คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 16

ซ่อมบ้านด้วยกัน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
เสียงไม้คานกระทบกับฝาผนังผุๆ ดัง "ปั๊ก!" สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณกระท่อมหลังน้อยที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน หลินฟางใช้มือข้างหนึ่งปาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นตามไรผม ใบหน้าเรียวเนียนเปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น ในมือของเธอถือค้อนเหล็กเก่าๆ ที่ยืมมาจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน แม้ร่างระหงจะดูบอบบางเมื่อเทียบกับงานช่างไม้ แต่ทุกจังหวะการตอกตะปูซ่อมแซมแผ่นไม้สนที่ผุกร่อนตามกาลเวลากลับหนักแน่นและแม่นยำ "ถ้าคุณยังฝืนตอกด้วยองศาเดิมแบบนั้น อีกสามวันฝนตกชุดใหญ่ ผนังด้านนี้คงได้พังลงมาทับหัวเราจริงๆ นะครับ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี เฉinหลงก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มือหนาเอื้อมมาจับด้ามค้อนในมือเธอไว้หลวมๆ ก่อนจะออกแรงกดเบาๆ เพื่อเปลี่ยนมุมให้เข้าที่เข้าทางอย่างมืออาชีพ หลินฟางชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นไอดินหลังฝนตกโชยเข้าจมูกจนเธอต้องสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อแผ่นหลังของตนเองแนบชิดกับอกแกร่งของสามีโดยบังเอิญ ร่างกายของอีกฝ่ายอบอุ่นรากับเตาผิงขนาดย่อมในฤดูหนาว "ถ้าฉันไม่ซ่อมตอนนี้ แล้วจะรอให้แม่เฒ่าหลี่พาคนมาพังซ้ำอีกรอบหรือไงคะ... เอ๊ย... หรือไงครับ?" หลินฟางเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา แต่แก้เกมได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับลอยหน้าลอยตากลบเกลื่อนความเขินอายที่เริ่มลามเลียพวงแก้ม เฉinหลงมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากปรากฏบนใบหน้าคมเข้มที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอ ดวงตาคมกริบมองภรรยาตัวน้อยที่นับวันยิ่งแสบสันต์และน่ารักขึ้นทีละนิดอย่างเอ็นดู "ผมบอกแล้วอย่างไรล่ะครับว่า เรื่องใช้แรงพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทหารประจำบ้านคนนี้เถอะ คุณมีหน้าที่สั่งการและเตรียมอาหารอร่อยๆ ก็พอแล้ว" พูดจบ มือหนาก็แย่งค้อนในมือเธอไปถือไว้เองอย่างนุ่มนวล แต่ทว่าเด็ดขาด เฉinหลงขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบจะโอบกอดเธอไว้กลายๆ ขณะที่เขาเริ่มตอกตะปูตัวใหม่ลงบนแผ่นไม้ เสียง "ตอก... ตอก..." ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทุกครั้งที่แขนแกร่งขยับ กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าก็ไหววูบสะกดสายตาของหญิงสาวให้อยู่หมัด หลินฟางแอบลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บรรยากาศเงียบสงบยามบ่ายที่มีเพียงเสียงนกแสกและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้ กลับอบอวลไปด้วยความใกล้ชิดที่แปลกประหลาด หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "มองอะไรอยู่หรือครับ? หน้าผมมีรอยเปื้อนฝุ่นงั้นหรือ" เฉinหลงหยุดมือลงชั่วคราว หันมาสบตากับดวงตากลมโตที่กำลังจดจ้องเขาอยู่พอดิบพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนสัมผัสได้ "เปล่าเสียหน่อย ใครมองคุณกัน... ฉันแค่กำลังดูว่าฝีมือการซ่อมบ้านของคุณมันแย่กว่าฉันตรงไหนต่างหาก" หลินฟางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ดวงตากลมโตไหวระริกแสดงพิรุธเสียจนคนตัวโตกว่าหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "ปากแข็งเสียจริงนะภรรยา" เฉinหลงกระซิบเสียงพร่า แววตาคมปลาบฉายประกายบางอย่างที่ทำให้หลินฟางต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางกองเครื่องมือช่าง แต่ก่อนที่สถานการณ์จะชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะไปมากกว่านี้ เสียงท้องของใครบางคนก็ส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกเสียสนิท หลินฟางกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบท้องแบนราบของตัวเองแก้เขิน เธอทำงานใช้แรงมาตั้งแต่เช้าโดยมีเพียงน้ำอุ่นประทังท้องเท่านั้น เฉinหลงหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่คิดจะถือsa "ดูท่าว่าเชฟมือทองของเราจะพลังงานหมดเสียแล้วสินะครับ งั้นวันนี้พักงานซ่อมบ้านไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวผมก่อไฟแล้วช่วยคุณเตรียมมื้อเย็นเอง คุณอยากทำอะไรกินล่ะครับ?" ในมิติฟาร์มสมุนไพรและห้างสรรพสินค้าที่หลินฟางซ่อนไว้ มีวัตถุดิบชั้นเลิศมากมาย แต่การจะหยิบออกมาปรุงในยุค 70 ที่สายตาชาวบ้านสอดส่องตลอดเวลาจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองหมุนเร็วจี๋ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าอย่างนั้น... ช่วยไปขุดหน่อไม้ที่ป่าหลังหมู่บ้านมาให้ฉันหน่อยสิคะ... เอ๊ย... ให้หน่อยครับ! ฉันจะทำ 'ไก่ผัดพริกแห้งหน่อไม้ดอง' สูตรพิเศษให้คุณกิน รับรองว่าอร่อยจนคุณต้องลืมข้าวต้มหมูฝีมือแม่สามีไปเลย" เฉinหลงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ เมื่อได้ยินชื่อเมนูแปลกใหม่ที่ภรรยาเอ่ยถึง รสชาติจัดจ้านและกลิ่นอายความเผ็ดร้อนคือสิ่งที่ทหารหนุ่มอย่างเขาโปรดปรานอยู่แล้ว "ตกลงครับ รอผมสักครู่เดียว" ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและเนื้อไก่หมักซอสก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณกระท่อมหลังน้อย ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากเตาถ่านที่เฉinหลงช่วยก่อให้อย่างแข็งขัน หลินฟางในผ้ากันเปื้อนเก่าๆ กำลังยืนตวัดตะหลิวผัดส่วนผสมในกระทะเหล็กด้วยความคล่องแคล่ว เสียงน้ำมันเดือด "ฉ่า..." พร้อมกับกลิ่นหอมฉุยของพริกแห้งและกระเทียมเจียวเตะจมูกจนคนตัวโตที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ถึงกับต้องสูดปากกลืนน้ำลาย "เสร็จเรียบร้อย!" หลินฟางตักอาหารสีสันน่ารับประทานลงใส่จานกระเบื้องเคลือบสีเก่า ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มแห่งความภูมิใจ กลิ่นหอมเย้ายวนของไก่ผัดหน่อไม้ดองกระจายตัวฟุ้งไปทั่วบริเวณ จนบ้านใกล้เรือนเคียงที่อยู่ห่างออกไปเริ่มชะโงกหน้าออกมามองด้วยความสงสัยว่ากลิ่นหอมประหลาดนี้มาจากไหน เฉinหลงหยิบตะเกียบขึ้นมาคีชิ้นเนื้อไก่ส่งเข้าปาก รสชาติเผ็ดร้อน เค็มหวานกลมกล่อม และความกรุบกรอบของหน่อไม้ดองที่เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อทำให้ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "อร่อยมาก... นี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลยครับ" "แน่นอนสิคะ ฝีมือฉันเสียอย่าง..." หลินฟางยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เธอกำลังจะตักข้าวใส่ถ้วยให้เขาเพิ่ม แต่ทว่า... "ปัง! ปัง! ปัง!" เสียงทุบประตูกระท่อมดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนตั้งใจจะพังมันเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่แผดแผดร้องโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดดังทะลุเข้ามาถึงด้านใน "อีหลิน! นังสะไภ้ตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงแอบมากินของอร่อยกันสองต่อสองกับลูกชายฉัน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงแผดคำรามของแม่เฒ่าหลี่ดังขึ้น พร้อมกับแรงกระแทกประตูซ้ำๆ จนบานไม้เก่าๆ ที่เพิ่งซ่อมเสร็จสั่นสะเทือน หลินฟางหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยฉายประกายความเยียบเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอหันไปสบตากับเฉinหลงที่ตอนนี้ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงดิ่งลงอย่างน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของนายทหารหนุ่มแผ่ไอสังหารออกมาอย่างชัดเจน เฉinหลงวางตะเกียบลงช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวตรงไปยังประตูหน้าด้วยท่าทางคุกคาม ขณะที่หลินฟางเดินตามหลังไปติดๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความท้าทาย (ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%