ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากเตาถ่านดินเผา กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อวัวติดเอ็นที่เปื่อยนุ่มละลายในปาก ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าร้านอาหารเล็กๆ ของหลินฟางในยุค 70 แห่งนี้
เสียงตะหลิวเคาะกระทะเหล็กดัง "เคร้ง... เคร้ง..." เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางบรรยากาศยามเที่ยงที่ลูกค้าเริ่มแน่นขนัดจนล้นทะลักออกมารอคิวข้างนอก หลินฟางในผ้ากันเปื้อนสีสะอาด เหงื่อกาฬซึมตามไรผม แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความสุขและความมั่นใจ มือเรียวสวยตักน้ำซุปเข้มข้นราดลงบนเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่ม โรยหน้าด้วยผักชีสดกรอบและกระเทียมเจียวหอมกรุ่น ส่งให้ลูกค้าโต๊ะถัดไปอย่างคล่องแคล่ว
"บะหมี่เนื้อตุ๋นยาจีนพิเศษของที่ร้านมาแล้วครับ ระวังร้อนด้วยนะครับท่าน" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มที่เป็นกันเอง
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านอาหารของเธอไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ฝากท้องของชาวบ้านธรรมดาอีกต่อไป แต่ชื่อเสียงเรื่องรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และความสะอาดสะอ้านได้ขยายวงกว้างออกไปไกล แม้แต่คนจากอำเภอใกล้เคียงยังดั้นด้นเดินทางมาลิ้มลอง โดยเฉพาะ "เมนูพิเศษตามวัตถุดิบในมิติฟาร์ม" ที่เธอแอบนำเอาสมุนไพรหายากและเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมมาประยุกต์ใช้ ยิ่งทำให้รสชาติอาหารของเธอกลายเป็นที่เลื่องลือ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มคันใหญ่ก็แล่นมาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าร้าน เสียงเบรกเอี๊ยดอาร์ดดึงดูดสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นให้หันไปมองเป็นตาเดียว
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก พันจ่าอากาศเอกเฉินหลง สามีหนุ่มรูปงามผู้เคร่งขรึม ก้าวลงมาด้วยท่าทางองอาจ เขากวาดสายตาคมกริบสำรวจความเรียบร้อยรอบร้าน ก่อนจะรีบเดินอ้อมไปเปิดประตูรถอีกฝั่งอย่างสุภาพ พร้อมกับใช้มือหนาบังขอบประตูเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลสำคัญที่นั่งอยู่ด้านหลังศีรษะกระแทก
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายเรียบร้อยแต่ตัดเย็บอย่างประณีตก้าวลงมาจากรถ บุรุษผู้นี้มีบุคลิกสง่างามน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบลึกล้ำราวกับผ่านโลกมามาก แม้จะมีอายุราวๆ ห้าสิบปีแล้ว แต่รัศมีแห่งอำนาจและความเยือกเย็นยังคงแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างไม่กล้าสบตาโดยตรง
เฉินหลงส่งสัญญาณมือให้ทหารติดตามยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอกอย่างสงบ ก่อนจะผายมือเชิญแขกคนสำคัญเดินตรงเข้ามาภายในร้านที่ตอนนี้เงียบเสียงลงถนัดตา
"สวัสดีครับคุณหลิน ทางเราไม่ได้รบกวนเวลาค้าขายของคุณใช่ไหมครับ?" เสียงทุ้มนุ่มทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แต่แววตากลับเจือประกายความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
หลินฟางชะงักมือที่กำลังถือทัพพีตักน้ำซุป เธอหันไปมองผู้มาเยือน สมองพลاتประมวลผลอย่างรวดเร็วจากเครื่องแบบยศที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม และท่าทีของสามีที่ดูระมัดระวังเป็นพิเศษ บุคคลผู้นี้ไม่ใช่แค่คนธรรมดาแน่นอน แต่เป็นระดับนายพลหรือข้าราชการระดับสูงจากมณฑลที่สามีของเธอเคยกล่าวถึงในยามค่ำคืนอย่างแน่นอน
"ยินดีต้อนรับครับท่าน เชิญด้านในก่อนครับ พอดีโต๊ะมุมด้านในสุดค่อนข้างเป็นส่วนตัว เชิญครับ" หลินฟางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงรักษาท่าทีสงบ มั่นใจ และมีมารยาทตามวิถีเชฟมืออาชีพ
แขกผู้ทรงอิทธิพลพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ แววตาของเขามีความชื่นชมฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อกวาดตามองความสะอาดสะอ้านภายในร้าน และกลิ่นหอมของอาหารที่เตะจมูกทันทีที่ก้าวเข้ามา "กลิ่นหอมนี่ช่างเป็นเอกลักษณ์เสียจริง สมกับที่สหายเฉินหลงคอยโม้ให้ฟังไม่เว้นแต่ละวันว่าภรรยาของเขามีฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ"
เฉินหลงที่เดินตามมาข้างๆ เผลอขยับตัวบังภรรยาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณความหวง แม้ว่าบุคคลตรงหน้าจะเป็นผู้บังคับบัญชาขั้นสูงที่ตนเคารพรักก็ตาม แต่เมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องภรรยา เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงอาการหวงออกทางสีหน้าเล็กน้อย
หลินฟางอมยิ้มบางๆ กับท่าทางของสามี เธอวางทัพพีลงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน "ถ้าเช่นนั้น ให้เกียรติลองชิมฝีมือดิฉันสักมื้อนะครับ วันนี้ดิฉันมี 'ไก่ตุ๋นโสมป่าสูตรโบราณ' ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืน และ 'เต้าหู้ผัดซอสพริกเสฉวนสูตรพิเศษ' ที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่จากแปลงปลูกเอง หวังว่าจะถูกปากท่านนะครับ"
ชื่อเมนูและการบรรยายสรรพคุณอย่างมั่นใจทำให้แขกผู้ทรงอิทธิพลหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างชอบใจ "ดี! ฮ่าๆๆ พ่อหนุ่มเฉิน นายโชคดีจริงๆ ที่ได้ภรรยาที่มีทั้งความงามและฝีมือเช่นนี้ ถ้าอาหารรสชาติถูกใจฉันอย่างที่คุย วันนี้ฉันอาจจะมี 'ข้อเสนอพิเศษ' บางอย่างมามอบให้ร้านเล็กๆ ของเธอด้วยนะ"
คำว่า "ข้อเสนอพิเศษ" ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเมื่อเสียงพูดคุยของลูกค้ารายอื่นดังขึ้นกลบความเงียบ หลินฟางสบตากับสามีแวบหนึ่ง ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าการมาเยือนครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในการขยายกิจการของเธอในยุค 70 นี้
กลิ่นหอมกรุ่นของไก่ตุ๋นโสมป่าที่เพิ่งถูกยกออกจากเตาเริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วร้าน ทว่า ก่อนที่หลินฟางจะได้หันไปจัดการจัดเตรียมสำรับอาหารให้แขกคนสำคัญ เสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นเคยที่เธอไม่อยากพบหน้ามากที่สุด... แม่เฒ่าหลี่ แม่สามีจอมแสบที่ถือตะกร้าเปล่าเดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึงและแววตากลโลภ!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ฟาร์มเมอร์สุขใจ" มาโดยตลอดนะครับ!
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 35
มิตรภาพใหม่
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!