กลิ่นหอมฉุนของน้ำมันหมูที่เจียวกับกระเทียมเจียวและกากหมูกรอบฟู ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวเก่าๆ ของตระกูลเฉิน ตัดกับบรรยากาศมาคุและเสียงลมหายใจฟึดฟัดของแม่เฒ่าหลี่ที่นั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวผุ
ร่างท้วมของ "ผู้ใหญ่บ้านจ้าว" ก้าวเข้ามาหยุดยืนยิ้มแป้นอยู่ที่หน้าห้องครัว พร้อมกับสายตาที่กวาดมองบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องด้วยความแปลกใจ!
"อ้าวๆ กลิ่นหอมอะไรเนี่ย หอมจนฉุนทะลุไปถึงหน้าบ้าน... นี่พวกท่านกำลังทำอะไรกันอยู่หรือ เสียงดังโวยวายกันมาถึงถนนใหญ่ ชาวบ้านเขาตกอกตกใจนึกว่ามีเรื่องทะเลาะวิวาทอะไรกันเสียอีก" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเจือความสงสัย พรางกวาดสายตามองหลินฟางที่ยืนถือทัพพีไม้พายอยู่หน้าเตาด้วยท่าทีสงบนิ่ง กับแม่เฒ่าหลี่ที่นั่งหน้าบึ้งตึงเหมือนคนอมส้มมะนาวทั้งสวน
หลินฟางวางทัพพีลงบนขอบกระทะอย่างใจเย็น ส่งยิ้มบางๆ ให้ผู้ใหญ่บ้านด้วยความเคารพ ก่อนจะเอ่ยปากต้อนรับด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่แฝงความนัย
"ผู้ใหญ่บ้านมาพอดีเลยครับ... เอ๊ย มาพอดีเลยเจ้าค่ะ เชิญนั่งก่อนเถอะเจ้าค่ะ พอดีบ้านเรากำลังจะมี 'ข่าวดี' เรื่องสำคัญที่จะต้องอาศัยท่านผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานและช่วยตัดสินความเป็นธรรมให้สักหน่อย" หลินฟางเกือบเผลอหลุดคำว่าครับตามความคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนคำลงท้ายให้เข้ากับยุคสมัยทันทีอย่างแนบเนียน
แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งโหยง นางรีบตบโต๊ะปังใหญ่ ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาขุ่นขلاقถลึงใส่สะใภ้ตัวดีทันที
"ข่าวดีบ้าบออะไรของแกยัยเด็กนี่! แกคิดจะผูกเรื่องโกหกอะไรมาหลอกผู้ใหญ่บ้านกันแน่! ฉันไม่ยอมนะ ผู้ใหญ่บ้าน อย่าไปฟังนังสะใภ้อกตัญญูคนนี้เชียว มันกำลังจะไล่ฉันออกจากบ้าน!"
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นลูบหนวดเคราครึ้มของตัวเอง มองสลับระหว่างแม่สามีและลูกสะใภ้ด้วยความงุนงงหนักกว่าเดิม
"ใจเย็นๆ ก่อนเถอะแม่เฒ่าหลี่ ค่อยๆ พูดกัน ข่าวดีอะไร ไล่ใครออกจากบ้านไหนกัน ขยายความให้ฉันฟังทีซิ" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ที่หลินฟางผายมือเชิญด้วยความสุภาพ
หลินฟางไม่รอช้า นางเดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่เขียนข้อความอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยหมึกสีดำสนิท ซึ่งนางแอบร่างเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนในมิติฟาร์มสมุนไพร ออกมาวางลงตรงหน้าผู้ใหญ่บ้านด้วยท่าทีองอาจและมั่นคง
"เรียนท่านผู้ใหญ่บ้าน และแม่สามีที่เคารพ... วันนี้ข้า หลินฟาง ขอใช้สิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายการปฏิรูปที่ดินและกฎหมายคุ้มครองสิทธิครอบครัว ฉบับปี 1950 ในการยื่นเรื่อง **'ขอแยกบ้าน'** อย่างเป็นทางการเจ้าค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ห้องครัวทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ราวกับมีใครเอาค้อนยักษ์มาทุบลงกลางวงสนทนา
แม่เฒ่าหลี่อ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลูกตาแทบหลุดออกมาจากเบ้า นางกรีดร้องเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
"แยกบ้าน?! แกกล้าดียังไงมาขอแยกบ้านกับฉัน! นังเด็กนี่ แกมันอัปยศสิ้นดี! กินข้าวบ้านฉัน ใช้แรงงานบ้านฉัน อยู่ใต้ชายคาบ้านฉัน แล้วคิดจะบินหนيไปเสวยสุขคนเดียวอย่างนั้นเรอะ ฝันไปเถอะ! ฉันไม่มีวันยอมเซ็นเด็ดขาด!"
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขารีบหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน กวาดสายตาดูข้อความในสัญญาด้วยความทึ่ง ปนประหลาดใจที่หญิงสาวชาวนาอย่างหลินฟางจะรู้เรื่องข้อกฎหมายบ้านเมืองยุคใหม่ได้อย่างละเอียดลออขนาดนี้
"เอ่อ... แม่หลินฟาง เจ้าแน่ใจแล้วหรือ การแยกบ้านในยามที่สามีของเจ้าอย่างเฉินหลงไม่อยู่ ไปปฏิบัติราชการลับที่ชายแดน มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะ เจ้าจะเอาอะไรกิน จะเอาที่ดินตรงไหนทำกิน ลำพังตัวคนเดียวกับเสบียงก้นครัวนิดหน่อย จะรอดพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้ยังไง" ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเอ่ยถามด้วยความหวังดีตามประสาผู้ใหญ่ที่มองการณ์ไกล
หลินฟางยิ้มรับด้วยแววตาที่ฉายประกายความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม นางหันไปสบตากับแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ
"กราบเรียนท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าได้คิดทบทวนอย่างรอบคอบแล้วเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่ข้าแต่งเข้ามาในตระกูลเฉิน ข้าทำหน้าที่สะใภ้และลูกด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด แต่สิ่งที่ครอบครัวเราได้รับกลับเป็นการถูกเอารัดเอาเปรียบ ซ้ำร้ายในยามที่สามีของข้าส่งเงินเดือนทหารกลับมาเพื่อจุนเจือครอบครัว เงินเหล่านั้นกลับถูกยักยอกไปใช้จ่ายส่วนตัวโดยที่ข้ากับสามีไม่เคยได้ลิ้มรสแม้แต่เศษเสี้ยว"
"เหลวไหล! แกพูดจาใส่ร้ายป้ายสีฉัน! หลักฐานอยู่ที่ไหน อีนังตัวดี!" แม่เฒ่าหลี่แผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความผิด ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงก่ำด้วยความร้อนตัว
"หลักฐานน่ะมีหรือไม่มี ท่านผู้ใหญ่บ้านย่อมรู้ดีว่าเงินเดือนทหารระดับพันจ่าเอกนั้นได้เท่าไหร่ และตลอดสองปีที่ผ่านมา ครอบครัวตระกูลเฉินมีรายรับรายจ่ายอย่างไรบ้าง" หลินฟางตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่ข้าไม่อยากสาวความยืดให้เสียเวลาเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ต้องการเงินทองสมบัติอะไรของตระกูลเฉินเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ข้าต้องการมีเพียงแค่ 'อิสรภาพ' และ 'บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน' ที่ผุพังไม่มีใครเหลียวแลเท่านั้น"
ผู้ใหญ่บ้านจ้าวขมวดคิ้วอีกครั้ง "บ้านท้ายหมู่บ้านหลังนั้นมันรกร้างและทรุดโทรมมากนะหลินฟาง เจ้าแน่ใจหรือว่าจะไปอยู่ตรงนั้น?"
