คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 19

คู่หูเฉพาะกิจ

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังยืนเก๊กท่าแบบนั้น ตะกร้าหมูสามชั้นพะโล้ตุ๋นยาจีนน้ำข้นของเราคงได้เย็นชืดจนไขมันจับตัวเป็นไขขาวขุ่นคาล้อจักรยานพอดีนะครับ ผู้กองเฉิน" เสียงหวานใสกังวานราวกับกระดิ่งเงินท่าย์กังวานขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของหลินฟาง หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา มือเรียวบางกำลังใช้ทัพพีไม้คนน้ำพริกผัดกากหมูสูตรลับในกระทะเหล็กหล่อ เสียงฉ่าสะใจของน้ำมันร้อนๆ กระทบกับหอมแดงเจียวและพริกแห้งคั่วส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวดินเผา กลิ่นอายของความอร่อยที่ยั่วยวนถึงขั้นทำให้สุนัขข้างบ้านถึงกับส่งเสียงครางหงิงๆ ด้วยความอยากอาหาร เฉินหลงที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยท่าทางเคร่งขรึมตามวิสัยทัศน์ของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ถึงกับหลุดจากภวังค์ ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็วเมื่อถูกภรรยาจับผิด เขากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนความเขินอาย ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้ เผยให้เห็นแผงอกกว้างภายใต้เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการออกกำลังกายยามเช้า "ผมไม่ได้เก๊กครับ... แค่กำลังประเมินน้ำหนักของสัมภาระต่างหากว่าคุณภรรยาจะแบกไหวไหมต่างหากเล่า" ทหารหนุ่มแก้ตัวเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองภรรยาด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู แม้ปากจะบอกว่าประเมินน้ำหนัก แต่สายตากลับกวาดมองไปที่เอวบางที่กำลังขยับโยกย้ายอย่างคล่องแคล่วระหว่างเตรียมอาหาร นี่คือตอนที่ 19 ของ "คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70" ในหัวข้อ "คู่หูเฉพาะกิจ" ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกำลังก้าวข้ามผ่านเส้นแบ่งความเก้อเขิน สู่ความเป็นหุ้นส่วนชีวิตที่ต้องร่วมมือกันฝ่าฟันอุปสรรคในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง หลินฟางตักพริกผัดกากหมูสีทองอร่ามใส่โหลแก้วใสที่หยิบออกมาจากมิติฟาร์มสมุนไพรอย่างแนบเนียน เธอยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงแผนการค้าในตลาดมืดวันนี้ สินค้าล็อตแรกจากฝีมือของเธอไม่ได้มีแค่พริกผัดกากหมู แต่ยังมีซาลาเปาไส้หมูสับหน่อไม้ดองที่แป้งนุ่มฟูราวกับก้อนเมฆ และน้ำเก๊กฮวยเย็นเจี๊ยบที่แช่ไว้ในช่องฟรีซมิติพิเศษจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะพราว "ถ้าคุณประเมินเสร็จแล้ว ก็ช่วยยกตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่ขึ้นท้ายจักรยานคู่ชีพของคุณเสียทีเถอะครับ ผู้กอง" หลินฟางปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยหลังมือ ส่งค้อนวงงามให้สามีที่ยังยืนเท่ไม่เลิก "จำไว้เลยนะว่าวันนี้ถ้าสินค้าของเราขายหมดเกลี้ยง ผมจะอนุญาตให้คุณสั่งเมอะไรก็ได้เป็นมื้อเย็น ฝีมือผมเองเลยเอ้า" คำสัญญานี้มีพลังยิ่งกว่ากระสุนปืนใหญ่ เฉินหลงพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาเป็นประกายวาววับ "พูดแล้วไม่คืนคำนะครับ... ผมขอขาหมูตุ๋นเต้าเจี้ยวสูตรโบราณที่คุณเคยทำให้กินตอนนั้นก็แล้วกัน" "ตกลงครับ! แต่ตอนนี้... ล้อต้องหมุนแล้ว!" บรรยากาศการเดินทางในยามสายของหมู่บ้านหงส์แดงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา เฉินหลงในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนแข็งแรงที่ปูดโปนตามจังหวะการปั่นจักรยานโบราณคันเก่า ด้านหลังของเขามีหลินฟางนั่งซ้อนท้าย มือข้างหนึ่งประคองตะกร้าสินค้าอย่างระมัดระวัง ส่วนมืออีกข้างโอบเอวสอบของสามีไว้หลวมๆ กลิ่นกายสะอาดๆปนกลิ่นไอดินและกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่สมุนไพรจากตัวของเฉินหลง ทำให้หลินฟางเผลอซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างลืมตัว ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของอดีตเชฟสาวยุคปัจจุบันเต้นผิดจังหวะ ตลอดเส้นทางลูกรังขรุขระ สายตาของชาวบ้านที่กำลังทำงานในแปลงเกษตรต่างพากันเหลียวมองเป็นตาเดียว ด้วยความประหลาดใจระคนอิจฉา ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็รู้ว่าผู้กองเฉินผู้นี้ทั้งดุ ทั้งนิ่ง และไม่ค่อยสนใจใคร แถมภรรยาอย่างหลินฟางในอดีตก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาแม่สามี