เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานก้องในความเงียบงัน มันไม่ใช่เสียงของประตูที่ถูกเปิดออกด้วยความตั้งใจ แต่มันคือเสียงของกลไกที่ถูกปลดล็อกโดยคนที่มีอำนาจเหนือกว่า รวินันท์กลั้นหายใจจนปวดขมับ ดวงตาของเธอเบิกโพลงจ้องเขม็งไปยังลูกบิดที่ค่อยๆ หมุนวนตามเข็มนาฬิกา ในวินาทีที่บานประตูแง้มออกจนเห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ทอดทับพื้นห้อง ความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมายกลับพุ่งทะยานขึ้นมาดั่งเปลวไฟที่โหมกระพือ
กลิ่นควันจางๆ ในอากาศ... ใช่ มันคือกลิ่นนั้น กลิ่นของยางไหม้และกระดาษเก่าที่ถูกเผาทำลายในคืนที่บ้านของเธอเปลี่ยนเป็นนรกบนดินเมื่อยี่สิบปีก่อน
"คุณดูเหมือนคนเพิ่งเห็นผีนะ วิว"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแทรกผ่านความสับสน กวินท์ก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟจากโถงทางเดินด้านนอกอาบไล้ใบหน้าคมสันของเขาให้ดูมีมิติราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ความปรานี เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ แต่มวลความกดอากาศรอบตัวเขากลับทำให้รวินันท์รู้สึกหายใจไม่ออก
"คุณไม่มีมารยาทเลยนะคุณกวินท์" รวินันท์เค้นเสียงตอบ มือของเธอที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริก เธอพยายามยืดตัวตรง รวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นทนายความผู้ไร้หัวใจอีกครั้ง "ที่นี่ไม่ใช่ห้องทำงานของคุณ และผมก็ไม่ได้เชิญคุณเข้ามา"
กวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาเดินตรงไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ แววตาของเขาไม่ได้สอดส่องหาเอกสารคดี แต่มันกำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะอ่านรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในความกลัว
"ผมเห็นคุณมองประตูด้วยสายตาเหมือนคนรอรับคำพิพากษาประหารชีวิต" กวินท์กล่าวพลางใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า "คุณกลัวอะไรหรือรวินันท์ กลัวสิ่งที่ผมจะเห็น หรือกลัวสิ่งที่อยู่ในหัวคุณกันแน่?"
"ฉันไม่ชอบคนเล่นตลกกับความรู้สึกคนอื่น" เธอสวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้น "โดยเฉพาะเรื่องอดีตที่มันไม่ควรถูกขุดคุ้ยมาเป็นเครื่องมือต่อรอง"
กวินท์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้รวินันท์ได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่ดูสะอาด แต่ในยามนี้กลับรู้สึกเหมือนโซ่ตรวนที่กำลังพันธนาการเธอไว้ "อดีตก็เหมือนไฟครับวิว ถ้าเราไม่กล้าเข้าใกล้เพื่อดับมัน มันก็จะเผาไหม้ทุกอย่างที่เหลืออยู่ในชีวิตคุณไปจนหมด... รวมถึงตัวคุณด้วย"
รวินันท์ชะงัก คำพูดของเขาแทงใจดำอย่างจัง ภาพในความฝันเมื่อครู่ย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง—ภาพเปลวไฟสีส้มที่โอบล้อมพ่อและแม่ไว้ในห้องโถง เธอจำได้ดีถึงเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปกับเสียงเพลิงไหม้ และเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินผ่านหน้าบ้านไปในคืนนั้น... เสียงฝีเท้าที่คล้ายกับเสียงของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณรู้เรื่องคืนนั้นใช่ไหม" รวินันท์ถาม เสียงของเธอเบาหวิวแต่แฝงไปด้วยความเคียดแค้น
กวินท์นิ่งไปครู่หนึ่ง เงาพาดผ่านใบหน้าของเขาจนมองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ความเป็นมืออาชีพที่เขาสั่งสมมาทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอย่างดีเยี่ยม "คดีเพลิงไหม้ที่ย่านเก่าเมื่อยี่สิบปีก่อน ถูกปิดคดีว่าเป็นอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร" เขาตอบพลางหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ติดมือมาวางลงบนโต๊ะ "แต่ทนายความชั้นดีอย่างคุณก็น่าจะรู้... ในเมืองนี้ ไม่มีคำว่าอุบัติเหตุหรอกครับ มีแต่ผลประโยชน์ที่ถูกจัดการให้ดูสะอาดตา"
เขาเลื่อนซองเอกสารมาตรงหน้าเธอ รวินันท์มองมันด้วยความรู้สึกผสมปนเประหว่างอยากรู้และอยากจะขว้างทิ้ง
"เปิดดูสิครับ" กวินท์สั่งเสียงเรียบ "แล้วคุณจะรู้ว่า เงาที่คุณกลัวนักหนาเนี่ย... จริงๆ แล้วมันคือใคร"
รวินันท์เอื้อมมือไปสัมผัสซองเอกสารนั้น หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจกระชากเปิดซองออก ทันทีที่ภาพถ่ายใบแรกและบันทึกข้อความเก่าๆ ปรากฏแก่สายตา มือของเธอก็สั่นจนแทบจะถือไม่อยู่
มันไม่ใช่บันทึกอุบัติเหตุ แต่มันคือผังรายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่โฉนดที่ดินของบ้านเธอไปตกอยู่ในมือ หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นเพียงสามวัน... และชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารลำดับแรก คือชื่อที่เธอรู้จักดีที่สุดในฐานะคนในครอบครัว
รวินันท์เงยหน้าขึ้นมองกวินท์ด้วยแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยคำถาม แต่กวินท์เพียงแค่ยิ้ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้หมายความว่าอ่อนโยน แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ชนะที่เตรียมหมากตานี้ไว้ล่วงหน้า
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่ไม่มีใครกล้าบอกคุณครับรวินันท์" กวินท์กล่าว "ทีนี้... คุณยังคิดว่าผมเป็นคนน่ากลัวอยู่หรือเปล่า ในเมื่อคนที่คุณต้องระวังตัวด้วยจริงๆ ไม่ใช่ผม"
รวินันท์มองเอกสารในมือสลับกับใบหน้าของชายตรงหน้า ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดพุ่งพล่านในอก เธอพบความลับที่อาจจะทำลายชีวิตเธอลงได้ในพริบตา แต่ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของกวินท์ก็ดังขึ้น เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ก่อนจะขมวดคิ้วแน่นและหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"เกิดเรื่องแล้ว" กวินท์พูดเสียงต่ำ "คนที่คุณพยายามปกป้องมาตลอดสัปดาห์... เพิ่งถูกพบเป็นศพในอาคารร้างย่านธุรกิจเมื่อห้านาทีที่แล้ว"
รวินันท์เบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ ทุกอย่างที่เธอพยายามแก้ไขพังทลายลงในวินาทีเดียว
หวังว่าเนื้อหานี้จะถูกใจและทำให้ท่านผู้อ่านติดตามตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะครับ
คนมองเมือง
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 17
เงาอดีตตามหลอน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!