"ถ้าแกไม่ยอมจดทะเบียนสมೋದกับเถ้าแก่หวังวันนี้ ตระกูลเราก็เตรียมตัวฉิบหายกันหมดทั้งโคตร!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนกาน้ำชาเคลือบอีนาเมลสั่นระรัว น้ำชาสีน้ำตาลเข้มกระฉอกเปื้อนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง
ภัทร กะพริบตาช้าๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัวและความรู้สึกร้อนผ่าวราถูกไฟแผดเผาที่ลำคอ กลิ่นอับชื้นของบ้านดินเก่าทรุดโทรม กลิ่นสาบควายจากคอกหลังบ้าน และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวของผักดองขึ้นราลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สมองที่เคยดับวูบไปจากการถูกผลักตกจากระเบียงชั้นสองเมื่อชาติก่อน กำลังเรียบเรียงความทรงจำอย่างบ้าคลั่ง
เขาย้อนกลับมาแล้ว... ย้อนกลับมาในวันที่นรกบนดินบทแรกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในปี ค.ศ. 1978 ยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอดบนความทุกข์ยากของผู้อื่น
"เงียบทำไม ภัทร! แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้าทำตัวเป็นภาระของตระกูลมาหลายปีดีดัก พ่อแม่แกตายห่าไปหมดแล้ว ถ้าไม่ได้บ้านหลังนี้กับอาคอยเลี้ยงดู แกคงอดตายข้างถนนไปนานแล้ว เถ้าแก่วังเขายอมจ่ายสินสอดตั้งห้าร้อยหยวน แถมตั๋วแป้งอีกสิบใบ แค่นี้แกก็ควรจะกราบขอบคุณพวกฉันด้วยซ้ำที่หาอนาคตดีๆ ให้!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ – หลี่ว์ซิ่วอิง แผดลั่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นางสวมเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ที่ปะชุนตรงข้อศอก แต่ข้อมือกลับสวมกำไลเงินปลอมวาววับ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความโลภและความรังเกียจ เดรัจฉานในคราบมนุษย์พวกนี้ ไม่เคยเห็นเขาเป็นหลานแท้ๆ เห็นเป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่งที่จะเอาไว้ต่อรองเพื่อปลดหนี้การพนันของลูกชายตัวแสบเท่านั้น
ภัทรสูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของพลังปราณและทักษะการฝังเข็มในฐานะแพทย์แผนจีนอัจฉริยะยังคงวนเวียนอยู่ในความรู้สึก เขายกมือขึ้นสัมผัสรอยช้ำที่ลำคอ รอยแผลที่ถูกพวกมันรุมทำร้ายก่อนจะบังคับให้เซ็นสัญญาแต่งงานยังคงระบม
"ถ้าตระกูลเราจะฉิบหาย..." ภัทรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ได้สั่นเทาอย่างที่พวกมันคาดคิด ตรงกันข้าม มันราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังจนน่าประหลาด
"แกกว่ายังไงนะ?!" ลุงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืน ถลึงตาใส่หลานชายด้วยความเหลืออด
"ผมบอกว่า..." ภัทรค่อยๆ เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดกวาดมองหน้าทุกคนในห้องโถง ไล่ตั้งแต่ลุงใหญ่ผู้เห็นแก่ตัว ป้าสะใภ้จอมสูบ ไปจนถึงญาติสนิทมิตรสหายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการขายชีวิตเขา "ถ้าตระกูลเราจะฉิบหาย มันก็เป็นเพราะพวกท่านทำตัว Sanfran (สำมะเทิ่ง) ผลาญเงินจนเป็นหนี้บ่อน ไม่ใช่เพราะผม"
*เพี๊ยะ!*
หลี่ว์ซิ่วอิงปรี่เข้ามาตบโต๊ะแล้วชี้หน้าด่ากราด "ไอ้เด็กเนรคุณ! เลี้ยงไม่เชื่อง! แกกล้าดียังไงมาปากดีใส่ผู้ใหญ่ แบบนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ!"
