คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 14

การกลับมาของสามีน้ำแข็ง

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
กลิ่นหอมกรุ่นของพริกเสฉวนคั่วแห้งและน้ำมันงาที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัว ช่างตัดกับบรรยากาศมาคุภายในบ้านตระกูลเฉินราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ เสียงตะหลิวเหล็กกระทบก้นกระทะเหล็กหล้าดัง “เคร้ง... เคร้ง” เป็นจังหวะสม่ำเสมอ หลินฟางในวัยสาวยุคเจ็ดสิบที่สวมผ้ากันเปื้อนสีซีด กำลังผัดเต้าหู้หม่าผัวร้อนๆ ลงในกระทะ ไฟจากเตาถ่านลุกโชนสะท้อนใบเนียนใสที่มีเหงื่อซึมบางๆ นางไม่ได้สนใจสายตาดุดันที่จ้องเขม็งมาจากทางประห้องโถงแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้... ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย และเป็นเจ้าของฉายา "เสือหนุ่มแห่งกองพันทหารราบที่สาม" ได้ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนแล้ว เฉินหลงยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงธรณีประตู ร่างกายสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มสะอาดตาดูทรงพลังและกดดันคนรอบข้างโดยธรรมชาติ ใบหน้าคมคายราวน้ำแข็งสลักสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองไปรอบห้องครัวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เคยรกเร้ารกร้าง เต็มไปด้วยคราบเขม่าควันและหยากไย่ บัดนี้กลับสะอาดสะอ้าน มีชั้นวางไม้ไผ่จัดเรียงขวดโหลเครื่องเทศเป็นระเบียบ และที่สำคัญที่สุดคือ กลิ่นอาหารที่เตะจมูกคู่นั้น มันไม่ใช่กลิ่นต้มผักต้มมันเทศไร้รสชาติแบบที่บ้านนี้เคยทนกินมาตลอดหลายปี “เธอกล้าใช้เสบียงกองทัพมาทำอาหารหรูหราแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หลินฟาง” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเย็นเยียบไร้คลื่นอารมณ์ ชายหนุ่มป้องมือไขว้หลัง สายตาคมปลาบจดจ้องไปที่ร่างเพรียวบางที่กำลังตักเต้าหู้สีแดงฉานใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง หลินฟางวางกระบวยลงอย่างไม่รีบร้อน นางหันกลับมาสบตากับสามีผู้เย็นชาอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของเชฟมืออาชีพที่พร้อมจะฟาดฟันกับลูกค้าเรื่องมาก “เสบียงกองทัพอะไรกันครับ คุณสามี” หลินฟางจงใจเน้นเสียงคำหลังด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เต้าหู้เหล่านี้ทำมาจากถั่วเหลืองในมิติฟาร์มสมุนไพร ส่วนพริกและเครื่องเทศก็นำมาจากห้างสรรพสินค้าในมิติที่นางเพิ่งปลดล็อกระบบเลเวลสองเมื่อวานนี้ “ของทุกชิ้นในครัวนี้เป็นหยาดเหงื่อแรงงานที่ฉันหามาด้วยมือตัวเอง ไม่ได้ไปเบียดเบียนเงินเดือนทหารของคุณสักหยวนเดียว” เฉินหลงขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาดำสนิทหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินภรรยาตรงหน้าใหม่อีกครั้ง หญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่หลินฟางคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาและร้องไห้ขี้มูกโปงเมื่อถูกแม่เฒ่าหลี่กดขี่ข่มเหง แววตาของนางในตอนนี้มีความมั่นใจ เป็นประกาย และเปี่ยมด้วยความฉลาดเฉลียวที่ไม่อาจมองข้ามได้ “เธอเปลี่ยนไปมากนะ” เฉินหลงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายความกดดันของนายทหารผู้ผ่านสนามรบแผ่ซ่านออกมารอบตัว “เปลี่ยนจนฉันเกือบจำไม่ได้ว่านี่คือภรรยาที่แต่งเข้าบ้านมาด้วยการคลุมถุงชน” “คนเราถ้ารู้จักรักตัวเองและรู้จักใช้สมอง ชีวิตมันก็ต้องไปข้างหน้าครับ ไม่เหมือนบางคนที่จมปลักอยู่กับความเย่อหยิ่งและอดีต” หลินฟางสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางยกชามเต้าหู้หม่าผัวร้อนๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ พร้อมกับข้าวสวยหุงขึ้นหม้อที่หอมกรุ่น “ถ้ากลับมาเหนื่อยๆ ก็ไปล้างหน้าล้างตาแล้วมานั่งกินข้าวซะ อาหารชุดนี้ไม่ได้ใส่ยาพิษหรอกครับ วางใจได้” ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงโวยวายก็ดังแว่วมาจากนอกบ้าน “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่กลับมาแล้วจริงๆ ด้วย!” เสียงแหลมสูงของหลี่เม่ย น้องสาวนอกไส้ของแม่เฒ่าหลี่ดังลั่นทะลุประตูเข้ามา ตามด้วยร่างอ้วนท้วนที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน ใบหน้าทาแป้งขาววอกแสดงความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ทันทีที่นางเห็นเฉินหลงยืนอยู่ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นความเสแสร้งน่าสมเพชทันที “พี่ใหญ่คะ ท่านกลับมาก็ดีแล้ว! รีบจัดการนังสะภากำมะลอคนนี้เถอะค่ะ มันปีนเกลียวแม่เฒ่า ไล่ตีไก่ในเล้าเอาไปทำอาหารกินเองตามอำเภอใจแถมยังตบหน้าฉันเมื่อวานนี้ด้วย! บ้านเราแทบจะไม่มีที่ยืนอยู่แล้วนะพี่!” เฉินหลงไม่ได้ตอบรับคำฟ้องร้องนั้น ทว่าสายตาคมกริบกลับหันกลับมามองหลินฟางเพื่อรอฟังคำอธิบาย หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางตักข้าวใส่ถ้วยสองใบอย่างใจเย็น “อ้อ ฟ้องเก่งเสียจริงนะป้าเม่ย ทำไมไม่เล่าให้พี่ใหญ่ของคุณฟังด้วยล่ะครับว่า ไก่ตัวนั้นน่ะ แม่เฒ่าสั่งให้ฉันเอาไปต้มให้หลานชายตัวดีกินคนเดียว ส่วนฉันกับลูก... เอ่อ หมายถึงตัวฉันเองได้แต่น้ำแกงก้นหม้อที่ใส่แต่กระดูกชิ้นเล็กๆ แล้วการที่ฉันทวงสิทธิ์ของตัวเองคืน มันเรียกว่าปีนเกลียวตรงไหน?” “เธอยังกล้าเถียงอีกเรอะนังเด็กนี่!” หลี่เม่ยหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด “พี่ใหญ่! ดูมันสิคะ พูดจาไม่มีหางเสียง กิริยาต่ำทรามแบบนี้สมควรโดนหย่าส่งกลับบ้านเดิมไปซะ!” คำว่า "หย่า" ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ เฉินหลงนิ่งเงียบ สีหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยราดรดด้วยน้ำแข็งจนเดาความคิดไม่ออก มือหนาเอื้อมไปหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาพิจารณาช้าๆ บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที ทุกสายตาต่างจดจ้องไปที่นายทหารหนุ่ม รอคอยการตัดสินคำขาดจากผู้นำครอบครัว หลินฟางลอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยแต่มือนางยังคงมั่นคง นางพร้อมแล้ว หากเฉินหลงเป็นพวกหูเบาเชื่อคำคนอื่น นางก็พร้อมที่จะหยิบใบหย่าที่เตรียมไว้ในมิติออกมากระแทกหน้าเขาเดี๋ยวนี้เช่นกัน เฉินหลงเงยหน้าขึ้น สบตากับหลินฟางตรงๆ นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึงริมฝีปากหยักได้รูปขยับน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ไม่มีใครคาดคิดออกมา “เรื่องหย่า... ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เฉินหลงวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง “แต่ตอนนี้... กลิ่นเต้าหู้หม่าผัวของเธอมันรบกวนสมาธิฉันมาก หวังว่าฝีมือคงจะดีพอๆ กับฝีปากที่เธอยืนเถียงกับคนอื่นนะ” พูดจบ ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หัวโต๊ะอย่างสง่างาม ปล่อยให้หลี่เม่ยอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ส่วนหลินฟางกลับต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน... สามีน้ำแข็งคนนี้ ดูท่าทางจะรับมือยากกว่าที่คิดเสียแล้วสิ ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%