เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดัง *เคร้ง!* ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันในห้องครัวแคบๆ ของบ้านสกุลเฉิน คือคำตอบเดียวที่หลินฟางเลือกใช้ในวินาทีนี้
"เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ หลินฟาง? ของในครัวนี้ไม่ใช่ของเล่นนะ ถ้าทำเสียของขึ้นมา ข้าจะหักเบี้ยเลี้ยงเดือนนี้ของเจ้าทั้งหมด!"
น้ำเสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่ดังแหวแทรกเสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ในกระทะ ทว่าหญิงสาวร่างเพรียวในชุดผ้าฝ้ายสีซีดกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้าเนียนนุ่มที่ขับเน้นด้วยไอความร้อนจากเตาไฟยังคงสงบนิ่ง มือเรียวยาวตวัดกระบวยไม้พายคลุกเคล้าชิ้นหมูสามชั้นติดมันฉ่ำที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมฉุนของขิงแก่ทุบแตกและต้นหอมซอยที่กระทบเข้ากับน้ำมันหมูร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลทะลุผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปสู่ลานบ้าน จนคนตัวโตที่นั่งหน้าเคร่งขรึมอยู่บนม้าไม้ถึงกับเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
พันจ่าอากาศเอกเฉินหลงนั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองภรรยาของตนด้วยความรู้สึกซับซ้อน ตั้งแต่เหตุการณ์หย่าร้างที่เกือบจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน หลินฟางคนนี้ราวกับไม่ใช่คนเดิม นางไม่1หลบสายตา ไม่เอמהถ่อมตัวจนน่ารำคาญ และที่สำคัญ... ฝีมือการจัดการความเป็นอยู่ภายในบ้านเริ่มทำให้กำแพงความเย็นชาในใจของเขาพังทลายลงทีละน้อย
"แม่ครับ..." เฉินหลงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุบต่ำทรงอำนาจ ปราบปรามความวุ่นวายที่มารดาตนกำลังจะก่อ "ปล่อยให้นางทำเถอะครับ ไหนๆ วัตถุดิบพวกนี้ก็นำมาจากส่วนที่นางหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อของตนเอง"
แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกบุตรชายสุดที่รักขัดคอ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองบุตรสะไภ้ด้วยความเคียดแค้นชิงชัง นางอุตส่าห์รอจังหวะให้สะไภ้คนนี้ทำอาหารรสชาติแย่ๆ ออกมา เพื่อจะได้หาเรื่องด่าทอและลดอำนาจต่อรองในบ้านลง แต่ทว่า... กลิ่นที่ลอยแตะจมูกอยู่ในขณะนี้ กลับไม่ใช่กลิ่นเหม็นไหม้หรือกลิ่นสาบของเนื้อสัตว์ราคาถูกอย่างที่นางคาดคิด
*ฟุดฟิด...*
กลิ่นหอมหวานล้ำลึกของน้ำตาลกรวดที่เคี่ยวจนละลายกลายเป็นสีอำพัน ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของซีอิ๊วขาวชั้นดีและเครื่องเทศอุ่นๆ ลอยวนเวียนอยู่รอบปลายจมูก มันคือกลิ่นของ "หมูตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับจากภัตตาคารชั้นยอดในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ทำได้เพียงต้มผักโรเกลือประทังชีวิต
หลินฟางหรี่ไฟเตาถ่านลงจนเหลือเพียงความร้อนอ่อนๆ นางบรรจงปิดฝากระทะดินเผาใบยักษ์ที่เพิ่งย้ายวัตถุดิบลงไปเคี่ยว ก่อนจะหันมาสบตากับสามีรูปหล่อที่นั่งมองนางอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถูกจุดขึ้นที่มุมปากของอดีตเชฟสาว
"รออีกเค่อเดียว (ประมาณ 15 นาที) ครับ อาหารมื้อนี้รับรองว่าจะทำให้ทุกคนในบ้านลืมรสชาติจำเจแบบเดิมๆ ไปได้เลย" หลินฟางจงใจใช้น้ำสุภาพแต่เฉียบคม เพื่อตอกย้ำสถานะของตนเองในครัวเรือนแห่งนี้
ในมิติฟาร์มสมุนไพรในห้วงจิตสำนึกของนาง เวลานี้เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีและพืชผักปลอดสารพิษกำลังเจริญเติบโตอย่างงดงาม แต่นางรู้ดีว่าการจะยืนหยัดอย่างสง่างามในยุค 70 ที่เต็มไปด้วยความขาดแคลนและความอิจฉาริษยา การสร้างฐานะด้วยท้องกระเพาะคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด
บนโต๊ะไม้ตัวเก่าในห้องโถง บรรยากาศยังคงปกคลุมด้วยความอึมครึม แม่เฒ่าหลี่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึง คอยจ้องจับผิดทุกอริยาบท ขณะที่เฉินหลงนั่งนิ่งเงียบ ทว่าสายตากลับคอยเหลือบมองประตูครัวเป็นระยะๆ ด้วยความกระวนกระวายใจที่เจ้าตัวก็ไม่อาจหาคำอธิบายได้
