เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะในยามวิกาลที่เลยเที่ยงคืนมาไกล ไม่ใช่สิ่งที่คนซึ่งกำลังจมดิ่งอยู่กับซากปรักหักพังทางความรู้สึกจะคาดคิดว่าจะได้ยิน รวินันท์นั่งนิ่งอยู่บนพรมขนสัตว์เทียมหน้าโซฟา เอกสารทางกฎหมายนับร้อยหน้าที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการตรวจสอบ เรียบเรียง และคัดกรอง ถูกกวาดกระจัดกระจายราวกับใบไม้แห้งเกลื่อนพื้น ภาพของอีเมลฉบับล่าสุดจากสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงสว่างวาบอยู่บนหน้าจอแล็ปท็อป ข้อความแจ้งคำสั่ง "ไม่ฟ้อง" ในคดีฉ้อโกงประชาชนของกลุ่มทุนพลังงานยักษ์ใหญ่ คือหมัดฮุกที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่ของเธออย่างจัง ทุกสิ่งที่เธอพยายามปกป้อง ทุกหยาดเหงื่อและอุดมการณ์ที่เธอยึดมั่นพังทลายลงในวินาทีเดียว ความหนาวเหน็บที่ไร้ที่มาแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจจนปลายนิ้วชาดิก
ไม่มีเสียงร้องไห้ฟูมฟายสำหรับทนายความสาวผู้เยือกเย็น มีเพียงความว่างเปล่าที่กัดกินภายใน
ทว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้หนักแน่นและช้ากว่าเดิม ราวกับผู้เคาะล่วงรู้ดีว่าเธอยังตื่นอยู่และกำลังเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้โดยลำพัง
รวินันท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระจัดกระจายกลับคืนมา เธอใช้มือปגปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยขึ้นทัดหู ขยับกายลุกขึ้นด้วยท่าทีที่พยายามรักษาความมั่น
เมื่อแง้มบานประตูออก กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นเนยจากครัวซองต์อบร้อนก็ลอยปะทะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอกลับไม่ใช่ถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือของชายหนุ่ม หากแต่เป็นดวงตาคมกริบที่มักฉายแววเย้ยหยันโลกใบนี้อยู่เสมอ แต่ในยามวิกาลเช่นนี้ มันกลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา
กวินท์ยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกโดยไม่มีสูทสวมทับ เขากวาดสายตาผ่านร่างระหงที่ขอบตาแดงก่ำเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเท้าล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอโดยไม่รอคำอนุญาต
"ผมคิดว่าคุณคงยังไม่ได้นอน... และเดาว่าคุณน่าจะกำลังต้องการคาเฟอีนเพื่อล้างรสชาติของความพ่ายแพ้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขาวางถุงอาหารเช้าลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีที่ล้มเหลวของเธอ
รวินันท์ปิดประตูลงโดยไม่ส่งเสียง เธอยืนกอดอก มองแผ่นหลังกว้างที่กำลังจัดการแกะกล่องกระดาษด้วยความคุ้นเคยราวกับที่นี่คือห้องของเขาเอง ความรู้สึกอึดอัดระคนน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาในอก ผู้ชายคนนี้คือคู่แข่งทางธุรกิจ เป็นคนที่เธอควรจะผลักไสออกไปให้พ้นทาง แต่วินาทีนี้ กลับเป็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ ในยามที่เธอดิ่งลงเหยือกที่ลึกที่สุด
"คุณรู้เรื่องนั้นได้ยังไง" น้ำเสียงของรวินันท์แหบพร่าเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งกระด้างที่เธอพยายามสร้างเป็นเกราะกำบัง
กวินท์หันกลับมา มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟยันทรงสูง เขายื่นมันมาตรงหน้าเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการจะทะลวงผ่านกำแพงป้องกันทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้น
"ข่าวในแวดวงกฎหมายวิ่งเร็วกว่าที่คุณคิด รวินันท์..." เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เข้าใจเกมดีกว่าใคร "คุณคิดจริงๆ หรือว่าเอกสารชุดนั้นที่คุณอุตส่าห์ดั้นด้นหามา มันคือ 'หลักฐานทั้งหมด' ที่มีอยู่บนโลกใบนี้?"
คำพูดนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด รวินันท์ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบCรดกัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของซีอีโอหนุ่ม ค้นหาเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประโยคกำกวมนั้น
"คุณหมายความว่ายังไง" เธอถามเสียงเข้ม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "คุณรู้อะไรมา... หรือว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับคำสั่งไม่ฟ้องนั้น"
กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อระบบยุติธรรมที่เธอศรัทธา เขาวางแก้วกาแฟลงบนกองเอกสารคดีอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอได้กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นกาแฟยามเช้า
"ผมเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่นักบุญ คุณวิว... และไอ้คนที่จ่ายเงินปิดปากอัยการคนนั้น ไม่ใช่บริษัทของผมอย่างแน่นอน" กวินท์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความหมายที่แท้จริงซึมซับเข้าสู่สมองอันเฉียบ
คมของทนายสาว "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือตัวจริงที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความพ่ายแพ้ของคุณในคืนนี้..."
เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลทึบที่ซ่อนอยู่ใต้ถุงกระดาษอาหารเช้าออกมาให้เธอ ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนผิวซองเบาๆ สองครั้ง
"...คุณต้องเลิกเอาเวลามานั่งเสียใจกับเศษกระดาษพวกนี้ แล้วเปิดมันดูด้วยตัวเอง"
รวินันท์มองซองเอกสารในมือของเขา สลับกับใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงประกายความท้าทายของชายหนุ่ม หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความหวังอันริบหรี่ที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
เธอยื่นมือออกไปหมายจะคว้ามัน แต่กวินท์กลับดึงซองนั้นหลบไปเพียงเล็กน้อย ทำให้ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านกระดาษเนื้อหยาบนั้นไปอย่างน่าหงุดหงิด
"มีข้อแม้..." กวินท์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มจนขนลุกชัน "ถ้าคุณเปิดซองนี้... คุณจะต้องยอมรับข้อเสนอของผมในการร่วมมือทำลายล้างพวกมันให้ราบคาบ... โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น"
รวินันท์นิ่งงัน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่โหมกระหน่ำในใจ ระหว่างการรักษาศักดิ์ศรีของทนายความผู้โดดเดี่ยว กับการยอมก้าวขึ้นเตียงสีเทาเดียวกับปีศาจผู้ทรงอิทธิพลเพื่อแลกกับความยุติธรรมที่เธอโหยหา
เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ไม่มีวันอ่านออกของเขา ก่อนจะตัดสินใจพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต
กวินท์ยอมปล่อยซองเอกสารลงบนฝ่ามือของเธอ รวินันท์รีบฉีกปากซองออกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภาพถ่ายใบล่าสุดและสำเนาบัญชีลับที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นทำให้ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ความหนาวเหน็บที่เคยเกาะกุมขั้วหัวใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว
ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของเอกสารลับฉบับนั้น... คือบุคคลที่เธอเคารพรักและไว้วางใจที่สุดในชีวิต
"ยินดีต้อนรับสู่โลกของความเป็นจริงครับ... คุณทนาย" กวินท์กระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากซาตานที่ยืนมองความพังทลายครั้งใหม่ของเธอจากเบื้องบน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับเกมแห่งอำนาจและหัวใจครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 18
กาแฟยามเช้าและคำถาม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!