คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 24

กลยุทธ์การตลาดแบบยุค 70

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
แคร็กส์! เสียงไม้กระดานเรือนแถวไม้เก่าในเขตค่ายทหารลั่นเอี้ยดอ้าด ทุกย่างก้าวของเถาเรณูหนักหน่วงไม่แพ้ความรู้สึกในอก กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเกลือทะเลและกลิ่นสาบปลาเค็มจากตลาดท่าเรือลอยอลวนอบอวลอยู่ในอากาศยามเช้าตรู่ ผสมผสานเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเมืองท่าชายทะเลที่เธอเกลียดชัง สองมือเรียวเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาช่วยดึงสติให้เธอตื่นจากฝันร้ายอันยาวนาน เรณูหลุบตามองมือที่สั่นเทาของตัวเองก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเค็มของปลาแดดเดียวตีเข้าจมูกจนเธอเกือบสำลัก นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่คือกลิ่นอายของปี ค.ศ. 1978 ปีที่ชีวิตแต่งงานอันแสนขมขื่นของเынตกับ หลี่จ้าวหยาง เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเป็นปีที่แม่สามีตัวแสบอย่าง นางจาง เจ้าสำนักความเยินยอและจอมสูบเลือดสูบเนื้อ เริ่มต้นแผนการสูบเงินหยวนทุกหยอดจากกระเป๋าของเธอ "เรณู! นังลูกสะใภ้ตัวดี สายโดนปานนี้แล้ว ข้าวปลาอาหารเช้าของครอบครัวยังไม่ตั้งโต๊ะอีกเรอะ! แกคิดจะให้พ่อแกกับพี่เขาอดตายคาบ้านหรือไง ถึงได้นอนอืดเป็นหมูตอนอยู่ได้!" เสียงแหลมหวีดทะลุผนังไม้บาง ๆ เข้ามา กระแทกเข้าแก้วหูของเรณูอย่างจัง แรงกระแทกนั้นรุนแรงเสียจนหัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเร่า ๆ ความทรงจำอันขมขื่นนับสิบปีไหลบ่ากลับเข้ามาในหัวสมองราวกับกระแสน้ำป่าที่พังทำนบกั้นน้ำ ความเจ็บปวดจากการถูกสูบเลือดสูบเนื้อ ความเหนื่อยสายตัวแทบขาดจากการทำงานหนักหาเงินมาปรนเปรอครอบครัวสามีจอมเกียจคร้าน และความตายอันแสนโดดเดี่ยวในบ้านเช่าผุพัง ทุกความรู้สึกไหลย้อนกลับมาคมกริบราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ในชาติที่แล้ว เธอยอมจำนน ยอมก้มหน้าก้มตาทำงานหามรุ่งหามค่ำ ส่งเงินทุกหยวนที่หามาได้ให้แม่สามีจอมเขมือบและสามีที่ไม่เอาไหนอย่างหลี่จ้าวหยางผลาญเล่น ผลลัพธ์ที่ได้คือความไร้ค่า ความป่วยไข้ และความตายอย่างโดดเดี่ยวบนเตียงไม้แข็งๆ ไร้ซึ่งความเหลียวแลจากใครสักคน แต่ตอนนี้... ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ดวงตาของเรณูวาวโรจน์ด้วยประกายความเย็นเยียบ มุมปากของเธอหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่เย็นชาถึงขั้วหัวใจ ยุคแปดศูนย์นี้ โอกาสได้เริ่มต้นใหม่อยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เธอจะไม่ยอมเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป ใครก็ตามที่เคยเอาเปรียบ ดูถูก หรือสูบเลือดเนื้อจากเธอ มันต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า "นังเรณู! