เสียงก้องกังวานจากการลั่นกระดูกข้อนิ้วของจางหยางเมื่อครู่ ยังคงแขวนลอยอยู่ในความเงียบงันของห้องโถงดินปั้นที่ทรุดโทรม
ภัทรไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสงบนิ่งทอดมองสามีในนามผู้มีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ตามเรือนร่าง ร่างสูงใหญ่ที่เคยผ่านสมรภูมิรบอันดุเดือด บัดนี้กลับถูกพันธนาการด้วยพิษสงครามและความเจ็บปวดเรื้อรังที่กัดกินร่างกายอย่างเงียบงันในยามค่ำคืน
"นั่งลงครับ"
น้ำเสียงของภัทรราบเรียบแต่มั่นคง ไม่มีแววหวาดกลัวต่อรัศมีน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางตบลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเตี้ยข้างเตาผิงเบาๆ เป็นเชิงบังคับกลายๆ
จางหยางหรี่ตาลงเล็กน้อย ประเมินท่าทีของภรรยาที่นับวันยิ่งแสดงด้านที่เขาไม่เคยรู้จักออกมาให้เห็น ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ร่างหนาจะยอมทิ้งตัวลงนั่งตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ดวงคมกริบจับจ้องใบหน้าเนียนใสที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มจากเตาฟืน
"คุณคิดจะทำอะไร" จางหยางเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเจือความระแวงระวังที่สะสมมานานปี
"รักษาคุณ" ภัทรตอบสั้นๆ ชัดถ้อยชัดคำ พลางควานมือลงไปในกระเป๋าผ้าฝ้ายสีมอที่วางอยู่ข้างตัว หยิบห่อกระดาษสาเก่าๆ ออกมาคลี่ออก เผยให้เห็นเรียวเข็มเงินสเตนเลสแวววาวนับสิบเล่มที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ท่ามกลางยุคสมัยที่การแพทย์แผนปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ห่างไกล และยาปฏิชีวนะคือสิ่งล้ำค่าราวกับทองคำ การพบเห็นเข็มฝังเข็มโบราณเช่นนี้ย่อมสร้างความประหลาดใจไม่น้อย ทว่าจางหยางกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เขากลับจ้องมองเข็มเหล่านั้นด้วยแววตาครุ่นคิด ราวกับเคยพบเห็นมันมาจากที่ใดที่หนึ่งในอดีตอันเลือนราง
"หมอพื้นบ้านแถบนี้ไม่มีใครใช้วิธีนี้หรอกนะ" จางหยางแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมฉายแววเย้ยหยันโชคชะตาตนเอง "กระดูกหัวไหล่ซ้ายของผมแหลกละเอียดจากสะเก็ดระเบิด เส้นเอ็นขาขวาฉีกขาดจากแรงกระแทกตอนกระโดดหลบกระสุนปืนใหญ่ หมอทหารที่ค่ายบอกว่า ต่อให้รอดตาย ผมก็ต้องเดินกะโผลกกะพะไปตลอดชีวิต... คุณคิดว่าเข็มเล่มเล็กๆ แค่นี้ จะสมานกระดูกที่แตกละเอียดได้หรือไง"
ภัทรเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี นัยน์ตาคู่คมกริบของแพทย์หนุ่มฉายประกายลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนุก
"กระดูกอาจจะเชื่อมต่อด้วยเหล็กไม่ได้ แต่พลังชีวิตและเส้นลมปราณในร่างกายมนุษย์... มีวิธีเยียวยาในแบบที่คนตาบอดทางวิทยาศาสตร์ไม่มีวันเข้าใจครับ"
สิ้นคำพูด ภัทรก็ไม่รอให้จางหยางได้เอ่ยคัดค้านอันใดอีก ร่างโปร่งขยับเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ฝ่ามืออุ่นจัดทาบทับลงบนแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เพื่อสัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจและสำรวจทิศทางของลมปราณที่ติดขัด
สัมผัสแนบชิดกะทันหันทำให้ลมหายใจของจางหยางสะดุดไปชั่วขณะ กลิ่นอายสะอาดบริสุทธิ์จางๆ ที่คล้ายกับกลิ่นหอมของสมุนไพรป่าลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของชายชาตรีให้ตื่นตัวขึ้นอย่างเงียบงัน สันจมูกโด่งเป็นคมก้มมองกลุ่มผมสีดำสนิทที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปตามสันหลัง ทำให้กล้ามเนื้อที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงโดยอัตโนมัติ
"ถอดเสื้อออกครับ" ภัทรสั่งเสียงเข้ม ขจัดบรรยากาศชวนใจเต้นเมื่อครู่ให้กลับคืนสู่โหมดการรักษาอย่างรวดเร็ว
จางหยางขบกรามแน่น ปลดกระดุมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายหยาบออกทีละเม็ด เผยให้เห็นแผ่นอกและลำตัวท่อนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกำยำและร่องรอยการผ่านศึกสงกรานต์มาอย่างโชกโชน บาดแผลฉกรรจ์สีแดงเข้มพาดผ่านหัวไหล่ข้างซ้ายอย่างน่ากลัว เป็นหลักฐานชั้นดีถึงความเจ็บปวดที่ชายคนนี้ต้องแบกรับมาตลอดหลายปี
ภัทรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกสมาธิทั้งหมดกลับคืนมา ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่จุดชีพจรบริเวณต้นคอและหัวไหล่ของจางหยางอย่างแผ่วเบา
*จี๊ด...*
แรงกดจุดแม่นยำทำให้จางหยางเผลอสูดปากเข้าอย่างเจ็บปวด ทว่ายังไม่ทันได้โวยวาย ภัทรก็จรดเข็มเงินเล่มแรกฝังลงไปที่จุด "เจียนJian" บริเวณหัวไหล่ด้วยความเร็วและนุ่มนวลราวกับสายน้ำไหล ทักษะการฝังเข็มระดับปรมาจารย์ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนผสานเข้ากับพลังจิตที่นิ่งสงบ ทำให้เข็มเงินจมลงสู่เนื้อโดยที่ผู้ป่วยแทบไม่รู้สึกเจ็บปวด
หนึ่งเล่ม... สองเล่ม... สามเล่ม...
