“ถ้าเจ้ายังดื้อรั้นจะแต่งกับไอ้ขยะนั่น ก็จงหอบเอาข้าวของไร้ค่าของเจ้าออกไปจากตระกูลหลินเสียตอนนี้เลย! อย่าให้ข้าต้องเห็นหน้าคนเนรคุณอย่างเจ้าอีก”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับไม่ได้สร้างความสะทกสะท้านแก่ภัทรแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านไม้ซอมซ่อที่ดูราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ หากมีลมกรรโชกแรงพัดผ่าน ในมือของเขาถือเพียงห่อผ้าเก่าๆ ที่บรรจุตำราสมุนไพรติดตัวมาเพียงไม่กี่เล่มและเข็มเงินชุดหนึ่ง
ตรงหน้าของเขาคือจางหยาง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วซ้าย บุรุษที่ใครต่อใครในหมู่บ้านต่างตราหน้าว่าเป็น 'ไอ้ใบ้ไร้อนาคต' เพราะเขามักจะเลือกความเงียบมากกว่าการปะทะ และเลือกที่จะเก็บตัวอยู่กับฟาร์มร้างท้ายหมู่บ้านมากกว่าการไปแก่งแย่งชิงดีกับใครในตลาด
“คุณ... แน่ใจแล้วหรือครับ?” เสียงของจางหยางแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย สายตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของภัทรด้วยความกังวลระคนไม่อยากเชื่อ “ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนะ มีเพียงผืนดินแห้งๆ กับหลังคาที่รั่วเป็นรู ผมไม่มีแม้แต่สินสอดที่จะมอบให้คุณ...”
ภัทรมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายตรงหน้า เขาไม่ได้เห็นความต่ำต้อยอย่างที่คนอื่นประณาม แต่เขาเห็น ‘ความซื่อตรง’ และ ‘ความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์’ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตในยุคที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ภัทรยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาจางหยางหนึ่งก้าว
“ที่นี่อาจจะไม่มีสมบัติทองคำให้ขุดคุ้ย แต่ผมมองเห็น ‘ศักยภาพ’ บางอย่างที่คนตาถั่วในหมู่บ้านมองไม่เห็น” ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “จางหยาง... ผมไม่ได้ต้องการสินสอด ผมต้องการเพียงสถานที่ที่จะทำให้ผมได้ใช้ความรู้ที่มีเพื่อสร้างชีวิตใหม่ และถ้าคุณยอมรับผมเข้าไป ผมสัญญาว่าฟาร์มร้างแห่งนี้จะไม่ได้เป็นที่ซุกหัวนอน แต่มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่ใครก็ต้องอิจฉา”
จางหยางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เขาไม่พูดอะไรมาก เขาเพียงแต่เอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการกรำงานหนักมารับห่อผ้าจากมือของภัทรด้วยความทะนุถนอมราวกับมันเป็นของล้ำค่าที่สุดในโลก
พวกเขาเดินเท้าเข้าสู่เขตฟาร์มร้างที่อยู่ห่างไกลจากตัวหมู่บ้าน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไร ทว่าเมื่อย่างกรายผ่านแนวรั้วไม้ไผ่ที่ผุพัง ภัทรกลับสัมผัสได้ถึงไออุ่นประหลาดจากผืนดิน มันไม่ใช่ดินที่ตายแล้ว แต่มันเหมือนคนหลับใหลที่รอวันปลุกให้ตื่น
จางหยางวางข้าวของของภัทรไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ ภายในบ้านที่จัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเกินคาด “ผมทำความสะอาดไว้แล้ว แม้จะไม่หรูหรา แต่มันปลอดภัยครับ”
ภัทรสำรวจห้องครัวเล็กๆ เขาพบกับถุงแป้งที่เหลือเพียงก้นถุง ผักป่าแห้งๆ และขวดเครื่องปรุงที่แทบจะว่างเปล่า แต่ในมิติในจิตใจของเขา บัดนี้สมุนไพรล้ำค่าที่เขาบ่มเพาะไว้เริ่มเปล่งประกาย นี่คือทรัพยากรที่เขาจะใช้พลิกชะตาชีวิต