นางทำท่าจะพุ่งเข้ามาหยิกเนื้อเขาให้เขียวช้ำเหมือนเช่นเคย แต่มือเรียวยาวของภัทรกลับคว้าข้อมือของนางไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่จุดชีพจรทำให้ป้าสะใภ้ต้องร้องกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวดราวกับกระดูกจะแตก
"จำไว้ให้ดี..." ภัทรโน้มตัวเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซ่าบทว่าเย็นยะเยือก "สิทธิ์ในการตัดสินใจชีวิตของผม อยู่ที่ผม ไม่ใช่พวกท่าน และเงินห้าร้อยหยวนกับตั๋วแป้งของเถ้าแก่หวัง... พวกท่านอยากได้นัก ก็ไปแต่งงานกับมันเองเถอะ"
"ไอ้...ไอ้เด็กทรพี! ปล่อยฉันนะ! ใครก็ได้มาช่วยกันจับมันกดลงพื้นเดี๋ยวนี้!" หลี่ว์ซิ่วอิงดิ้นพล่าน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธและเจ็บปวด
บรรยากาศในบ้านดินตึงเครียดจนถึงขีดสุด ญาติๆ ที่นั่งล้อมวงอยู่เริ่มส่งเสียงฮือฮา บางคนหยิบไม้กวาด บางคนเตรียมพุ่งเข้ามาสมทบเพื่อใช้กำลังบังคับขู่เข็ญตามสันดานเดิม ในยุคสมัยนี้ กฎหมายยังตามไม่ทันความป่าเถื่อนของคนในชนบท การจัดการเด็กไม่มีพ่อมีแม่สักคนถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้ใหญ่ในบ้านจะทำได้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะระเบิดเป็นจุล เสียงเคาะประตูหน้าบ้านอย่างหนักหน่วงก็ดังขึ้นสามครั้ง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงนั้นไม่ได้ดังแบบคนมาเคาะเรียก 108 ทั่วไป แต่มันหนักแน่น ทรงพลัง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคามราวกับมีใครกำลังพังประตูด้วยท่อนซุง ทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก หันไปมองที่ประตูไม้ผุพังเป็นตาเดียว
หลี่ว์ซิ่วอิงชะงักการดิ้นรน นางขมวดคิ้ว "ใครมาวะ? หรือว่าเถ้าแก่หวังจะส่งคนมาเร่งรัดเรื่องเจ้าสาว ไปเปิดดูซิใคร!"
อาเล็กของภัทรเดินบ่นพึมพำไปเปิดประตูไม้ด้วยความหงุดหงิด ทว่าทันทีที่บานประตูถูกผลักออก แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาทำให้เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนพื้นห้องจนมืดครึ้ม
ร่างนั้นสูงใหญ่ กำยำ และแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างชัดเจนในชุดเสื้อโค้ททหารสีเขียวเข้มที่ซีดจาง ไหล่กว้าง ใบหน้าคมเข้มมีแผลเป็นจางๆ พาดผ่านโหนกแก้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองทุกคนในบ้านด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งไมตรีจิต
ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาในบ้านดิน ไม่ใช่ใครอื่น... เขาคือ "จางหยาง" อดีตทหารผ่านศึกผู้ถูกปลดประจำการเพราะอาการบาดเจ็บ และปัจจุบันถูกตราหน้าว่าเป็น "คนบาป" หรือ "ชายอัปมงคล" เจ้าของฟาร์มร้างท้ายหมู่บ้านที่ใครต่างพากันหลบเลี่ยง
จางหยางกวาดสายตาคมปลาบมาหยุดอยู่ที่ภัทร ซึ่งกำลังยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางวงล้อมของญาติจอมสูบ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วห้อง
"ฉันมาที่นี่..." จางหยางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองสัญญาแต่งงานบนโต๊ะ "เพื่อมารับภรรยาของฉันกลับบ้าน"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ท่ามกลางความตกตะลึงจนอ้าปากค้างของทุกคน ภัทรกลับนิ่งงบ หัวใจที่เคยด้านชาในอดีตกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและพร้อมจะปกป้องเขาจากคนทั้งโลก
นี่คือจุดเปลี่ยนแรก... และเกมการล้างแค้น ทวงคืนความยุติธรรม รวมถึงการสร้างชีวิตใหม่ในยุค 70 กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
---
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
*ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและสนับสนุนผลงานของผมด้วยนะครับ* — **หมอภัทรแก้ไขชะตา**
คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นจากกองเพลิง
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
