"ฉันไม่สนหว่าแกจะได้สามีส่งเงินมาให้เท่าไหร่ หรือแอบไปซุกซ่อนแป้งสาลีชั้นดีไว้ที่ไหนในครัว แต่ของพวกนี้... มันต้องแบ่งให้พี่ชายกับหลานๆ ของแกได้กินด้วย! อย่าลืมนะว่าตระกูลหลี่เลี้ยงแกมาจนโต!"
เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือน หลินฟางไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำมันบนเตาถ่านอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของพริกไทยเสฉวนและน้ำมันหมูเคี่ยวสดใหม่ยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาของป้าสะใภ้ใหญ่—หลี่ว์ซื่อ ที่บุกเข้ามาถึงห้องครัวหลังบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ
หลินฟางวางผ้าในมือลง ช้าๆ และสง่างาม เธอหันกลับไปมองญาติผู้พี่ของอดีตสามีด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เคลือบไว้ด้วยความเย็นชา
"ป้าใหญ่ครับ พูดจาให้มีสติหน่อยนะครับ ตระกูลหลี่ไหนที่เลี้ยงผมมา? ตั้งแต่ผมแต่งเข้าบ้านเฉิน ผมตัดขาดจากตระกูลหลี่ไปตั้งแต่วันที่พวกท่านเอาสัญญาขายตัวปลอมมาขูดรีดเงินสินสอดของผมแล้วนี่ครับ หรือว่าความจำของป้าจะเสื่อมถอยไปตามอายุซะแล้ว?"
คำพูดที่นิ่มนวลแต่เชือดเฉือนถึงกระดูกดำ ทำให้หลี่ว์ซื่อหน้าดำคร่ำเครียด นางถลึงตาใส่สะใภ้รองที่เคยอ่อนแอและก้มหน้าให้รังแกเสมอมา แต่วันนี้ หลินฟางในชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล แถมในครัวยังมีกลิ่นเนื้อตุ๋นโชยออกมาเตะจมูกจนคนท้องร้อง ยิ่งเห็นความอยู่ดีกินดีนี้ หลisซื่อก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก
บ้านหลังนี้ควรจะยากจนข้นแค้นจนต้องมาขอข้าวบ้านนางกินสิ! ทำไมอดีตเด็กสาวที่นางเคยจิกหัวใช้ถึงกลายเป็นคุณหนูผู้มั่งคั่งไปได้เล่า?
"นังเด็กเนรคุณ! แกกล้าต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่เรอะ!" หลี่ว์ซื่อพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าไหเกลือบนชั้นวางเพื่อระบายความโกรธ
ทว่า—
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างนั้นพิการไปตลอดชีวิต ก็ลองขยับดูสิครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นที่ประตูห้องครัว พันจ่าอากาศเอกเฉินหลงก้าวเข้ามาในบ้านด้วยชุดเครื่องแบบทหารที่รีดเรียบกริบ ร่างสูงใหญ่ในแบบฉบับชายชาติทหารแผ่รังสีความกดดันออกมาจนหลี่ว์ซื่อชะงักกึก มือที่เอื้อมไปหมายจะคว้าไหเกลือแข็งค้างอยู่กลางอากาศ นางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ราวกับพยัคฆ์ซ่อนเล็บของนายทหารหนุ่มผู้นี้
เฉินหลงก้าวเข้ามาหยัดยืนเคียงข้างภรรยา เขาเอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของหลินฟางไว้หลวมๆ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของและปกป้องอย่างชัดเจน กลิ่นอายบุรุษปะปนกับกลิ่นไอดินและควันไฟจางๆ ทำให้หลินฟางรู้สึกอุ่นวาบขึ้นในอกอย่างประหลาด
"ผู้กองเฉิน... ฉะ ฉันแค่มารับฝากของ..." หลี่ว์ซื่อเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว นางฝืนยิ้มแห้งแล้ง หันมาใช้ไม้อ่อนออดอ่วยเพื่อเอาตัวรอด "เห็นว่าที่บ้านน้องสาวทำอาหารอร่อย หลานๆ อยากกินด้วย ก็เลย..."