กระทั่งหลินฟางก้าวออกมาจากห้องครัว พร้อมกับถาดไม้ที่วางหม้อดินเผาส่งควันกรุ่นและกลิ่นหอมยัวน้ำลายสอ ตามด้วยจานผัดผักกวางตุ้งสีเขียวสดกรอบ และชามซุปไข่น้ำใสที่โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอยละเอียดยิบ
ทุกสายตาบนโต๊ะอาหารหยุดนิ่ง
แม่เฒ่าหลี่อ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อเห็นปริมาณเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นชิ้นหนานุ่มเรียงรายอยู่ในหม้อ สีสันของน้ำราดเป็นประกายเงางามราวกับเคลือบด้วยอัญมณีสีน้ำตาลเข้ม มันช่างดูผิดแผกจากอาหารขัดสนที่บ้านสกุลเฉินคุ้นเคยเสียเหลือเกิน
"นี่เจ้า... เอาเงินที่ไหนไปซื้อเนื้อชั้นดีแบบนี้มาหลินฟาง? หรือว่าแอบไปขโมยเงินเก็บของตระกูลเรามา!" แม่เฒ่าหลี่หาเรื่องเอ็ดตะโรขึ้นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความอยากอาหารที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในลำคอ
"ถ้าเป็นเงินของตระกูลท่านแม่ คงไม่มีปัญญาซื้อเนื้อหมูติดมันชั้นดีขนาดนี้หรอกครับ" หลินฟางตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ไร้ความเกรงกลัว "นี่คือสิ่งที่ฉันหามาได้จากการนำสมุนไพรป่าไปแลกเปลี่ยนที่สหกรณ์อำเภอด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง หากท่านแม่สงสัยในที่มา เชิญไปตรวจสอบบัญชีกับเจ้าหน้าที่รัฐได้เลยนะคะ... อ๊ะ ขออภัยครับ พอดีติดปาก" นางแก้คำพูดตัวเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปรายตามองสามีที่กำลังแอบอมยิ้มอยู่มุมปาก
เฉินหลงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมตามเดิมเมื่อภรรยาหันมามอง แต่แววตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความทึ่ง ผู้หญิงคนนี้... ทั้งฉลาด ร้ายกาจ และรู้จักวิธีเอาตัวรอดในสังคมที่โหดร้ายได้อย่างน่าทึ่ง
"กินข้าวกันเถอะครับ" เฉินหลงเอ่ยตัดบทความขัดแย้ง หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงใส่ลงในถ้วยของมารดาก่อน เป็นการบังคับกลายๆ ให้หยุดปาก
แม่เฒ่าหลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางจำใจต้องคีบชิ้นหมูเข้าปากเพื่อรักษาหน้า
*1 วินาที... 2 วินาที...*
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ทันทีที่ฟันของหญิงชราสัมผัสโดนเนื้อหมูที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมที่ซึมลึกถึงเนื้อใน พร้อมกับมันหมูที่แทบไม่ต้องเคี้ยวให้ 3ย่อยสลายไปอย่างไร้รอยต่อ ปลุกต่อมรับรสที่หลับใหลมานานนับปีให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไม่อร่อยเลย... นางอยากจะเถียงว่ามันไม่อร่อย แต่วิญญาณนักชิมในตัวกลับบอกว่า นี่คืออาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่นางเคยลิ้มลองมาในชีวิตท่ามกลางยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้!
เฉินหลงเองก็คีบชิ้นหมูเข้าปากเช่นกัน รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องเทศจางๆ ตัดเลี่ยนด้วยผัดผักกวางตุ้งกรอบๆ และซุปไข่อุ่นๆ ที่ช่วยชะล้างความมัน ทำให้มื้อค่ำมื้อนี้ไม่ใช่แค่การกินเพื่อประทังชีวิต แต่มันคือช่วงเวลาแห่งความสุขที่บ้านสกุลเฉินไม่เคยสัมผัสมานานแสนนาน
ความเงียบในบ้านไม่ได้ถูกทำลายด้วยคำพูด แต่ถูกละลายด้วยเสียงเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อยและเสียงตะเกียบกระทบชามกระเบื้องที่ดังประสานกันอย่างต่อเนื่อง
หลินฟางนั่งมองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ นางตักข้าวใส่ถ้วยให้สามีอย่างใส่ใจ จนเฉินหลงต้องเงยหน้าขึ้นสบตา บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
ทว่า... ในขณะที่ค่ำคืนอันแสนสงบกำลังดำเนินไปอย่างไร้ที่ติ เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา!
*ก๊อกๆๆ!*
"ผู้กองเฉิน! เปิดประตูเร็วจ้า! เกิดเรื่องใหญ่ที่ลานตากเมล็ดพันธุ์แล้ว!" เสียงตะโกนแหบพร่าของเพื่อนบ้านผู้ดูแลยุ้งฉางดังลั่นทะลุความมืดมิดเข้ามา พร้อมกับข่าวร้ายที่ไม่มีใครคาดคิด
เฉินหลงผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเคร่งเครียดกลับมาปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 15
อาหารมื้อแรกที่เปลี่ยนใจคน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!