"ถ้าพวกแกกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะทำให้พวกแกได้รู้ว่า... รสชาติของการเดินกะโผลกกะเพลไปตลอดชีวิตมันเป็นอย่างไร"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งที่ปกป้องอาณาเขต เฉินหลงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าหลินฟาง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัดที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนที่กำลังเดินเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆ ของพวกเขาด้วยท่าทางกร่างเก่ง
กลิ่นอายของอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูตุ๋นเครื่องเทศในหม้อดินที่หลินฟางเพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายความตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด
"โอho! ท่านผู้กองเฉินผู้เกรียงไกร เกษียณราชการมาอยู่บ้านนอกแล้วยังทำตัวเป็นหมาหวงก้างอีกหรือวะ?" หัวหน้าแก๊งอันธพาลท้องถิ่นที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านแก้มซ้าย หัวเราะเยาะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว ในมือถือท่อนไม้ไผ่หนาฟาดไปมากับฝ่ามือ "พวกเราแค่มารabแวะทักทายภรรยาคนสวยของแก เพื่อเก็บค่าคุ้มครองตามธรรมเนียม... ทำไมล่ะ หรือว่าเงินเดือนทหารบำนาญของแกมันไม่พอใช้ ถึงได้ทำหน้าหมาจนตรอกแบบนี้?"
หลินฟางที่ยืนอยู่ด้านหลัง ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชา เธอไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด มือเรียวบางเอื้อมไปสัมผัสกับมิติลับในห้วงความคิด เตรียมพร้อมที่จะหยิบอุปกรณ์ป้องกันตัวสุดล้ำจากโลกอนาคตออกมาหากสถานการณ์บานปลาย แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจากมือหนาของสามีที่เอื้อมมาจับมือเธอไว้เบาๆ กลับหยุดเธอเสียก่อน
เฉินหลงไม่ได้หันกลับมามองภรรยา สายตาของเขายังคงตรึงอยู่กับกลุ่มโจรตรงหน้า แต่เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับสถานการณ์ "หลบอยู่ข้างหลังผมครับ... ที่เหลือ ปล่อยให้สามีคนนี้จัดการเอง"
น้ำเสียงนั้นนิ่งสนิท ทว่าเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้หัวใจของหลินฟางกระตุกวูบ ความรู้สึกปลอดภัยแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างน่าประหลาด ผู้ชายคนนี้... ไม่ใช่แค่สามีในนามที่แม่เผด็จการหามาให้ แต่เขาคือภูผาที่พร้อมจะปกป้องเธอจากพายุร้ายทั้งปวง
"ค่าคุ้มครองงั้นหรือ?" เฉินหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองพวกมันทีละคน "ในเขตนี้ กฎหมายอาจจะเอื้อมไปไม่ถึงในบางครั้ง แต่กำปั้นของฉัน... ไปถึงหน้าพวกแกแน่"
สิ้นเสียง ชายฉกรรจ์คนสนิทของหัวหน้าแก๊งซึ่งคิดว่าตนเองมีฝีมือด้านหมัดมวย ก็พุ่งเข้ามาหมายจะชกเข้าที่ใบหน้าของเฉินหลงก่อนเพื่อสั่งสอน แต่วินาทีนั้นเอง ร่างของเฉินหลงก็เคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ ความเร็วและสัญชาตญาณของอดีตหน่วยรบพิเศษถูกงัดออกมาใช้โดยไม่ต้องคิด
พลั่ก!