แต่วันนี้... ภาพของนายทหารหนุ่มที่ปั่นจักรยานพาภรรยาคนสวยออกไปตลาดด้วยรอยยิ้มละมุนละไม ช่างเป็นภาพที่ขัดกับข่าวลือลิบลับ "มองอะไรกันนักหนา หลินฟางคนนี้ไม่ได้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่เสียหน่อย" หญิงสาวพึมพำเบาๆ เมื่อเห็นสายตาของป้าข้างบ้านที่อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนคางตัวเองลงไป เฉินหลงที่ปั่นจักรยานอยู่ด้านหน้าหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงทุ้มต่ำกังวานไปกับสายลม "ปล่อยพวกเขาอิจฉาไปเถอะครับ... คนพวกนั้นไม่รู้หรอกว่าผมโชคดีแค่ไหนที่ได้ภรรยาทำอาหารอร่อยแถมฉลาดเป็นกรดแบบนี้" "ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะ... เดี๋ยวผมจะคิดดอกเบี้ยค่าคำชมด้วยการใช้งานคุณหนักๆ ในตลาดนะ" หลินฟางหยิกเบาๆ ที่เอวของสามีแก้เขิน "ยินดีรับใช้อย่างยิ่งครับ ท่านประธานหลิน" ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็มาถึงจุดหมายปลายทาง—ตลาดสดท้ายเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านไปด้วยพ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่ออกมาจับจ่ายใช้สอย กลิ่นอายของความวุ่นวายปะปนกับกลิ่นคาวปลาและกลิ่นดินกลิ่นหญ้า กลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจยุค 70 ของอดีตเชฟสาว เฉินหลงจอดจักรยานพิงกำแพงอิฐมอญสีแดงอย่างทะมัดทะแมง เขารีบก้าวมาช่วยภรรยาอุ้มตะกร้าสินค้าลงมาวางบนโต๊ะไม้กระดานที่เช่าไว้ล่วงหน้า ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยความตื่นตัว ราวกับกำลังเตรียมตัวออกปฏิบัติภารกิจลับสำคัญในสนามรบ "เอาล่ะครับคุณภรรยา... จะให้ผมเริ่ม 'ขู่' หรือ 'ขาย' ก่อนดีล่ะครับ?" เฉินหลงกระซิบถามเสียงเบา พร้อมกับกวาดสายตาดุๆ ไปยังกลุ่มอันธพาลท้องถิ่นที่ทำท่าจะเดินเข้ามาหาเรื่องบริเวณแผงลอย หลินฟางหัวเราะคิกคัก เธอหยิบผ้ากันเปื้อนสีสะอาดมาผูกเอว ก่อนจะเปิดฝาหม้อดินเผาที่เก็บความร้อนไว้อย่างดี ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของพริกผัดกากหมูและพะโล้เข้มข้นที่ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณรัศมีร้อยเมตร ผู้คนที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดชะงักและสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความหิวโหย "ยังไม่ต้องขู่ใครทั้งนั้นครับผู้กอง... แค่ช่วยตักซาลาเปาและเก็บเงินให้ทันก็พอ เพราะดูท่าทางแล้ว... ลูกค้ากลุ่มแรกของเรากำลังจะมาถล่มแผงแล้วล่ะครับ" หลินฟางยิ้มกริ่ม ชี้ไปที่กลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยสายตาเป็นประกายราวกับเจอขุมทรัพย์ ทว่า ทันใดนั้นเอง... เสียงตบโต๊ะดัง "ปัง!" พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความอลวน ก็ทำให้รอยยิ้มของหลินฟางต้องแข็งค้างในทันที "อีหลินฟาง! นังลูกสะใภ้อกตัญญู! แกกล้าดียังไงถึงแอบเอาเงินของตระกูลมาลงทุนค้าขายลับหลังฉัน แถมยังพาผัวมารับใช้อย่างกับคุณนายหรูหราแบบนี้!" ร่างท้วมของแม่เฒ่าหลี่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและโลภโมโทสัน ดวงตาสอดส่องมองไปที่เงินสดในตะกร้าของหลินฟางราวกับสุนัขป่าจ้องมองเหยื่อ ด้านหลังของนางยังมีหลานชายจอมเกียจคร้านพ่วงมาด้วยอีกคนเพื่อรอฉวยโอกาส เฉินหลงหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มจนบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา เขาขยับตัวก้าวมาบังภรรยาไว้ด้านหลังด้วยท่าทีปกป้องอย่างดุดัน นัยน์ตาดุจพญาอินทรีย์จ้องมองแม่สามีจอมแสบด้วยความเย็นชา "แม่ครับ... ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลเฉิน และเงินนี่ก็คือหยาดเหงื่อแรงงานของพวกผม ถ้าไม่อยากให้ผมใช้กฎทหารจัดการความประพฤติ เชิญกลับไปเสียเถอะครับ!" เฉินหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่กดดันจนแม่เฒ่าหลี่ถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น สายตาของแม่เฒ่าหลี่ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าใบกันแดดของแผงลอย ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ปากอ้าค้างจนแทบหุบไม่ลง เมื่อสิ่งที่นางเห็นไม่ใช่แค่ของกระจุกกระจิก แต่เป็นกระสอบแป้งสาลีขาวสะอาดนับสิบกระสอบและไânห่อวัตถุดิบชั้นดีที่ต่อให้ขายทั้งปีก็ไม่มีปัญญาซื้อ ซึ่งถูกกองพะเนินเทินทึกอยู่ด้านหลังแผง... โดยไม่มีใครรู้เลยว่ามันถูกขนย้ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%