ปึง! เสียงทุบประตูดังลั่นขึ้นอีกครั้ง ราวกับผู้มาเยือนด้านนอกไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่ตั้งใจจะพังบานไม้เก่าๆ ให้หลุดร่วงคามือ
"หลบไปก่อนครับ" ลู่ฉีหยานยื่นแขนแกร่งขวางหน้าเรณูไว้ทันที สัญชาตญาณทหารผ่านศึกตื่นตัวเต็มที่ กล้ามเนื้อใต้เสื้อผ้าตึงเกร็งพร้อมปะทะ ทว่าเรณูกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะข้อศอกเขาเบาๆ
"ใจเย็นก่อนสิครับผู้กอง ลมสงบแบบนี้ อยู่ๆ มีพายุลูกใหญ่พัดมาต้อนรับรุ่งอรุณ มันก็น่าสนุกดีไม่ใช่หรือครับ" เรณูยิ้มมุมปาก แววตาพราวระยับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าแซงหน้าชายหนุ่มไปปลดสลักประตูด้วยความมั่นใจ
แอ๊ด...
บานประตูไม้ส่งเสียงร้องโหยหวนยามถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเนื้อดีที่เปื้อนฝุ่นจากการเดินทาง ใต้หมวกไหมพรมมีเส้นผมสีดอกอเลาแซงประปราย แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรี กวาดมองตรงเข้ามาในบ้านพักหลังน้อยทันที
"เจ้าของร้านอาหารรสชาติประหลาดที่คนลือกันทั้งตำบล... คือพวกเธอสินะ?" เสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นโดยไม่มีการทักทายตามมารยาท
เรณูกวาดสายตาสำรวจผู้มาเยือนแวบเดียวก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นชายวัยกลางคนที่มีอำนาจต่อรองสูงในย่านการค้าอำเภอถัดไป เธอไม่รอช้า ผายมือเชิญด้วยรอยยิ้มสุภาพแต่ทว่าทรงพลัง "ยินดีต้อนรับครับคุณท่าน หากการมาเยือนยามเช้าตรู่เช่นนี้เกิดจากความหิวโหย ผมเกรงว่าท่านมาถูกที่แล้วล่ะครับ"
ชายผู้มาเยือนแค่นหัวเราะในลำคอ "หึ ปากกล้าดีนี่ ข้าได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาไกลจากอีกตำบล บอกว่ามีร้านอาหารเล็กๆ เปิดใหม่ที่ใช้กลิ่นหอมยั่วเย้าจนคนนอนไม่หลับ ข้าไม่เชื่อหรอก จนกระทั่งลมหนาวพัดพาเอากลิ่นหอมประหลาดนั่นลอยไปถึงจวนของข้าเมื่อคืน... บอกมา เจ้าใส่อะไรลงในอาหาร ถึงทำให้คนอยากกินจนแทบคลั่ง?"
บรรยากาศหน้าประตูตึงเครียดขึ้นในทันที ลู่ฉีหยานขยับเข้ามาใกล้เตรียมปกป้องภรรยา แต่เรณูกลับยกมือห้ามพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ กลิ่นอายความมั่นอกมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอจนผู้มาเยือนชะงัก
"ของอร่อย ไม่จำเป็นต้องใช้เล่ห์กลหรอกครับท่าน ถ้าท่านอยากรู้ว่ามันคืออะไร เชิญก้าวเข้ามาสัมผัสด้วยลิ้นของท่านเองเถอะครับ"
คำพูดนั้นท้าทายแต่สุภาพจนชายสูงวัยแค่นเสียงฮึดฮัด ก่อนจะยอมก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามา กลิ่นอายของความวุ่นวายกำลังก่อตัวขึ้น แต่สำหรับหลินฟาง หรือเรณูแล้ว นี่คือโอกาสทองในการสร้างชื่อเสียงให้ระบือไปทั่วทุกสารทิศ
ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา ครัวหลังบ้านของหลินฟางก็คุกรุ่นไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมที่รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อวาน
เรณูจัดการหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติฟาร์มสมุนไพร เนื้อหมูสามชั้นติดมันแทรกสวยราวลายหินอ่อน ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เคล้ากับน้ำตาลกรวด ซีอิ๊วดำสูตรโบราณ และสมุนไพรจีนนานาชนิดที่ส่งกลิ่นหอมฉุนเตะจมูกทันทีที่โดนความร้อนจากเตาถ่าน
*ฉู่—!*
เสียงน้ำซุปเคี่ยวเดือดปุดๆ ในหม้อดินเผา กลิ่นหอมหวานของเครื่องเทศที่ผสมผสานกับความมันกลมกล่อมของเนื้อหมูค่อยๆ แผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ทะลุหน้าต่าง ทะลุรั้วบ้าน และลอยไปตามกระแสลมยามสายที่พัดผ่านหมู่บ้าน