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วเรอะ! ออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงทุบประตูดังปัง ๆ จนบานประตูไม้เก่า ๆ สั่นไหว ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากวงกบ เสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่สามีดังลั่นบ้านพักสวัสดิการทรุดโทรมแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับท่าเรือประมง ร, สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยกลิ่นคาวปลาและเสียงตะโกนซื้อขายของเหล่ากะลาสีเร่ร่อนและชาวประมงตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เรณูสูดหายใจเข้ายาวลึกเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อสะساศอารมณ์กรุ่นโกรธไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนจะผลักประตูห้องนอนเปิดออก เสียงบานพับสนิมเขรอะส่งเสียงเอี๊ยดอาดบาดหู ที่หน้าประตู ยืนร่างท้วมของนางจาง แม่สามีของเธอ ใบหน้าอูมเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยย่นแห่งความเจ้าเล่ห์ สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบเก่า ๆ มือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือหนึ่งชี้หน้าด่ากราดเรณูทันทีที่ประตูเปิดออก "แกเป็นใบ้ไปแล้วรึไง? ฉันเรียกตั้งแต่ไก่โห่ ยังไม่ลุกมาทำข้าวต้มให้ลูกชายฉันกินอีก! แกคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายคุณหนูมาจากไหน ถึงต้องให้สามีมาคอยปรนนิบัติ หรือคิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลหลี่แล้วจะนอนกินบ้านกินเมืองสบายใจเฉิบ?" เรณายืนนิ่ง พิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างยิ่งยวด ต่างจากอดีตที่เธอจะลนลาน รีบก้มหน้าก้มตาขอโทษขอโพย สายตาของเธอในตอนนี้เย็นชาและคมกริบราวกับใบมีด กวาดมองร่างของแม่สามีตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้นางจางชะงักไปชั่วขณะ ความเย่อหยิ่งและแววตานิ่งสงบที่ไร้ความเกรงกลัวใดๆ ของเรณูทำให้แม่สามีรู้สึกแปลก ๆ ในใจโดยไม่รู้ตัว ปรกติแล้วนังเด็กนี่จะก้มหน้าตาสั่นเทา แต่วันนี้... แววตาคู่นั้นกลับคมกริบจนน่ากลัว "ตื่นสายอะไรกันคะคุณแม่?" เรณูเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนกดดันให้อีกฝ่ายต้องชะงัก "นี่เพิ่งจะตีห้ากว่าๆ ฟ้ายังไม่ทันสว่างดีเลยค่ะ หรือว่านาฬิกาที่บ้านเราเดินเร็วกว่าบ้านคนอื่น ถึงได้รีบใช้แรงงานคนตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน?" "น...นี่แกกล้าเถียงฉันเรอะ!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ มือที่เท้าสะเอวสั่นเทาด้วยความโมโห ตบะแตกทันทีที่ลูกสะใพ้ที่เคยหัวอ่อนกล้าต่อปากต่อคำ "นังเด็กอกตัญญู! กินข้าวแดงแกงร้อนบ้านฉัน หาเงินก็ไม่ได้สักแดง ยังกล้ามาต่อปากต่อคำกับแม่สามีเรอะ! ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไสหัวออกไปจากบ้านค่ายนี้ซะ อย่ามาเกาะลูกชายฉันกินเรเรืองาน!" คำพูดเดิมๆ ประโยคเดิมๆ ที่เรณูเคยฟังมานับร้อยครั้งในชาติก่อน ฟังดูน่าเบื่อและสมเพชเสียยิ่งกว่าเสียงแมลงวันตอมกองขยะ ในอดีต คำพูดเหล่านี้กรีดแทงหัวใจของเธอจนแหลکสลาย ทำให้เธอต้องก้มหน้าก้มตาทำงานหนักทั้งน้ำตา แต่ในชาตินี้... คำพูดเหล่านี้กลับกลายเป็นเพียงเสียงหริ่งหรี่ที่น่ารำคาญเท่านั้น เรณูแย้มยิ้ม มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทรงพลังยิ่งกว่าคำด่าทอใดๆ "ออกจากบ้านหลังนี้เหรอคะ? คุณแม่แน่ใจนะว่าพูดคำนี้ออกมาจริงๆ ถ้างั้น... รบกวนช่วยคืนเงิน 500 หยวนที่แม่ยืมฉันไปเมื่อเดือนก่อน พร้อมกับค่าอาหารและค่าเช่าบ้านที่ฉันต้องสำรองจ่ายแทนลูกชายสุดที่รักของแม่มาตลอดครึ่งปีหลังนี้ให้ครบทุกหยวนก่อนสิคะ แล้วฉันจะก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้ทันทีโดยไม่หันกลับมามองเลยสักนิด" คำพูดของเรณูพุ่งตรงเข้าเป้าหมายราวกับลูกธนูอาบยาพิษ หน้าของนางจางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำสลับเขียวคล้ำในทันที เงิน 500 หยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ในยุคนี้ แถมหลี่เจี้ยนกั๋ว สามีของเธอก็ผลาญเงินเก่งเป็นน้ำ และติดการพนันงอมแงมจนเป็นหนี้สินรุงรัง ทุกคนในบ้านต่างรู้ดีว่าเงินทองที่บ้านนี้ใช้จ่ายอยู่รอดได้ทุกวันนี้ ก็มาจากเงินเก็บก้อนสุดท้ายและการทำงานหาเงินอย่างลับๆ ของเรณูทั้งสิ้น ถ้าเรณูเอาเรื่องนี้ไปฟ้องหัวหน้าหน่วยงานในค่ายทหาร หรือเอาไปพูดประจานให้คนในค่ายรู้ ครอบครัวของเธอคงไม่ต้องเอาหน้าไปไว้ที่ไหนอีก "แก... แกกล้าดียังไงมาทวงเงินกับฉัน!" นางจางเสียงสั่น ทั้งโกรธทั้งอับอายจนพูดไม่ออก มือไม้สั่นเทาชี้หน้าเรณู "อีเด็กเนรคุณ อกตัญญู เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" "ถ้าไม่อยากให้ทวง ก็หุบปากแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ!" เรณูเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเย็นเยียบและเฉียบขาด แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มมีความกลัวของแม่สามี จนกระทั่งนางจางต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "จำไว้ว่าฉันไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้พวกคุณโขกสับอีกต่อไปแล้ว อยากกินข้าวก็ไปทำกินเอง อยากได้เงินก็ไปหาเอาเอง อย่ามาวุ่นวายกับฉัน ไม่อย่างนั้น... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" พูดจบ เรณูไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัวหรือตอบโต้ เธอก็กระแทกประตูห้องนอนใส่หน้าทันที เสียงปังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนไปทั่วบ้านพักแคบ ๆ ทำให้นางจางได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูกยืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตู ภายในห้องนอนที่เงียบสงบ เรณูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับความตื่นเต้นในอก การประกาศสงครามครั้งแรกในบ้านหลังนี้ผ่านไปได้ด้วยดี แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงของเธอไม่ใช่การมานั่งทะเลาะตบตีกับคนในครอบครัวไร้สาระเหล่านี้ เป้าหมายของเธอคือการใช้ความรู้จากอนาคต ความสามารถพิเศษด้านการทำอาหาร และสูตรลับระดับปรมาจารย์ที่ติดตัวมาด้วย เพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง พลิกชีวิตครอบครัวให้สุขสบาย และที่สำคัญที่สุด... แก้แค้นคนที่เคยเหยียบยำเธอและครอบครัวในชาติก่อนอย่างสาสม เรณูเดินไปที่โต๊ะทำงานเก่า ๆ บนโต๊ะมีสมุดบัญชีเล่มเก่าและเศษกระดาษโน้ตเมนูอาหารที่เธอจดไว้คร่าว ๆ เธอกวาดสายตาสำรวจทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอมีในเวลานี้ เงินสดในลิ้นชักมีอยู่เพียงสิบหยวนเศษ ๆ ซึ่งแทบไม่พอซื้อวัตถุดิบดี ๆ ในตลาดมืดเลยด้วยซ้ำ แต่เธอกลับยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ ทรัพย์สินที่แท้จริงของเธอไม่ได้อยู่ในลิ้นชักนี้ แต่มันอยู่ในหัวของเธอ สมองที่เต็มไปด้วยสูตรอาหารระดับภัตตาคารในศตวรรษที่ 21 เทคนิคการตลาดล้ำยุค และความรู้เรื่องทิศทางเศรษฐกิจในยุค 