"แน่ใจเจ้าค่ะ! ข้าขอเพียงแค่ที่ดินแปลงเล็กๆ รอบบ้านหลังนั้น และขอสิทธิ์ในการทำมาหากินเลี้ยงชีพด้วยสองมือของตัวเอง โดยแลกกับการที่ข้าจะไม่เรียกร้องทรัพย์สินใดๆ ของตระกูลเฉินอีกตลอดชีวิต... และที่สำคัญที่สุด"
หลินฟางเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบไปจ้องมองแม่เฒ่าหลี่ที่เริ่มมีอาการลุกลน นางหยิบถุงผ้าใบน้อยออกมาวางกระแทกบนโต๊ะ เสียงวัตถุกระทบไม้ดังทึบๆ
"ถ้าแม่ยอมเซ็นสัญญาแยกบ้านฉบับนี้แต่โดยดี ข้าจะมอบ **'สูตรลับการทำหมูกรอบคั่วพริกเกลือ'** และแบ่งกำไรจากการขายอาหารในตลาดมืดให้แม่ทุกเดือน เดือนละ 10 หยวน เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม!"
คำว่า "10 หยวนต่อเดือน" และ "หมูกรอบคั่วพริกเกลือ" ทำเอาแม่เฒ่าหลี่ที่กำลังจะอ้าปากด่า ถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปคว้าถุงผ้าทันที ดวงตาฝ้าฟางเป็นประกายวาววับด้วยความโลภ เงิน 10 หยวนในยุค 70 นี้ มากพอที่จะซื้อแป้งสาลีและน้ำมันหมูได้เป็นเดือนๆ เชียวนะ!
แม่เฒ่าหลี่ลังเล สมองอันเห็นแก่ตัวกำลังคำนวณความคุ้มค่า ระหว่างการเก็บนังสะใภ้ปากร้ายไว้ให้รกหูรกตาแถมไม่ได้อะไรเลย กับการปล่อยมันไปแถมได้เงินใช้วิเศษทุกเดือนโดยไม่ต้องออกแรง
"แก... แกสัญญาแน่รึว่าจะให้ฉันเดือนละ 10 หยวนจริงๆ?" แม่เฒ่าหลี่เอ่ยถามเสียงสั่น ความโกรธถูกความโลภเข้าครอบงำจนแทบมิด
"คำพูดของลูกผู้ชาย... อ๊ะ คำพูดของสะใภ้ตระกูลหลินคนนี้ หนักแน่นยิ่งกว่าทองคำเจ้าค่ะ ท่านผู้ใหญ่บ้านจะเป็นพยานให้เราทั้งคู่เอง" หลินฟางหันไปพยักหน้าให้ผู้ใหญ่บ้านจ้าว ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็พยักหน้ารับอย่างจำยอม เพราะเห็นว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะยุติสงครามประสาทในบ้านหลังนี้
แม่เฒ่าหลี่กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจลึกๆ แต่มือเหี่ยวย่นสั่นเทากลับเอื้อมไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาถูกที่หลินฟางเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว นางจรดปลายปากกาลงบนกระดาษสัญญาแยกบ้านด้วยความลังเลชั่วครู่ ก่อนจะกดน้ำหนักลงไปจนเส้นหมึกขาดออกจากกันด้วยความแค้นเคือง แต่ทว่า... ลายเซ็นอันยุ่งเหยิงก็ได้ปรากฏหราอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
หลินฟางแย่งกระดาษสัญญามาถือไว้ในมือ กวาดสายตาตรวจดูความถูกต้องอย่างรวดเร็ว มุมปากอิ่มยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่งดงามและเฉียบ
ทว่า ในวินาทีที่หลินฟางกำลังจะม้วนเก็บสัญญาฉบับนั้นเข้าอกเสื้อ จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่ทรงพลังและเยือกเย็นจนทุกคนในห้องสะقفชะงัก
"เปิดประตู... ฉันได้ยินมาว่าภรรยาของฉันกำลังจะถูกไล่ออกจากบ้านอย่างนั้นเรอะ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยไอสังหารของบุรุษผู้เพิ่งก้าวเท้ากลับมาจากชายแดนดังขึ้นสะท้านก้อง และร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปื้อนฝุ่นควันก็ก้าวผ่าประตูเข้ามาหยัดยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าพวกเขาทั้งหมดแล้วในตอนนี้!
---
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 4
ประกาศแยกบ้าน
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!