ต้องผถอยหลังIกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาปูนเปลือยของตึกเก่า
"อยากรู้เรื่องของฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ หืม?" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มสถาปนิกตัวแสบ "ระวังนะ... การขุดคุ้ยเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องที่อันตรายมากๆ มันอาจจะทำให้คนตัวเล็กๆ อย่างนายตกหลุมพรางของฉันจนปีนไม่ขึ้นเอาได้ง่ายๆ"
"ถอยไปเลยนะคนฉวยโอกาส!" กรณ์ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้เต็มแรง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองโกรธผสมปนเปกับความหวั่นไหวที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว "ฉันเอาจริงนะคะคุณธาม เอกสารพวกนี้ส่งตรงมาจากรุ่นพี่ที่กรมที่ดิน มันระบุชัดเจนว่าบริษัทของคุณเคยถือหุ้นใหญ่ในโครงการของ 'ผู้รับเหมาสมชาย' คนที่โกงงบแล้วหนีหายไป... คุณอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่ามันหมายความว่าไง!"
ธามไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบมองสบตาคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่กรณ์จะคาดเดาได้ ภายในใจของวิศวกรหนุ่มกำลังคำนวณอย่างรวดเร็ว—*ยัยตัวแสบเอ๊ย ไวกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย*—ความจริงแล้วเอกสารชุดนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กรณ์บังเอิญเจอ แต่มันคือข้อมูลที่ถูกกรองและส่งต่อมาอย่างแนบเนียนโดยฝีมือของธามเอง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของกรณ์ให้ออกห่างจากอันตรายที่แท้จริงของคุณภาคภูมิ ผู้มีอิทธิพลตัวจริงที่กำลังจ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้
แต่ธามจะบอกความจริงตอนนี้ไม่ได้... ขืนบอกไป มีหวังคนตรงหน้าคงวิ่งเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอันตรายกับตาแก่เจ้าเล่ห์คนนั้นแน่ๆ
"ถ้าฉันบอกว่า... ที่ฉันทำไปทั้งหมด ก็เพื่อปกป้องไม่ให้สถาปนิกปากแจ๋วแถวนี้ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ล่ะ นายจะเชื่อไหม?" เสียงของธามเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน ความอบอุ่นและความห่วงใยที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้นทำเอาจังหวะการเต้นของหัวใจกรณ์สะดุดไปชั่วขณะ
สถาปนิกหนุ่มชะงักงัน ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าคมคายที่ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่กรณ์จะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน
"เลิกเล่นละครน้ำเน่าสักทีเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะที่จะมาหลงเชื่อคำพูดกำกวมของคุณ ถ้าคุณไม่มีคำอธิบายที่ดีกว่านี้ พรุ่งนี้เช้าฉันจะเอาเรื่องนี้ไปรายงานกับคณะกรรมการบริษัทแน่!"
ธามถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเอ็นดู "ดื้อด้านจริงๆ ให้ตายสิ... อยากรู้นักใช่ไหมว่าเบื้องหลังมันคืออะไร?"
มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าแฟ้มเอกสารในมือของกรณ์ แต่ทว่า—
*กริ๊กร... แอ๊ดดด!*
เสียงประตูเหล็กบานใหญ่ที่ขึ้นสนิมด้านหน้าตึกเก่าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาในตัวอาคาร บรรยากาศที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่ดิ่งฮวบลงสู่จุดอันตรายในเสี้ยววินาที
ธามเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึมในพริบตา มือใหญ่คว้าต้นแขนของกรณ์แล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มืออีกข้างปิดปากสถาปนิกหนุ่มไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมา ก่อนจะพาถอยร่นเข้าไปหลบหลังเสาปูนต้นใหญ่ที่ถูกเงาดำทอดทับอำพรางสายตา
"เงียบ..." ธามกระซิบสั่งชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนกรณ์ ขนลุกซู่ แต่ความโกรธที่ถูกเนื้อต้องตัวยังไม่ทันได้ประทุ เสียงบทสนทนาก็ลอยเข้ามาในโสตประสาทเสียก่อน
"เฮ้ย แน่ใจนะว่าเอกสารนั่นมันอยู่ที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของใครบางคนดังขึ้น ใกล้กับจุดที่พวกเขายบซ่อนอยู่
กรณ์เบิกตากว้างเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ—*เสียงของคุณภาคภูมิ!* นักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังพยายามซื้อที่ดินแปลงนี้ด้วยเล่ห์เหลี่ยม
"ครับท่าน ลูกน้องมันบอกว่าสถาปนิกเด็กนั่นได้แฟ้มเอกสารลับจากคลังเก็บของเก่าไปแล้ว ถ้าเราไม่ได้คืน หรือมันเอาไปให้ตำรวจ... แผนของเราพังแน่ครับนาย!" เสียงลูกน้องอีกคนตอบกลับอย่างร้อนรน
ธามก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้ตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด กรณ์เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า สิ่งที่ธามพยายามเตือนและปกป้องเขามาตลอดมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และที่สำคัญ... ตอนนี้พวกเขากำลังติดอยู่ในกับดักที่อันตรายกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
นิ้วเรียวของธามค่อยๆ เลื่อนออกจากปากของกรณ์อย่างระมัดระวัง ดวงตาทั้งคู่สบกันในความสลัวของตึกร้าง สายตาของวิศวกรหนุ่มส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าห้ามขยับเด็ดขาด ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นระรัวอยู่ใกล้กันแค่คืบ กรณ์กลับเหลือบไปเห็นแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาใกล้เสาต้นที่พวกเขายบอยู่ทุกที
และก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว กรณ์ก็เผลอขยับเท้าเหยียบถูกเศษแก้วบนพื้นจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบสะท้อนก้องไปทั่วตึกร้าง!
"ใครวะ! ตรงนั้นมีใครอยู่!" เสียงตะโกนกร้าวพร้อมกับลำแสงไฟฉายที่พุ่งตรงมายังซอกเสาอย่างแม่นยำ ทำให้รู้ทันทีว่าพวกเขาถูกจับไต๋ได้เสียแล้ว
ธามสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้กรณ์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
"ตุ๊กตาโบราณ"
สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ•ตอนที่ 5
แผนซ้อนแผนของนายผู้รับเหมา
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับหัวหน้าไซส์งานผู้กุมความลับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!