“หิวไหมครับ?” ภัทรเอ่ยถาม พลางหยิบมีดทำครัวขึ้นมาทดสอบความคม
“มื้อเย็นวันนี้เราจะกินอะไรที่ทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าทั้งหมดไปเลย”
จางหยางมองดูภัทรที่ขยับกายอย่างคล่องแคล่วท่ามกลางความขาดแคลน ภัทรเริ่มใช้ผักป่าที่เหลืออยู่ ผสมเข้ากับสมุนไพรแห้งบางชนิดที่เขาแอบหยิบออกมาจากมิติเพื่อดึงรสชาติและสรรพคุณทางยา กลิ่นหอมฟุ้งแปลกประหลาดที่ไม่เคยมีใครในหมู่บ้านได้กลิ่นมาก่อน เริ่มอบอวลไปทั่วตัวบ้าน กระจายออกไปตามสายลมจนชาวบ้านที่เดินผ่านมาละแวกใกล้เคียงต่างหยุดชะงักและพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความสงสัย
ในขณะที่ภัทรกำลังบรรจงเคี่ยวซุปสมุนไพรสีทองนวล จางหยางก็เดินเข้ามาจากหลังบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือของเขาถือจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกส่งมาวางไว้ที่รั้วบ้าน
“มีคนจากตระกูลหลินมาทิ้งนี่ไว้ให้คุณ...” จางหยางส่งกระดาษแผ่นนั้นให้ ภัทรรับมาอ่านเพียงปราดเดียวดวงตาก็ฉายแววเย็นเยือก จดหมายขู่กรรโชกที่ระบุว่า หากเขายังดื้อดึงที่จะอยู่กับ ‘ไอ้เศษสวะ’ อย่างจางหยาง เขาจะต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการ ‘หนีงาน’ ในไร่ของตระกูลด้วยเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่มีวันหาได้ในชั่วชีวิต
ภัทรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบจนจางหยางยังต้องขนลุก เขาหันไปมองจางหยางที่ยืนรอคำสั่งอยู่ข้างๆ
“พวกเขาคิดว่าผมเป็นเหยื่อที่จะบีบเค้นได้ตามใจชอบงั้นหรือครับ?” ภัทรวางชามซุปสมุนไพรลงบนโต๊ะไม้ กลิ่นหอมของมันตลบอบอวลจนจางหยางรู้สึกถึงความกระปรี้กระเปร่าที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ทว่าในวินาทีนั่นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับเสียงพังรั้วไม้ไผ่จนหักกระจาย เงาร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในชุดสีดำสนิทปรากฏขึ้นภายใต้แสงจันทร์ พวกมันไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นพวกนักเลงที่ตระกูลหลินจ้างมาเพื่อ ‘จัดการ’ ปัญหาให้จบสิ้นเสียในคืนนี้!
“หมอภัทร ออกมาเดี๋ยวนี้! นายท่านให้โอกาสแกเลือก... จะยอมกลับไปเป็นคนใช้ที่ตระกูล หรือจะให้พวกเราทำลายฟาร์มผุๆ นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง!”
ภัทรไม่สะทกสะท้าน เขาหยิบช้อนเงินขึ้นมาซดซุปสมุนไพรคำหนึ่งก่อนจะหันไปสบตาจางหยางที่ขยับกายมายืนขวางหน้าเขาไว้ด้วยแววตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรู
“จางหยางครับ...” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ “มื้อเย็นนี้คงต้องเลื่อนไปก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนเอา ‘ของกำนัล’ มาส่งให้เราถึงที่เลยนะครับ”
ความเงียบปกคลุมไปชั่วอึดใจ ก่อนที่จางหยางจะคลายกระดูกข้อนิ้วจนดังลั่น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่หาดูได้ยากยิ่ง
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและติดตามเรื่องราวของผมด้วยนะครับ — หมอภัทรแก้ไขชะตา
คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง•ตอนที่ 2
ทางเลือกใหม่ในฟาร์มร้าง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