เข็มเงินนับสิบถูกฝังลงตามจุดลมปราณสำคัญบนแผ่นหลังและหัวไหล่ของจางหยางอย่างเป็นระบบ ทุกครั้งที่เข็มเล่มใหม่ถูกปักลงไป อุณหภูมิรอบตัวราวกับสูงขึ้นเล็กน้อย กระแสความร้อนสายหนึ่งเริ่มไหลเวียนจากจุดฝังเข็มกระจายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง บรรเทาความปวดร้าวที่ฝังรากลึกในกระดูกให้ค่อยๆ คลายตัวลงอย่างน่าอัศจรรย์
จางหยางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดเรื้อรังที่คอยกัดกินเขาทุกค่ำคืนราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นดึงทึ้งออกไป ความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมานานนับปีแผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนลมหายใจที่เคยติดขัดกลับมาเป็นปกติอย่างราบรื่น
"นี่มัน..." ชายหนุ่มครางแผ่วในลำคอด้วยความเหลือเชื่อ
"อย่าเพิ่งขยับครับ" ภัทรกระซิบเสียงนุ่ม มือบางยังคงประคองข้อศอกของจางหยางไว้เพื่อปรับทิศทางของเข็มให้เสถียร "ลมปราณของคุณติดขัดมานานเกินไป หากขยับตอนนี้ เส้นเอ็นอาจจะเสียหายหนักกว่าเดิม"
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ แสงไฟจากเตาผิงส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของภัทร เผยให้เห็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดขึ้นตามไรผมจากการใช้สมาธิขั้นสูง ดวงตาคู่สวยนั้นมุ่งมั่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่จางหยางไม่เคยได้รับจากใครเลยนับตั้งแต่วันที่ปลดประจำการกลับมาสู่บ้านหลังนี้
ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลเข้าสู่ห้องอกที่ด้านชาของอดีตทหารผ่านศึก จางหยางมองภรรยาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
ผ่านไปราวหนึ่งธูป (ประมาณครึ่งชั่วโมง) ภัทรจึงเริ่มใช้นิ้วเรียวหมุนวนถอนเข็มออกทีละเล่มด้วยความระมัดระวัง จนกระทั่งเล่มสุดท้ายถูกเก็บลงในห่อกระดาษสา ร่างโปร่งจึงพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แม้จะเหนื่อยล้าไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับคุ้มค่าเกินคาด
"รู้สึกอย่างไรบ้างครับ?" ภัทรเงยหน้าขึ้นถาม พร้อมกับยื่นผ้าชุบน้ำอุ่นไปซับเหงื่อบริเวณขมับให้ชายหนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
จางหยางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและความใส่ใจที่ถูกส่งผ่านทางปลายนิ้ว เขาขยับหัวไหล่ซ้ายช้าๆ ความเจ็บแปลบที่เคยแล่นพล่านทุกครั้งที่ขยับตัว บัดนี้กลับเลือนหายไปเหลือเพียงความตึงเบาๆ เท่านั้น ร่างกายที่เคยหนักอึ้งราวกับแบกหินผา บัดนี้เบาสบายราวกับได้ชีวิตใหม่
"ผม... ขอบคุณคุณมาก" จางหยางเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาของภัทร
ภัทรยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่จางหยางเคยเห็นมาในชีวิตชนบทอันแห้งแล้งนี้ "หน้าที่ของหมอครับ... อีกอย่าง เราเป็นสามีภรรยา—"
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะการสนทนาอันอบอุ่นภายในห้องลงอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดลอยข้ามกำแพงดินเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด
"ไอ้หลานอกตัญญู! นังสะใภ้ตัวซวย! พวกแกแอบกินอะไรกันในนั้น ปล่อยให้พวกฉันยืนตากน้ำค้างอยู่ข้างนอกตั้งนาน เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงแผดร้องของป้าสะใภ้ใหญ่ดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงถีบประตูไม้ผุพังที่สั่นคลอนราวกับจะพังลงมาในไม่ช้า
จางหยางขมวดคิ้วมุ่น รัศมีเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างหนาทันที ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกปลุกเร้า เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับพวกน่ารำคาญเหล่านั้น แต่ทว่า...
ภัทรกลับเอื้อมมือไปแตะแขนห้ามไว้เสียก่อน
แพทย์หนุ่มระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายประกายเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าปัญญา มือเรียวหยิบขวดกระปุกเซรามิกบรรจุผงสมุนไพรสีขาวกลิ่นหอมฉุนขึ้นมาเปิดฝา ส่งกลิ่นหอมประหลาดตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง
"ใจเย็นๆ ครับ..." ภัทรกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้ขนลุก "ในเมื่อพวกเขากระหายความวุ่นวายนัก... เราก็ควรต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ ด้วย 'สมุนไพรต้อนรับ' พิเศษ ที่ผมเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อครู่ดีกว่าครับ"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมอภัทรในการพลิกชะตากรรมครั้งนี้นะครับ
คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง•ตอนที่ 3
สมุนไพรในกระเป๋าผ้า
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอนักปรุงยาในยุคขาดแคลน กับสามีผู้เป็นเจ้าของฟาร์มร้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