80 ที่กำลังจะก้าวกระโดด 'ในยุคนี้ การหาเงินไม่ยาก สิ่งที่ยากคือการเริ่มต้นก้าวแรกโดยไม่มีทุน' เรณูคิดในใจ พรางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เสียงดังเบา ๆ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่เสียงทุบด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่สามี แต่มันเป็นเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งที่คุ้นเคย เรณูขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปเปิดประตู ก็พบกับร่างสูงโปรดปรานในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มของ ลู่ฉีหยาน สามีแต่งงานในนามของเธอ ยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าคมเข้ม คมคาย ดวงตาคมปลาบดูลึกซึ้งและมีความกังวลฉายชัดอยู่ลึก ๆ ในแววตา ลู่ฉีหยานจ้องมองเรณูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขารู้เรื่องราวความอึดอัดในบ้านหลังนี้ดี และเขาก็รู้ว่าภรรยาของเขาเพิ่งผ่านการปะทะฝีปากกับแม่ของเขามาหมาด ๆ เขามองหน้าเรณูครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงทุบด้วยความลังเลเล็กน้อย "เรณู... ทางข้างนอก... แม่เขาโกรธมาก เจ้าจะไหวไหม?" เรณูมองหน้าสามีในนามของเธอ ผู้ซึ่งในชาติก่อนเป็นคนเงียบขรึม เยชา และไม่เคยปกป้องเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ปล่อยให้เธอจมอยู่กับความทุกข์ทรมานในบ้านหลังนี้จนกระทั่งเธอตรอมใจตาย ทว่าในเวลานี้ แววตาของเขาคู่นั้นกลับมีความห่วงใยเจือปนอยู่จาง ๆ เรณูแค่นเสียงหัวersในลำคอเบา ๆ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา แสร้งทำเป็นเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้เขาอย่างเชื่องช้า ทว่าสายตากลับจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างท้าทาย "เป็นห่วงฉันเหรอคะ... คุณสามี?" เรณูกระซิบเสียงเบา เย้ายวนแต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความเย็นเยือกที่ทำเอาลู่ฉีหยานชะงักงัน "หรือว่า... กลัวว่าฉันจะทนไม่ไหวแล้วหอบเอาความลับของตระกูลลู่ ไปแฉข้างนอกกันแน่ล่ะคะ?" ลู่ฉีหยานชะالكไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องใบหน้าของภรรยาที่วันนี้ดูแปลกไปอย่างสิ้นเชิง... ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีแววตาอ้อนวอนขอความเห็นใจอีกต่อไป สิ่งที่เขาเห็นในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความเด็ดเดี่ยว ความเย่อหยิ่ง และประกายความลับที่เขาไม่อาจคาดเดาได้เลย ในขณะที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงอีกครั้งจากประตูหน้าบ้าน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูนั้นหนักหน่วงและเร่งรีบจนน่าตกใจ เรณูและลู่ฉีหยานหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน ใบหน้าของลู่ฉีหยานเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที ส่วนแววตาของเรณูกลับเปล่งประกายความตื่นเต้นและท้าทายยิ่งขึ้นไปอีก เธอรู้ว่า... ตัวละครตัวใหม่ที่อาจจะเปลี่ยนชะตากรรมของเธอ หรืออาจจะนำพาพายุลูกใหม่มาสู่บ้านหลังนี้ ได้มาเคาะประตูยืนรออยู่ข้างนอกแล้วเร่าร้อนและเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม...
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%