คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 3

ตบปากแม่สามีด้วยกลิ่นหมูสามชั้น

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"อยากจะแหกปากก็เชิญตามสบายครับคุณแม่ แต่ถ้าเสียงของท่านดังจนรบกวน 'หมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊ว' ในหม้อดินเผานี้ล่ะก็ เกรงว่ารสชาติของความอร่อยอาจจะมีรอยด่างพร้อยได้นะครับ..." น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบ ไพเราะ และเจือรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากอย่างพพอดี มือเรียวบางที่เพิ่งหยิบเกลือเม็ดหยาบขึ้นมาโปรยลงบนเนื้อหมูสามชั้นติดมันสี่ชั้นคัดพิเศษ บรรจงทำทุกขั้นตอนด้วยความนิ่งสงบราวกับโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดมารบกวนเธอได้ ทว่าในสายตาของแม่เฒ่าหลี่ผู้ก้าวพรวดพราดเข้ามาหมายจะแผดเสียงด่าทอ กลับมองเห็นภาพนั้นเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่กลางกลางฝูงชนอย่างไรอย่างนั้น! ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าหลี่กระตุกเกร็งจนริมฝีปากสั่นระริก แกูกปมแน่นด้วยความโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้า ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองสภาพห้องครัวที่เคยสกปรกมอมแมม บัดนี้กลับถูกจัดระเบียบใหม่จนสะอาดสะอ้าน ยิ่งกว่านั้นคือกลิ่นหอมล้ำลึกที่โชยเตะจมูก เป็นกลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวกับรากผักชี กระเทียม และพริกไทยดำที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว กลืนกินกลิ่นอับชื้นของบ้านเก่าคร่ำคร่าไปจนหมดสิ้น "นัง... นังสารเลวหลินฟาง!" แม่เฒ่าหลี่แผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือเหี่ยวย่นสั่นเทาชี้หน้าลูกสะไภ้ที่ตนเคยจิกหัวใช้อย่างไม่ไยดี "แกกล้าดียังไงเอาเสบียงในบ้านมาทำอะไรฟุ่มเฟือยแบบนี้! นี่มันเนื้อหมูสำหรับเก็บไว้ให้พี่ใหญ่ของแกกินบำรุงแรงนะ! แกชุบมือเปิบเอาของดีไปทำกินคนเดียว แบบนี้มันหยามหน้ากันชัดๆ!" หลินฟางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปสีอำพันเข้มข้นในหม้ออย่างใจเย็น กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ซึมลึกเข้าไปในเนื้อหมูเริ่มส่งเสียงเดือดปุดๆ เบาๆ ราวกับดนตรีขับกล่อมวิญญาณเชฟผู้เจนสนาม ท่าทีสุขุมนุ่มลึกราวกับทองไม่รู้ร้อนของเธอยิ่งโหมไฟโทสะในอกของแม่เฒ่าหลี่ให้ลุกโชนขึ้นไปอีกสิบเท่า "เสบียง? ของดี?" หลินฟางทวนคำด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความเฉียบคม "ตั้งแต่ฉันแต่งเข้าตระกูลเฉินมา มีวันไหนบ้างที่ข้าวในหม้อไม่ก้นหม้อ มีวันไหนบ้างที่ผักดองเค็มๆ เหม็นอับไม่ถูกผลักมาไว้ตรงหน้าฉันคนเดียว? ถ้าเรียกว่า 'แบ่งปัน' ในพจนานุกรมของตระกูลเฉิน คือการให้ฉันทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนควายแล้วกินเศษอาหารเหมือนหมูเหมือนหมา... งั้นวันนี้ ฉันก็ขอเปลี่ยนพจนานุกรมเล่มนั้นใหม่ก็แล้วกันนะครับ" คำพูดที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูรูขุมขน ทำให้แม่เฒ่าหลี่ถึงกับสำลักความโกรธจนพูดไม่ออก นางอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ มือไม้สั่นเทาด้วยความเจ็บใจจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้หญิงที่เคยหัวอ่อน ยอมให้โขกสับร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่มุมห้อง บัดนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วยถ้อยคำที่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "แก... แกมันอีนางงูพิษ!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องสุดเสียงด้วยความเหลืออด เงื้อมมือเหี่ยวย่นที่ไว้เล็บยาวเฟื้อยพุ่งตรงเข้ามาหมายจะตะปบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหลินฟางให้สะใจ "วันนี้ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกเองว่าใครเป็นแม่บ้านที่นี่!" *เปรี๊ยะ!* เสียงตบะของความอดทนขาดผึ่งลงพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเหี่ยวย่นเอาไว้กลางอากาศได้อย่างทันท่วงที แรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็กทำให้แม่เฒ่าหลี่ต้องร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด "พอได้แล้วครับแม่!" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่เปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นแต่กดดันจนบรรยากาศในห้องครัวลดฮวบลงหลายองศา ดังขึ้นจากชายหนุ่มร่างสูงในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งก้าวเท้าพ้นธรณีประตูเข้ามา ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองมารดาตนเองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา ก่อนจะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่ภรรยาตัวน้อยที่ยืนถือทัพพีไม้อยู่หน้าเตา พันจ่าอากาศเอกเฉินหลง ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่เจือจางอยู่บนใบหน้าของหลินฟาง แต่ทว่าแววตาของเธอกลับสุกใสและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกหวงแหนพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนต้องขยับกายเข้าไปยืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "อาหลง! แก... แกเห็นนังนี่มันทำร้ายแม่รึเปล่า!" แม่เฒ่าหลี่รีบเปลี่ยนท่าทีทันที บีบน้ำตาเหี่ยวย่นฟูมฟายเสียงดังลั่น ฟ้องบุตรชายสุดที่รักด้วยความคับแค้นใจ "มันเอาเนื้อหมูของบ้านเรามาทำกินเองแถมยังตบตีแม่ ด่าทอแม่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย! แกต้องหย่ากับมัน! ไล่มันออกไปจากบ้านเราเดี๋ยวนี้!" เฉินหลงเหลือบมองหม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มเตะจมูกปลุกสัญชาตญาณความหิวโหยขึ้นมาเงียบๆ แต่สีหน้าของเขากลับยังคงเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น เขารู้จักมารดาของตนดีกว่าใคร แม่เฒ่าหลี่ไม่มีทางยอมให้ใครเอาเปรียบได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่า... ฝ่ายภรรยาของเขาจะเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างเหนือชั้น "ผมเห็นแค่แม่กำลังจะทำร้ายภรรยาของผมครับ" เฉินหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนแม่เฒ่าหลี่ถึงกับสะดุ้งโหยง "และผมก็จำได้แม่นว่า เนื้อหมูสามชั้นกล่องนี้ เป็นส่วนแบ่งสบู่และเสบียงที่ทางการมอบให้ผมในฐานะทหารประจำการ ไม่ใช่เสบียงส่วนกลางของครอบครัว... ถ้าภรรยาผมจะนำมาทำอาหารให้ผมกิน มันผิดตรงไหนหรือครับ?" "แก... แกเข้าข้างมันเหรอไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องลั่นบ้านด้วยความคลุ้มคลั่ง เมื่อเห็นว่าลูกชายแท้ๆ กลับไม่เข้าข้างตนเองเหมือนเช่นเคย หลินฟางแอบอมยิ้มบางๆ อยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของสามี เธอชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเฉินหลงที่ยืนหยัดปกป้องเธออย่างมั่นคง ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซ่านเข้ามาในหัวใจ ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดและแม่เฒ่าหลี่กำลังเตรียมจะอาละวาดชุดใหญ่ให้บ้านแตกสาាយสาคูนั้นเอง... จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพจากหน้าบ้าน ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายชราผู้หนึ่งที่ดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความโกลาหล "ฮ่าๆๆ กลิ่นหอมนี่มันอะไรกันวะเนี่ย? พ่อหนุ่มเฉิน ฉันได้กลิ่นตุ๋นหมูสามชั้นลอยไปไกลถึงสามซอย บังเอิญเดินผ่านมาทางนี้พอดี ขอฉันเข้ามาแบ่งชิมสักคำได้รึเปล่า?" ร่างท้วมของ 'ผู้ใหญ่บ้านจ้าว' ก้าวเข้ามาหยุดยืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าห้องครัว พร้อมกับสายตาที่กวาดมองบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องด้วยความแปลกใจ! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของฟาร์มเมอร์สุขใจเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%