คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 18

ตลาดมืดคึกคัก

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมเกรงว่าเราคงต้องเปลี่ยนแผนจากการค้าขายในความมืด มาเป็นการวิ่งหนีหน่วยตรวจตราตลาดมืดแทนแล้วล่ะครับ คุณภรรยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหู ท่ามกลางความมืดมิดของตรอกแคบหลังโรงงานทอผ้า กลิ่นอายเฉพาะตัวของบุรุษเพศที่เจือจางด้วยกลิ่นไอดินและควันบุหรี่จางๆ ลอยปะปนมากับสายลมหนาวปลายฤดู หลินฟางชะงักฝีเท้า หันขวับไปค้อนสามีหนุ่มที่เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอตลอดทางเดินสิบห้านาทีที่ผ่านมาโดยไร้เสียงฝีเท้า เฉินหลงในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวเข้มทหารและหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำอำพรางใบหน้า หลุบตามองภรรยาตัวน้อยที่วันนี้สวมชุดแจ็คเก็ตตัวโคร่งและผ้าพันคอผืนหนา ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับในความมืด นางส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแขนแกร่งเบาๆ เป็นการแก้เขิน "ใครใช้ให้คุณเดินตามมาเล่า ฉันบอกให้อยู่เฝ้าบ้านต่างหาก เกิดแม่เฒ่าหลี่ตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วไม่เจอใคร จะทำยังไงคะ... เอ๊ย จะทำยังไงล่ะคะ" หลินฟางเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของสามี "ถ้าแม่ใหญ่ตื่นมาแล้วไม่เจอผม ก็คงคิดว่าผมออกไปเข้าเวรยามดึกดื่นตามประตบทหารเหมือนทุกทีนั่นแหละครับ" เฉินหลงโน้มตัวลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงเจือความขบขัน "แต่ถ้าผมยอมนอนอยู่บ้านเฉยๆ โดยปล่อยให้ภรรยาหน้าตาน่ารักคนนี้เดินถือตะกร้าสินค้ามูลค่าหลายสิบหยวนลัดเลาะเข้าตรอกมืดคนเดียว... คืนนี้ผมนอนไม่หลับไปจนถึงเช้าแน่ครับ ฟางฟาง" คำว่า "ฟางฟาง" ที่หลุดออกมาจากปากนายทหารผู้เคร่งขรึม ทำให้หัวใจของอดีตเชฟสาวยุคปัจจุบันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง หลินฟางแสร้งทำเป็นกระแอมไอแล้วสะบัดหน้าหนี ซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเรื่อไว้ใต้ผ้าพันคอ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพันจ่าอากาศเอกเฉินหลงก้าวข้ามคำว่า "สามีภรรยาตามใบทะเบียนสมอง" ไปไกลโขแล้ว จากชายหนุ่มผู้เย็นชาและทำตามหน้าที่ บัดนี้เขากลายร่างเป็นพ่อบ้านสายเปย์ที่คอยสนับสนุนทุกย่างก้าวของการทำมาหากิน แถมยังตาไวหูไว คอยกันท่าพวกญาติจอมดูดเลือดอย่างแม่เฒ่าหลี่ให้ห่างจากครัวของเธอได้อย่างแนบเนียน "ตามมาก็ดีค่ะ งั้นคืนนี้คุณต้องทำหน้าที่เป็น 'บอดี้การ์ด' จำเป็น คอยถือของและดูลาดเลาให้ฉัน ระวังให้ดีนะ ของในตะกร้านี่คืออนาคตของเราทั้งคู่เชียวนะครับ" หลินฟางเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงชายเสื้อของเขาให้เดินตามต่อ เบื้องหน้าของทั้งคู่คือ กำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่าของโกดังร้างหลังตลาดสดเทศบาล ที่ซึ่งแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันริบหรี่ลอดผ่านช่องรอยแตกของประตูไม้ผุๆ เสียงกระซิบกระซาบ เสียงต่อรองราคา และกลิ่นอายของ "เงินสด" ที่หมุนเวียนใต้ดิน ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของคูน้ำเน่าเสีย ที่นี่คือ "ตลาดมืด" แห่งอำเภอหลงXi ย ุค 70 แหล่งซุกซ่อนเศรษฐกิจใต้ดินที่รัฐบาลปิดตาข้างหนึ่งเพื่อแลกกับการประทังชีวิตของผู้คนในยามที่คูปองอาหารและสินค้าควบคุมไม่เพียงพอต่อความต้องการ "รหัสผ่านล่ะครับ?" เฉินหลงกระซิบถามเบาๆ เมื่อเห็นภรรยาหยุดยืนหน้าประตูไม้บานทึบที่มีรอยขูดขีดเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมสามวง "ไม่มีรหัสหรอกค่ะ อาศัยหน้าด้านและของอร่อยพูดแทน" หลินฟางยิ้มมุมปาก นางเคาะประตูดัง สาม... สอง... หนึ่ง... จังหวะหนักแน่นตามสัญชาตญาณแม่ค้ามือทอง เอี๊ยด... ช่องหน้าต่างบานเล็กระดับสายตาเปิดออก ดวงตาคมกริบของชายฉกรรจ์ร่างหนอวดรอยแผลเป็นที่หางคิ้วมองลอดออกมา ประเมินผู้มาเยือนทั้งสองอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่ทรงพลังของหลินฟาง และร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีคุกคามแบบทหารอาชีพของเฉินหลงที่ยืนบังเงาอยู่ด้านหลัง มือที่ถือไม้กระบองในช่องประตูก็ชะงักไปชั่วขณะ "แม่นางหลิน วันนี้มาสายนะ น้องชายคนนี้คือ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยถาม "สามีฉันเองค่ะ พามาเปิดหูเปิดตาหน่อย... เปิดประตูเถอะน่า ลุงเฉียง ของในตะกร้าวันนี้รับรองว่าเด็ดจนลุงต้องยอมควักเงินในกระเป๋าออกมาหมดตัวแน่" หลินฟางตอบเสียงใสอย่างไม่เกรงกลัว ประตูกลไม้ถูกเปิดออกกว้างพอให้คนทั้งสองแทรกตัวเข้าไปได้ บรรยากาศภายในโกดังร้างคึกคักราวกับโลกอีกใบ เสียงผู้คนสวมหมวกไหมพรมดึงต่ำเดินสวนกันไปมา บนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ มีทั้งผ้าแพรเถื่อน นาฬิกาสวิสปลอม เนื้อหมูชิ้นโตที่ซ่อนไว้ใต้ใบตอง และสมุนไพรหายาก เฉินหลงกวาดสายตาคมกริบสำรวจรอบบริเวณ สัญชาตญาณทหารเตือนให้เขาระแวดระวังภัยรอบด้าน มือหนาเผลอขยับไปแตะด้ามมีดสั้นพกพาที่ซ่อนไว้ในเข็มขัดโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเห็นว่าภรรยาเดินนำทางอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ เขาก็ต้องยอมผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง แล้วก้าวตามติดนางไม่ห่าง "ฟางฟาง... คุณแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัย?" เฉินหลงกระซิบถามด้วยความห่วงใย ขณะที่ผู้คนรอบข้างเริ่มหันมามองสิ่งของในตะกร้าไม้สานที่หลินฟางถืออยู่ "ปลอดภัยที่สุดค่ะ ถ้าเรารู้จักวิธีเล่นเกม" หลินฟางหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพินิจพิเคราะห์มองหาทำเลที่เหมาะสม ก่อนจะหยุดยืนที่มุมอับแสงแต่ลมโกรกเย็นสบายข้างเสาไม้ต้นใหญ่ นางวางตะกร้าลงบนพื้น ชand เปิดผ้ากระสอบที่คลุมอยู่ออกอย่างเบามือ กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สูตรลับโบราณ" ที่หมักด้วยเครื่องเทศสิบห้าชนิดและเคี่ยวจนน้ำตาลเคียงรัดตัวเป็นเงางาม ทะลักทะลวงออกมาปะทะจมูกของผู้คนในรัศมีสามเมตรทันที! ความเงียบงันชั่วขณะเกิดขึ้นรอบบริเวณ ก่อนที่เสียงกลืนน้ำลายดังเอื้อกจะตามมา ในยุคที่ไขมันสัตว์และเนื้อหมูเป็นของหายากที่ต้องใช้คูปองแลกซื้อและได้โควตาเพียงน้อยนิดต่อเดือน หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้ที่หั่นเป็นชิ้นหนาสีน้ำตาลเข้มมันวาว โรยด้วยต้นหอมซอยละเอียด ส่งกลิ่นหอมยวนใจไปทั่วโกดัง มันคือระเบิดเวลาทางกลิ่นที่ไม่มีใครในยุค 70 นี้ต้านทานไหว "แม่เจ้า... นั่นมันกลิ่นอะไรวะ หอมชิบหาย!" ชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็คเก็ตขาดวิ่นคนหนึ่งอุทานเสียงหลง เดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้โต๊ะของหลินฟางเป็นคนแรก ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองหมูสามชั้นในชามกระเบื้องเคลือบสลับกับใบหน้าของหญิงสาว หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก นางแย้มยิ้มต้อนรับด้วยมารยาทของเชฟมืออาชีพ มือเรียวหยิบตะเกียบไม้ไผ่สะอาดขึ้นมาคีบชิ้นหมูสามชั้นที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก ยื่นให้ชายคนนั้นชิมผ่านช้อนกระเบื้อง "ลองชิมดูก่อนได้ค่ะพี่ชาย หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงสูตรพิเศษ เนื้อนุ่มละลายในปาก มันไม่เลี่ยนอย่างที่คิดหรอกค่ะ รับรองว่าถ้าได้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ชีวิตนี้ไม่มีอะไรฟินไปกว่านี้อีกแล้ว" ชายคนนั้นรับช้อนมาด้วยมือสั่นเทา ส่งเข้าปากเคี้ยวช้าๆ... และวินาทีต่อมา ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมที่ซึมลึกถึงชั้นไขมัน ความหอมของโป๊ยกั๊กและอบเชยที่อบอวลอยู่ในโพรงปาก ทำให้เขาแทบอยากจะหลั่งน้ำตาออกมา "อร่อย! อร่อยชิบหาย! ขายยังไงแม่น้อง ชามนี้เท่าไหร่ เอาหมดนี่เลย!" เขาตะโกนลั่นจนคนรอบข้างหันขวับมามองด้วยความอิจฉา หลินฟางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางชำเลืองมองสามีที่ยืนกอดอกนิ่ง คอยทำหน้าที่เป็น "แนวหน้า" ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาเบียดเสียดภรรยาจนเกินงาม สายตาคมดุของเฉินหลงที่ปรายตามองลูกค้า ทำให้ไม่มีใครกล้าตุกติกหรือคิดจะโกงราคาแม้แต่คนเดียว นี่แหละคือพลังของการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบ นางเป็นสมองและฝีมือ ส่วนเขาคือโล่กำบังอันแข็งแกร่ง เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สามหม้อใหญ่ และซาลาเปาไส้ผักดองสูตรลับในตะกร้า ก็ถูกกวาดซื้อเกลี้ยงจนไม่เหลือแม้แต่น้ำซุป เงินสดจำนวนหลายสิบหยวนและคูปองอเนกประสงค์กองพะเนินอยู่ในกระเป๋าผ้าของหลินฟาง "เหนื่อยไหมครับ คุณพ่อค้าแม่ขายมือหนึ่ง" เฉินหลงเอ่ยปากแซو พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดให้ภรรยาซับเหงื่อที่ซึมตามไรผม นางรับมาเช็ดหน้าอย่างขอบคุณ ก่อนจะนับเงินในมือด้วยความเพลิดเพลิน "เหนื่อยแต่คุ้มค่ะคุณสามี คืนนี้เราได้ทุนคืนมาสามเท่าตัว แถมยังได้คูปองซื้อแป้งสาลีชั้นดีมาอีกเพียบ คราวนี้ฉันจะทำบะหมี่ฝีมือพิเศษให้คุณกินทุกวันเลยดีไหมคะ" เฉินหลงมองรอยยิ้มสดใสของภรรยา หัวใจของเขาอิ่มเอมจนบรรยายไม่ถูก มือหนาเอื้อมไปช่วยเก็บตะกร้าเปล่าขึ้นมาสะพายไว้เอง ขณะที่มืออีกข้างกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่นเพื่อนำทางออกจากโกดังมืด ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินพ้นประตูหลังของตลาดมืด ลมหนาวยะเยือกก็พัดโชยมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่ดังสะท้อนก้องมาจากปากตรอกฝั่งตรงข้าม "หยุดอยู่ตรงนั้น! หน่วยตรวจสอบเศรษฐกิจพิเศษ! ใครขยับโดนจับข้อหาค้ากำไรเกินควร!" เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับแสงไฟฉายแรงสูงสาดส่องตรงมาที่ร่างของทั้งสองคนอย่างจัง! เฉินหลงดึงร่างของหลินฟางเข้าหาตัว หลบเข้ามุมเงาดำของผนังตึกอย่างรวดเร็ว สายตาคมกrivหรี่ลงจ้องมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มที่กำลังวิ่งกรูกันเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหลบหนีทุกด้าน และคนที่เดินนำหน้าหน่วยตรวจสอบคนนั้น... คือชายหนุ่มในชุดนายสิบผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของแม่เฒ่าหลี่ ผู้ซึ่งจ้องหน้าตระกูลเฉินด้วยความแค้นเคืองมาโดยตลอด! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%