“ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนี้อีกครั้งเดียว ผมเกรงว่าผมคงไม่มีสมาธิแม้แต่จะตักข้าวเข้าปากแล้วล่ะครับ หลินฟาง”
เสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวคับแคบ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวที่เคี่ยวจนงวดลอยอวลผสมผสานไปกับกลิ่นไอดินหลังฝนตกจากนอกหน้าต่าง หลินฟางชะงักมือที่กำลังถือตะหลิวไม้ไผ่ นางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความประหม่าที่เผลอหลุดลอดออกไป
นี่ไม่ใช่สายตาของการจับผิดหรือหวาดระแวงเหมือนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ทว่าตลอดสามวันที่ผ่านมา พันจ่าอากาศเอกเฉินหลง สามีหุ่นเสือป่าผู้มักจะเคร่งขรึมและจมอยู่กับกองเอกสารราชการ กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ในการแอบสังเกตการณ์พฤติกรรมของนาง ราวกับกำลังพยายามถอดรหัสลับจากตำราโบราณที่อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจ
ผู้หญิงตรงหน้าเขาในเวลานี้... ช่างแตกต่างจากภรรยาคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมและหวาดกลัวแม่สามีจนตัวสั่น หลินฟางในวัยยี่สิบห้าปีคนนี้ มีดวงตาดำขลับที่เป็นประกายเฉลียวฉลาด ท่าทางทะมัดทะแมงยามสะบัดข้อมือปรุงอาหาร และที่สำคัญที่สุดคือ รอยยิ้มมั่นใจที่แฝงไปด้วยเล่ห์กลอันแพรวิพากษ์ ซึ่งมักทำให้ศัตรูในตระกูลเฉินต้องพ่ายแพ้กลับไปทุกราย
เฉินหลงวางตะเกียบลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองสำรวจภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดผ้าฝ้ายสีมอๆ ที่นางสวมใส่ดูสะอาดสะอ้านและมีกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่า มือเรียวคู่นั้นเคยหยาบกร้านจากการทำงานหนักในไร่นา ตอนนี้กลับเนียนนุ่มและคล่องแคล่วราวกับมือของเชฟภัตตาคารใหญ่ในเมืองหลวง และที่น่าพิศวงยิ่งกว่าคือวัตถุดิบชั้นเลิศที่นางมักจะหยิบยกออกมาจาก “ห้องเก็บของลึกลับ” ได้เสมอ ทั้งเห็ดหอมสดดอกใหญ่ เนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม หรือแม้กระทั่งเครื่องเทศหายากที่ไม่ควรจะมีอยู่ในหมู่บ้านชนบทห่างไกลเช่นนี้
“คุณพูดอะไรกันคะ... เอ๊ย หมายถึง คุณพูดอะไรกันครับ ผมก็แค่มองว่าวันนี้คุณกินข้าวได้น้อยกว่าปกติ หรือว่าซุปรากบัวหม้อนี้ไม่ถูกปากนายทหารผู้เคร่งขรึมอย่างคุณกันแน่” หลินฟางแสร้งตีหน้าซื่อเอ่ยถาม พลางตักซุปสีข้นร้อนๆ ใส่ชามยื่นให้เขาด้วยรอยยิ้มหวานหยด
“ไม่ใช่ว่าอาหารไม่ถูกปากหรอกครับ...” เฉินหลงรับชามซุปมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสโดนมือของนางโดยบังเอิญ ทำให้อุณหภูมิรอบตัวราวกับอุ่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังขึ้นหลายส่วน “แต่เป็นตัวคุณต่างหากที่ทำให้ผมต้องคิดหนัก หลินฟาง... คุณไปเอาความกล้าหาญและวิชาทำอาหารชั้นเลิศเหล่านี้มาจากไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ภรรยาของผมกลายเป็นคนทำอาหารระดับปรมาจารย์ และจัดการกับพวกป้าสะใภ้จอมตะกละได้อย่างราบคาบโดยที่ผมแทบไม่ต้องออกโรงเองเลย”
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบลงชั่วขณะ เสียงฟืนปะทุเบาๆ ในเตาถ่านด้านหลังขับเน้นให้สายตาที่เฉียบคมของชายหนุ่มดูทรงพลังยิ่งขึ้น หลินฟางนิ่งงังไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก นางรู้ดีว่าตนเองแสดงออกถึงความสามารถที่ล้ำยุคเกินไปจนสามีผู้รอบคอบเริ่มระแคะระคาย แต่จะให้นางกลับไปทำตัวอ่อนแอเจ้าน้ำตาเหมือนเจ้าของร่างเดิม นางก็ไม่มีวันทำใจได้ลงคอ
“คนเราย่อมต้องเติบโตและเรียนรู้เมื่อเผชิญกับความยากลำบากไม่ใช่หรือคะ... เอ่อ ครับ” นางรีบแก้คำสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของสามีเลิกขึ้นเล็กน้อย “ตอนที่คุณไม่อยู่บ้าน แม่เฒ่าหลี่และคนอื่นๆ รังแกฉันสารพัด ถ้าฉันยังมัวแต่อ่อนแอ มีหวังเราสองคนคงอดตายคากระท่อมนี้ไปนานแล้ว การปกป้องตัวเองและหาของอร่อยๆ มาประทังชีวิต มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่คะ... ครับ”
เฉินหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา รอยยิ้มนี้ไม่ได้น่ากลัว แต่มันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก “นั่นสินะครับ... คุณเก่งขึ้นมากจริงๆ จนบางครั้งผมรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นแค่สามีตกกระป๋องที่คอยยืนดูภรรยาโชว์เดี่ยวไปเสียแล้ว”
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะคะ... ครับ” หลินฟางค้อนขวิดใส่เขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นมือไปดึงชามซุปกลับมาครึ่งหนึ่งแล้วตักเนื้อหมูชิ้นโตใส่จานให้เขา “กินเข้าไปเลยค่ะ ทหารกล้าอย่างคุณต้องใช้พลังงานเยอะ ไม่ต้องมาทำเป็นตั้งคำถามสอบสวนฉันเหมือนฉันเป็นสายลับราชوการหรอกนะ... ครับ”
ท่าทีงอนเง้าเล็กๆ ที่เจือความน่ารักของภรรยาทำเอาเฉินหลงถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ความระแวงสงสัยที่เคยสุมอยู่ในอกมลายหายSไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวใจ เขายอมรับกับตัวเองตามตรงแล้วว่า ไม่ว่าภรรยาคนนี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ หรือนางจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากแค่ไหน แต่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ คือคนที่ทำให้บ้านหลังเล็กๆ ที่เคยเงียบเหงา เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและกลิ่นหอมของความสุขอย่างแท้จริง
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขและเสียงหัวเราะอันอบอุ่น กลับต้องสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นโครมใหญ่ ตามด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีจนน่ารำคาญ
“หลินฟาง! นังสะใภ้ตัวดี! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในบ้านแล้วกลิ่นอาหารหอมๆ นี่จะเล็ดลอดออกไปไม่ได้! วันนี้ถ้าแกไม่แบ่งหมูตุ๋นและเสบียงทั้งหมดออกมารับรองความปลอดภัยของตระกูลเฉิน ฉันจะพาทุกคนพังประตูเข้าไปลากตัวแกมาสั่งสอนแน่!”
เสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่เฒ่าหลี่แผดเผาเข้ามาในความเงียบสงบ ตามมาด้วยเสียงทุบประตูรัวๆ และเสียงสมุนบริวารที่ส่งเสียงสนับสนุนอยู่ด้านนอกราวกับโจรปล้นบ้าน
สีหน้าของเฉินหลงเปลี่ยนเป็นเย็นชาในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวเท้าไปที่ประตู หลินฟางกลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ
นางไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่นางบรรจงวางไว้เอง
“ไม่ต้องถึงมือคุณหรอกค่ะ... ครับ” หลินฟางยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้เฉินหลงรู้สึกขนลุกเล็กน้อยแต่น่าหลงใหลในคราวเดียวกัน “ในเมื่อพวกเขายังไม่เข็ดหลาบจากบทเรียนครั้งก่อน วันนี้ฉันนี่แหละจะเป็นคนเลี้ยงอาหารชุดใหญ่... ที่เผ็ดร้อนและแสบสันต์ที่สุดในชีวิตของพวกเขาเอง”
นางหันไปหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุ “ซอสพริกสูตรลับพิเศษ” ผสมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่เพิ่งผลิตเสร็จจากมิติฟาร์มเมื่อเช้าขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มพิฆาตที่เตรียมพร้อมจะเปิดฉากสงครามประสาทครั้งใหม่
ทว่า ในจังหวะที่หลินฟางกำลังจะก้าวเดินไปปลดกลอนประตูบ้านเพื่อต้อนรับแขกไม่เชิญ เสียงเคาะประตูกลับหยุดชะงักลงกะทันหัน แทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ที่ดังขึ้นจากนอกรั้ว พร้อมกับเสียงตะโกนรายงานด้วยความตกใจของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาล—
“ท่านรองผู้บัญชาการเฉิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! หน่วยสืบราชการลับจากเมืองหลวงนำหมายศาลด่วนมาที่หมู่บ้าน แจ้งว่ามีสายลับแทรกซึมเข้ามา และ... และเป้าหมายที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคือกำนันเหอที่เพิ่งมากินข้าวที่บ้านตระกูลหลี่เมื่อกลางวันที่ผ่านมาครับ!”
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 17
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!