"บ้านผมไม่มีของเหลือแบ่งให้ใครกินหรอกครับ" เฉินหลงตัดบทอย่างไร้เยื่อใย "เงินเดือนของผม และหยาดเหงื่อของภรรยาผม หามาด้วยความสุจริต หากญาติผู้ใหญ่ท่านใดอยากกินอาหารดีๆ แนะนำให้กลับไปทำกินเองที่บ้าน ไม่ใช่มาเที่ยวแบมือขอของคนอื่นหน้าด้านๆ แบบนี้"
คำว่า "หน้าด้าน" กระแทกหน้าหลี่ว์ซื่อจนชาดิก นางหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและอับอาย แต่ไม่กล้าต่อกรกับนายทหารหนุ่มผู้มีอำนาจเด็ดขาดในมือ นางจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความเคียดแค้น
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! คิดว่ามีผัวเป็นทหารแล้วจะเบ่งได้ค้ำฟ้าเรอะ นังนี่มันก็แค่ตัวซวยกาลกิณี!" หลี่ว์ซื่อพึมพำด่าทอก่อนจะสาวเท้าเดินกระแทกกระทั้นออกจากบ้านไปอย่างหัวเสีย
เมื่อร่างของหลี่ว์ซื่อลับสายตาไป หลินฟางก็ถอนหายใจเบาๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีแล้วหลุดหัวเราะออกมา
"คุณนี่นะ มาถึงก็จัดการซะเรียบเลย กลัวผมเสียเปรียบหรือไงครับ?" หลินฟางเอ่ยเย้า พลางใช้มือเรียวปัดเศษฝุ่นบนบ่าเสื้อเครื่องแบบให้เขา
เฉินหลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กลิ่นหอมสะอาดจากตัวภรรยาทำให้ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้น เขายกมือขึ้นลูบศีรษะทุยเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"ผมไม่อนุญาตให้ใครมารังแกภรรยาของผมทั้งนั้น... ว่าแต่ กลิ่นหอมนี่คืออะไรครับ? หิวจนท้องร้องแล้วนะเนี่ย"
หลินฟางยิ้มกริ่ม นางหันไปเปิดฝาหม้อดินเผาที่เคี่ยวอยู่บนเตาถ่านเผยให้เห็น "หมูตุ๋นน้ำแดงซอสสูตรลับ" ที่เนื้อหมูสามชั้นถูกเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก สีน้ำตาลแดงเคลือบมันวาวส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวและลอยออกไปนอกหน้าต่าง ชนิดที่ว่าเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงต้องสูดปากกลืนน้ำลายตามกันเป็นแถบ
"วันนี้เราจะกินหมูตุ๋นน้ำแดงกับข้าวสวยร้อนๆ และผัดผักกวางตุ้งจากแปลงผักในมิติของคุณครับ" หลินฟางตักอาหารใส่ชามกระเบื้องอย่างประณีต
บรรยากาศความอบอุ่นภายในครัวหลังน้อยกำลังโอบกอดคนทั้งสองไว้ ทว่าความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก...
เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ดูเหมือนจะไม่ได้รับเชิญ และเสียงตะโกนแหลมสูงที่คุ้นเคยของแม่เฒ่าหลี่ แม่สามีจอมเจ้าเล่ห์ที่หายหน้าไปนานกำลังแผดเสียงลั่นซอย
"หลินฟาง! นังลูกอกตัญญู! แกกล้าดี 100 ครั้ง ถึงขนาดกล้าไล่ญาติผู้พี่ของตระกูลหลี่กลับไปมือเปล่า แถมยังคิดจะกินอยู่คนเดียวอย่างสุขสบายเรอะ! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เฉินหลงขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างหนาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกไปจัดการ หลินฟางกลับคว้าแขนสามีไว้ นางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก—รอยยิ้มของเชฟมือฉมังผู้เตรียมวางหมากต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ใจเย็นก่อนครับคุณสามี..." หลินฟางกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา "ในเมื่อพวกเขากล้ามาหาเรื่องถึงที่... เราก็มาจัด 'ชุดใหญ่ไฟกระพริบ' ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้กันหน่อยดีกว่า"
นางหันไปหยิบถาดไม้ที่เรียงรายด้วยจานอาหารรสเลิศ กลิ่นหอมยวนใจพวยพุ่งทะลุประตูบ้านออกไปปะทะจมูกของฝูงชนที่ยืนออกันอยู่หน้าบ้านพอดี
...และในวินาทีที่ประตูกรูกำลังถูกผลักกระแทกจนเปิดผาง แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบใบหน้าบิดเบี้ยวของแม่เฒ่าหลี่ที่ถือไม้เท้าพายุมุ่งตรงเข้ามา หมายจะพังครัวของนางให้ราบคาบ
"ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยความตื่นเต้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ"
คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70•ตอนที่ 8
รอยร้าวในใจตระกูลหลี่
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายฟาร์ม: ขอหย่ามาเปิดร้านอาหารในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!