เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 16

รรินตัวจริง

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงเคาะกระจกโต๊ะทำงานเบาๆ สามครั้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั้นสี่สิบ สำนักงานกฎหมายของรวินันท์ในยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าฝั่งตรงข้ามสาดส่องผ่านกระจกใส เคลือบเงาร่างสูงโปร่งของกวินท์ให้ดูคล้ายภาพถ่ายขาวดำในนิตยสารธุรกิจเล่มดัง ทว่าแววตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับเต็มไปด้วยความระ2อุที่ถูกควบคุมไว้อย่างแนบเนียน "คุณกำลังเล่นกับไฟ, คุณวิว" กวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะชายตามองแฟ้มเอกสารตรงหน้า นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วง "และผมเกรงว่าไฟกองนี้จะไม่ได้ลวกแค่ปลายนิ้วคุณ แต่มันอาจจะแผดเผาทุกอย่างที่คุณพยายามสร้างมันขึ้นมาตลอดหลายปี" รวินันท์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารคดีค้างคา เธอยังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือถูกวางลงอย่างประณีต รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เป็นความเย้ยหยันต่อคำเตือนของผู้ชายตรงหน้า "ถ้าฉันกลัวไฟ, ฉันคงไม่เลือกเดินเข้ามาในดงถ่านหินตั้งแต่แรกหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดตรงไปหน่อย" รวินันท์แก้คำพูดในลำคอทันทีเมื่อนึกถึงกฎเหล็กส่วนตัว "นะครับ" เธอมองลึกลงไปในดวงตาของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล "คุณกันต์ต่างหากล่ะคะที่กำลังร้อนรน จนต้องบุกมาถึงห้องทำงานฉันตอนสามทุ่มครึ่งแบบนี้" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น มันคือการปะทะกันของคนสองคนที่ฉลาดเป็นกรด และต่างฝ่ายต่างกุมความลับที่สามารถทำลายล้างอีกฝ่ายได้ในพริบตา กวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความนัยยะ "ร้อนรนเหรอครับ? คุณประเมินความอดทนของผมต่ำเกินไป... หรือไม่ก็ประเมินความสำคัญของเหยื่อรายนั้นสูงเกินจริง" กวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย จนรวินันท์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัวเอาไว้ "คุณกำลังขุดคุ้ยเรื่องของ 'นลิน' ผู้หญิงที่ตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน... คุณคิดว่าคุณกำลังทำเพื่อความยุติธรรม แต่ความจริงคือคุณกำลังเปิดประตูห้องใต้ดินที่ผมอุตส่าห์ลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา" หัวใจของรวินันท์กระตุกวูบทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น 'นลิน'—ชื่อที่ถูกฝังกลบไว้ใต้พรมอันหรูหราของตระกูลใหญ่ ชื่อที่เอกสารชันสูตรพลิกศพในแฟ้มคดีลับระบุไว้เพียงแค่ 'อุบัติเหตุ' ทว่าหลักฐานชิ้นใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อช่วงบ่ายกลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้านหนึ่งอย่างสิ้นเชิง "อุบัติเหตุที่ไม่เคยมีการสอบสวนพยานปากเอก" รวินันท์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่น "และผู้หญิงที่คุณเรียกว่าเหยื่อรายนั้น... แท้จริงแล้วเธอคือคนเดียวกับคนที่ถือหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทของคุณก่อนที่เธอจะตายอย่างเป็นปริศนาใช่ไหมคะ, คุณกวินท์" กวินท์ชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไปในเสี้ยววินาที แววตาที่เคยพราวระยับกลับมืดสนิทลงราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้แสงสว่าง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขากับเธออีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนเสียงเครื่องปรับอากาศยังฟังดูน่ารำคาญ "คุณฉลาดมาก, วิว" กวินท์โน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นฝนยามค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก "ฉลาดจนบางที... ผมอยากจะจับคุณขังไว้ในห้องนี้แล้วเผากุญแจทิ้งซะ จะได้ไม่มีใครได้เห็นความจริงที่คุณกำลังไขว่คว้าอีก" รวินันท์ไม่หลบตา เธอสบตากับเขาตรงๆ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเกลียดชังและอุดมการณ์ที่ขัดแย้ง "ลองดูสิคะ ถ้าคุณกล้าพอ" เธอท้าทาย กระซิบเสียงเบาแต่มั่นคง "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนให้ใครง่ายๆ เหมือนนลิน" ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกจากปาก บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปในพริบตา กวินท์ผงะถอยหลังเล็กน้อย ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความเจ็บปวดที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาตลอด ถูกกระชากออกอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรวินันท์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏชื่อ รวินันท์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเหลือบมองหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกวินท์ที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอตัดสินใจกดรับและเปิด speaker phone ทันที *“คุณรวินันท์ครับ...”* เสียงปลายสายหอบสะท้านและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกดังทะลักออกมา *“ผมส่งพัสดุชิ้นสุดท้ายไปให้คุณแล้ว... สมุดบันทึกของนลินฉบับจริงที่ไม่ใช่สำเนาปลอม... และระวังตัวไว้นะครับ คนที่ฆ่านลิน... กำลังยืนอยู่ข้างหลังคุณตอนนี้!”* สิ้นเสียงนั้น สัญญาณโทรศัพท์ก็ตัดขาดไปพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยไฟไหม้ของอาคารที่ดังสนั่นขึ้นกะทันหัน ไฟฟ้าภายในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำที่กะพริบวับๆ สาดส่องใบหน้าของกวินท์และรวินันท์ให้กลายเป็นภาพหลอน รวินันท์หันขวับไปมองประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าห้อง... และลูกบิดประตูกกำลังค่อยๆ ถูกหมุนเปิดออกอย่างช้าๆ ในความมืด ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของตัวละครสีเทาเหล่านี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%