ด้านนอกบ้าน กลุ่มชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดเดิน พวกเขาต่างเงี่ยหูฟังและสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"กลิ่นอะไรน่ะ? หอมชวนน้ำลายสอขนาดนี้!" หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้น พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"นั่นสิ เมื่อวานก็ทีหนึ่งแล้ว วันนี้หอมยิ่งกว่าเดิมเสียอีก นี่สะใภ้บ้านนั้นทำอะไรกินกันแน่ ถึงได้ยั่วยวนชวนหิวปานนี้" ชายวัยกลางคนอีกคนส่ายหัวดลใจให้เดินหนีไม่ไหว ร่างกายมันหมุนกลับเดินตรงดิ่งไปยังทิศทางของบ้านหลินฟางโดยอัตโนมัติ
ข่าวลือแพร่สะพัดราวดอกไม้ไฟลามทุ่ง เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผู้คนเริ่มทยอยมาออกันอยู่ที่หน้าบ้านของหลินฟางมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนแปลกหน้าจากตำบลอื่น พ่อค้าเรณู และชาวบ้านละแวกใกล้เคียง ต่างส่งเสียงพูดคุยกันจอแจจนบ้านหลังน้อยแทบแตก
ลู่ฉีหยานที่ทำหน้าที่คอยรักษาความสงบและต้อนรับแขกเริ่มมีเหงื่อซึมที่ขมับ เขาไม่เคยคิดเลยว่าอาหารฝีมือภรรยาจะทรงพลังถึงเพียงนี้ มันไม่ใช่แค่การทำอาหารประทังชีวิต แต่มันคืออาวุธที่สะกดผู้คนได้ทั้งหมู่บ้าน
ภายในครัว เรณูไม่ได้สนใจความวุ่นวายด้านนอก มือเรียวบรรจงตัก "หมูตุ๋นน้ำแดงสูตรลับมิติฟาร์ม" สีเข้มข้นเงางามราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงามราดด้วยน้ำซุปข้นคลั่กที่เคี่ยวจนเนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปาก เธอโรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดเพื่อตัดเลี่ยน
เธอยื่นชามกระเบื้องเคลือบใบนั้นให้ชายชราผู้มาเยือนคนแรก ซึ่งตอนนี้สีหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่ได้แปรเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็นอย่างถึงที่สุด ดวงตาจ้องมองชามข้าวตรงหน้าเขม็งราวกับกลัวมันจะบินหนีไป
"เชิญครับคุณท่าน เมนูนี้ผมเรียกว่า 'หมูตุ๋นสวรรค์สะท้านโลกันต์' หวังว่าจะถูกปากนักชิมผู้ทรงเกียรติเช่นท่านนะครับ" เรณูผายมือด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา
ชายชราไม่รอช้า ใช้ตะเกียบหนีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปากทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมที่ละมุนลิ้น ความนุ่มละลายของไขมันที่แทบไม่ต้องเคี้ยว และกลิ่นหอมของสมุนไพรที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก ทำให้เขาถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ
*อร่อย... อร่อยจนน้ำตาแทบไหล!*
ทันใดนั้น เสียงกระแทกชามข้าวจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของแม่เฒ่าหลี่ที่เพิ่งแหกปากเดินมาถึงหน้าบ้านด้วยความโมโห
"กลิ่นอะไรหอมนักหนาฟะ! นังสะใภ้ตัวดี แกแอบซ่อนของอร่อยไว้นำไปขายรวยคนเดียวอีกแล้วใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เรณูหันไปมองทางประตูหน้าบ้าน รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ชายชราผู้กำลังเคี้ยวหมูตุ๋นอย่างมีความสุขขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
ทว่า ก่อนที่แม่เฒ่าหลี่จะทันได้พังประตูเข้ามา ชายชราผู้ทรงอิทธิพลจากต่างตำบลก็วางตะเกียบลงเสียงดัง *กริ๊ง!* แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นลั่นบ้านจนทุกคนข้างนอกเงียบกริบในทันที
"ใครกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าร้านของเชฟหลิน... คนผู้นั้น คงไม่อยากเห็นตะวันรุ่งพรุ่งนี้อีกแล้วกระมัง?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนรสชาติแห่งความสุขนี้ร่วมกันเสมอนะครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 25
กลิ่นหอมเรียกแขก
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!