เสียงเนื้อกระทบกับหมัดดังสนั่นหวั่นไหว เฉินหลงหลบหมัดนั้นได้อย่างงดงามราวกับเป็นการแสดง ก่อนจะสวนหมัดตรงเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ร่างของโรคร้ายจุกจนตัวงอ ล้มพับลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอาหารชั่วขณะ ลูกน้องที่เหลืออีกสี่คนถึงกับหน้าถอดสี ไม่คิดว่าอดีตทหารหนุ่มที่ดูสุขุมคนนี้จะลงมือได้รวดเร็วและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ แม้แต่หัวหน้าแก๊งที่มีรอยแผลเป็นยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ไอ้... ไอ้สารเลว! รุมมันสิเว้ย!" หัวหน้าแก๊งแผดเสียงสั่งด้วยความโมโหและหวาดกลัวปะปนกัน ลูกน้องที่เหลือจึงพากันกรูเข้ามาพร้อมกันทั้งสี่คน
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แม้ปากจะบอกว่าเชื่อมั่นในตัวสามี แต่หัวใจก็ยังอดเต้นระส่ำไม่ได้ เธอเห็นเฉินหลงก้าวขาออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ร่างกายสูงใหญ่พลิ้วไหวหลบหลีกท่อนไม้ที่ฟาดฟันเข้ามาได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งเตะตัดขา ศอกกลับ และทุ่มร่างของพวกมันกระแทกกับโต๊ะไม้ในร้านจนข้าวของกระจัดกระจาย เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว
กลิ่นไอดินและกลิ่นอายของความชุลมุนคละคลุ้งไปกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศในครัวที่ยังคงลอยวน หลินฟางใช้จังหวะที่เฉินหลงกำลังจัดการกับคนสุดท้าย แอบหยิบขวดสเปรย์พริกไทยเกรดกองทัพออกจากมิติลับมาถือไว้ในมือ เผื่อว่าจะมีใครแอบลอบกัดสามีของเธอจากด้านหลัง
แต่ทว่า... มันไม่มีความจำเป็นเลย
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนนอนโออดโอยอยู่บนพื้นร้าน บ้างก็กุมท้อง บ้างก็กุมแขนที่หักผิดรูป เฉินหลงยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อกล้ามชุ่มไปด้วยเหงื่อยิ่งขับเน้นสัดส่วนบุรุษเพศให้ดูทรงเสน่ห์จนหลินฟางเผลอมองค้างไปชั่วขณะ
เฉินหลงกวาดสายตาคมกราบมองหัวหน้าแก๊งที่นั่งพับเพียบอยู่แทบเท้า ก่อนจะก้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้อีกฝ่ายตัวสั่นเทิ้ม
"กลับไปบอกนายของพวกแก... ว่าถ้ายังกล้าส่งหมาแมวมาเหยียบที่ร้านนี้อีก คราวหน้า... ฉันจะไม่แค่ซ้อมมือ แต่อวัยวะบางส่วนของพวกแกอาจจะใช้งานไม่ได้อีกเลย ไสหัวไป!"
สิ้นคำประกาศิตนั้น บรรดาโจรใจเสาะก็พากันคลานหนีตายออกจากร้านอย่างลุกลี้ลุกลน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและความเสียหายเล็กน้อยภายในร้าน
หลินฟางวางขวดสเปรย์ในมือลงอย่างเงียบๆ ก่อนจะหยิบผ้าขนับผืนสะอาดและแก้วน้ำอุ่นเดินเข้าไปหาผู้ชายที่ยืนรออยู่ เธอมองหน้าสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งซาบซึ้ง ประทับใจ และ... ความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบงัน
เฉินหลงรับผ้ามาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า ดวงตาคมอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยของภรรยา เขาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนโยน "ภรรยาผม... ตกใจกลัวหรือเปล่าครับ?"
หลินฟางส่ายหัวเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา เธอเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้สามีอย่างเบามือ "ฉันไม่ได้กลัวหรอกค่ะ... แต่กำลังคิดว่า คุณสามีปกป้องร้านเก่งขนาดนี้ คืนนี้ฉันคงต้องทำรางวัลพิเศษให้ทานเสียแล้วกระมังคะ"
เฉินหลงยิ้มกริ่ม นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาเตรียมจะเอמהปากพูดหยอกเย้าภรรยาต่อ แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านที่แตกเสียหายก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน ท่ามกลางความมืดมดยามค่ำคืน ร่างของหญิงชราคนหนึ่งยืนกุมมือสั่นเทาอยู่หน้าร้าน ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และเมื่อแสงไฟจากในร้านส่องกระทบใบหน้านั้น หลินฟางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
นั่นคือ "แม่เฒ่าหลี่" แม่สามีจอมแสบผู้ที่ไม่เคยมาเหยียบร้านของเธอด้วยความหวังดีเลยสักครั้งในยามปกติ!
แม่เฒ่าหลี่หอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นงก ก่อนจะละล่ำละลักเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในร้านดิ่งวูบลงในพริบตา
"เฉินหลง... ฟางฟาง... แย่แล้ว! ลูกสาวบ้านตระกูลซุนที่หายตัวไปเมื่อตอนเย็น... ถูกพบเป็นศพอยู่หลังฟาร์มของพวกแก!"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 20
ปะทะแก๊งมาเฟียท้องถิ่น
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!