"ถ้าช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว หัวใจของฉันคงกระโดดออกมาเต้นอยู่บนพื้นดินแน่ๆ ครับท่านผู้ชม"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องครัวคับแคบ หลินฟางใช้หลังมือปาดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า ผิวแก้วเนียนใสยังมีคราบเขม่าจากเตาถ่านเลอะอยู่เล็กน้อย ทว่าแววตาของเธอกลับเปล่งประกายด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด บนโต๊ะไม้เก่าๆ เบื้องหน้า มีหม้อดินเผาใบโตส่งกลิ่นหอมกรุ่นของตุ๋นยาจีนโชยตลบอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของข้าวสาลีคั่วใหม่จากมิติฟาร์มสมุนไพรที่เธอเพิ่งเก็บกู้และแปรรูปเสร็จสิ้นเมื่อไม่ถึงนาทีที่ผ่านมา
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้งด้วยจังหวะหนักแน่นและมั่นคง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้หลินฟางสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวบางในชุดผ้าฝ้ายสีซีดรีบเก็บกวาดเศษสมุนไพรหายากจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดลงสู่ห้วงมิติในอกเสื้อทันที ปลายนิ้วเรียวยาวว่องไวราวกับเซียนเล่นกล ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยรอบห้องเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรวดเร็ว
"ฟางฟาง... เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ ผมแบกฟืนมาเพิ่มให้"
เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นที่ลอดผ่านเข้ามาทำให้หัวใจที่เต้นระส่ำของหลินฟางค่อยๆ สงบลง ชายหนุ่มผู้เป็นสามีในนามตามกฎหมายยุคเจ็ดสิบนี้คือ 'พันจ่าอากาศเอกเฉินหลง' นายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้าน แต่กลับมีความละมุนละไมและสายตาเว้าวอนยามที่อยู่กับเธอเพียงลำพัง
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินไปปลดกลอนไม้แล้วดึงบานประตูออก
แอ๊ด...
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือร่างสูงใหญ่ของเฉินหลงในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะฝุ่นดินเล็กน้อย บนบ่ากว้างแบกฟืนท่อนใหญ่ไว้หลายท่อน เม็ดเหงื่อผุดพรายตามไรผมและลำคอแกร่ง ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับทอประกายอ่อนโยนทันทีที่เห็นหน้าภรรยา
"ทำไมหน้าแดงขนาดนั้นล่ะครับ? หรือว่ายืนหน้าเตานานเกินไปจนลมพิษกำเริบอีกแล้ว" เฉินหลงวางฟืนกองลงข้างผนังอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอื้อมมือหนาที่หยาบกร้านจากการฝึกฝนมาแตะหน้าผากมนของเธอแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้หลินฟางถึงกับเกร็งตัวไปชั่วขณะ
"มะ... ไม่ใช่ค่ะ เอ๊ย! ไม่ใช่ครับ ฉัน... ผมแค่รีบทำอาหารไปหน่อยน่ะครับ กลัวคุณกลับมาแล้วจะหิว" หลินฟางเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา โชคดีที่เธอเบรกตัวเองได้ทันและเปลี่ยนสรรพนามได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับส่งยิ้มหวานเจือความประหม่าให้สามี
เฉินหลงหรี่ตามองภรรยาอย่างพิจารณา
แม้ภายนอกหลินฟางจะพยายามทำตัวปกติ แต่สัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาว่า มีบางอย่าง 'ผิดปกติ' กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรล้ำค่าที่หายากยิ่งในแถบชนบทแห่งนี้ ลอยอบอวลปะปนมากับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นของสมุนไพรป่าทั่วไปในมณฑลเฮยหลง장อย่างแน่นอน
"กลิ่นอะไรหอมจังครับ..." เฉินหลงแสร้งทำเป็นสูดดมกลิ่นในอากาศ แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบห้องครัวอย่างรวดเร็วราวกับเหยี่ยวสำรวจเหยื่อ "ไม่ใช่กลิ่นไก่ตุ๋นธรรมดาแน่นอน รสสัมผัสของเครื่องเทศนี้... เหมือนกับตำราหมอหลวงโบราณที่ผมเคยเห็นในห้องทำงานของผู้บัญชาการกองทัพเลยทีเดียว"
หลินฟางสะท้านในอก เลือดในกายสูบฉีดเร็วขึ้น สามีคนนี้ฉลาดเป็นกรด หากเธอเผลอพิรุธเพียงนิดเดียว ความลับเรื่องมิติฟาร์มและห้างสรรพสินค้าอาจถูกเปิด
"คุณหูฝาดไปแล้วมั้งครับ ก็แค่เครื่องเทศท้องถิ่นที่ฉัน... ผมซื้อมาจากพ่อค้าเร่ตลาดมืดเมื่อวานนี้เองครับ รีบไปล้างหน้าล้างมือเถอะครับ อาหารเสร็จพอดี" หลินฟางรีบตัดบทด้วยการเดินเลี่ยงไปตักข้าวใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีหม่น เพื่อซ่อนแววตาระแวดระวังของตนเอง
เฉินหลงไม่ได้ซักไซ้ต่อ ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้เปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่วันที่รอดพ้นจากการกลั่นแกล้งของแม่เฒ่าหลี่ หลินฟางคนเดิมที่อ่อนแอและขี้ขลาดได้หายลับไป เหลือเพียงหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว มีชั้นเชิง และซ่อนความลับมากมายไว้ภายใต้รอยยิ้มสดใส
และความลับเหล่านั้น... กำลังทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
ระหว่างที่ทั้งค่านั่งลงร่วมโต๊ะอาหาร บรรยากาศภายในห้องครัวที่ควรจะเงียบเชียบกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นแปลกตา หลินฟางตักเนื้อไก่ตุ๋นเปื่อยนุ่มชิ้นโตใส่ลงในชามของเฉินหลง น้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวด้วยโสมและสมุนไพรจากมิติพิเศษส่งกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอ จนกระทั่งชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตักเข้าปาก
รสชาติอันล้ำลึกนุ่มนวลระเบิดขึ้นบนปลายลิ้น ความหวานกลมกล่อมของเนื้อไก่ผสานกับความเผ็ดร้อนละมุนของสมุนไพรบำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการฝึกทหารมาทั้งวันฟื้นคืนพละกำลังขึ้นมาในทันที
"อร่อยมากครับ..." เฉินหลงพึมพำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมมองจ้องใบหน้าเนียนของภรรยาไม่วางตา "ฝีมือทำอาหารของคุณนับวันยิ่งเหมือนเวทมนตร์เข้าไปทุกที... ฟางฟาง บอกผมได้ไหมครับว่ายังมีเรื่องอะไรอีกที่คุณยังไม่ได้บอกผม"
หลินฟางชะงักค้าง ตะเกียบในมือเกือบหลุดร่วง
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากแก้ตัว เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของแม่เฒ่าหลี่ที่ตะโกนแผดลั่นเข้ามาในยามวิกาล
"อีสะใภ้ตัวดี! แกแอบซ่อนเนื้อหอมๆ กินกันสองคนผัวเมียในบ้านใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ฟะ! ลูกอกตัญญู พาเมียชั่วมากินของดีโดยไม่แบ่งแม่ผู้ให้กำเนิด แกอยากฟ้าผ่าตายหรือไงไอ้หลง!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉินหลงหายวับไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็ง ขณะที่หลินฟางกลับสบถในใจเบาๆ กับความซวยที่เข้ามาจังหวะนรกเสียเหลือเกิน
เฉินหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอากาศรอบตัวหนาทึบ เขาหันมามองภรรยาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงพลัง
"นั่งทานข้าวต่อให้เรียบร้อยครับ... เรื่องขยะเปียกหน้าบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่สามีจัดการเอง"
พูดจบ เฉินหลงก็ก้าวฉับๆ ไปปลดกลอนประตูบ้าน โดยไม่รู้เลยว่า... สิ่งที่แม่เฒ่าหลี่กำลังจะแหกปากฟ้องในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า คือเบาะแสสำคัญที่จะพลิกเกมความลับทั้งหมดที่หลินฟางพยายามซ่อนไว้ให้พังครืนลงมา!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" ในตอนนี้นะครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 13
ความลับที่ยังต้องซ่อน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!