เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 15

เส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในยามวิกาล ไม่ได้ทำให้กวินท์แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาคูลที่ถอดเนคไทออกอย่างไร้ระเบียบ ขยับตัวบังร่างของรวินันท์ที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานให้อยู่ในมุมอับสายตาอย่างแนบเนียน รวดเร็ว และเยือกเย็นราวกับสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขต รวินันท์สูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่มลอยเข้าจมูก ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในฐานะทนายความมืออาชีพให้ตื่นตัว ดวงตาคู่คมของเธอสบกับดวงตาสนเท่ห์แต่หนักแน่นของกวินท์เพียงเสี้ยววินาที ทั้งคู่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใด ความเงียบและแรงกดดันรอบตัวทำหน้าที่สื่อสารทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ ประตูกระจกฝ้าเปิดผางเข้ามา พร้อมกับร่างท้วมของรองประธานฝ่ายบริหารอย่าง "อำนาจ" ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย มือข้างหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์มือถือแนบหู ดวงตาคู่เล็กกวาดมองไปทั่วห้องทำงานมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามา "คุณกันต์... ยังไม่กลับอีกหรือครับ ดึกป่านนี้แล้ว" อำนาจชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นซีอีโอหนุ่มยืนขวางทางอยู่หน้าโต๊ะทำงาน รอยยิ้มเจื่อนๆ ถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าอูม กวินท์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคมกริบมองทะลุผ่านความหวาดระแวงของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย มือหนายังคงไขว้ไว้ข้างหลัง ส่งสัญญาณเตือนเป็นจังหวะเบาๆ ที่สะโพก เพื่อบอกให้รวินันท์อยู่นิ่งๆ "ผมมีนิสัยชอบทบทวนตัวเลขในความเงียบครับ คุณอำนาจ... ดูเหมือนว่าคุณเองก็มีรสนิยมคล้ายกัน ถึงได้มาเดินเล่นแถวห้องผมตอนตีสองแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้อำนาจต้องกลืนน้ำลายลงคอ "พอดีผม... ลืมเอกสารงบประมาณสำคัญไว้บนโต๊ะประชุมชั้นล่างน่ะครับ นึกขึ้นได้ว่าห้องคุณกันต์อาจจะมีสำเนาสำรอง เลยตั้งใจจะแวะมาดู... แต่ไม่คิดว่าจะรบกวนเวลาส่วนตัว" อำนาจหัวเราะกลบเกลื่อน สายตาพยายามชะเง้อมองข้ามไหล่กว้างของกวินท์เพื่อสำรวจความผิดปกติ "เอกสารสำคัญมักจะซ่อนอยู่ในที่ที่เราคาดไม่ถึงเสมอครับ... เหมือนความจริงบางอย่าง ที่ต่อให้พยายามกวาดซุกใต้พรมแค่ไหน กลิ่นมันก็ยังโชว์หึ่งออกมาอยู่ดี" กวินท์ก้าวเท้าเดินเข้าหาช้าๆ บีบให้อำนาจต้องถอยร่นออกไปทีละก้าว "แต่โชคดีนะ... ที่คืนนี้ ผมยังไม่ได้เก็บกวาดอะไรทิ้ง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัด Sensation อากาศให้ขาดออกจากกันได้ อำนาจหัวเราะแห้งๆ พยักหน้ารับอย่างลิบลับ "ถ้าอย่างนั้น... ผมไม่กวนดีกว่าครับ เชิญคุณกันต์พักผ่อนตามสบาย" เมื่อร่างท้วมนั้นล่าถอยออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตูกระทบวงกบเบาๆ ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง กวินท์ผ่อนลมหายใจยาวนานออกทางปาก ก่อนจะหันกลับมามองทนายความสาวที่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าสวยคมฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก "คุณเกือบทำให้เราเสียเปรียบก้าวใหญ่" รวินันท์เปิดฉากขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความตำหนิเล็กๆ "ถ้าอำนาจเห็นฉันอยู่ในห้องนี้ เกมที่เราวางแผนไว้ทั้งหมดจะพังทลายลงในพริบตา" "แต่เขาก็ไม่เห็นไม่ใช่หรือครับ?" กวินท์ย้อนถาม มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้จนรวินันท์ต้องขยับถอยหลังสะโพกชนขอบโต๊ะทำงาน "อีกอย่าง... ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาเห็นคุณในพื้นที่ส่วนตัวของผมเด็ดขาด" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มีพลังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบ รวินันท์เบนสายตาหนีความร้อนแรงจากนัยน์ตาคู่นั้น เธอยกเอกสารคดีฉ้อโกง 300 ล้านบาทขึ้นมาวางคั่นกลางระหว่างเขากับเธอ เพื่อดึงสติกลับสู่ความเป็นมืออาชีพ "เราไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยาแล้วครับคุณกันต์..." รวินันท์ใช้น้ำเสียงจริงจัง "การปรากฏตัวของอำนาจดึกดื่นแบบนี้ หมายความว่าเขากำลังร้อนรน และนั่นแปลว่าหลักฐานเส้นทางการเงินที่เรากำลังตามหา... อยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด" กวินท์หุบยิ้มทันที แววตาเจ้าเล่ห์ถูกแทนที่ด้วยความเฉียบคมของนักธุรกิจผู้กุมอำนาจ เขาใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เนื้อดี "ถูกต้องครับ... อำนาจเป็นแค่เงา คนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังจริงๆ คือบอร์ดบริหารเก่าที่ร่วมมือกับกลุ่มทุนนอกประเทศ และถ้าเราอยากโค่นพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว ลำพังอำนาจทางกฎหมายของคุณ หรืออำนาจเงินของผม... ต่างฝ่ายต่างทำได้แค่เฉี่ยวเปลือกนอกเท่านั้น" รวินันท์เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววเข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะสื่อ อุดมการณ์ความถูกต้องที่เธอพยายามปกป้องด้วยกรอบของกฎหมาย มักจะมีช่องโหว่ที่อำนาจมืดใช้หลบ ในขณะที่อิทธิพลและทรัพย์สินที่เขามี สามารถพังกำแพงทุกอย่างได้ แต่มันไร้ความชอบธรรมหากขาดหลักฐานทางกฎหมายรองรับ ทั้งสองคนยืนอยู่คนละฝั่งของเส้นแบ่งเขตแห่งศีลธรรมและอำนาจ แต่นาทีนี้ เงาของพวกเขาทับซ้อนกันอย่างสมบูรณ์แบบบนพื้นห้องทำงานที่สะท้อนแสงไฟจากเมืองหลวง รวินันท์ยื่นมือเรียวบางออกไปตรงหน้า ช้าๆ แต่มั่นคง "อย่างเป็นทางการ... คุณกันต์ ในฐานะทนายความผู้แทนผลประโยชน์ทางกฎหมายของบริษัท ฉันขอเสนอให้เราทำสัญญาพันธมิตรแบบไร้รอยต่อ ทั้งในและนอกคดี" กวินท์มองมือคู่นั้น นิ่งงันไปชั่ววินาที ก่อนที่รอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่คืนนี้มาจะปรากฏบนใบหน้าคมคาย เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวของเธอไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านฝ่ามือเข้าหากันอย่างทรงพลัง "ยินดีต้อนรับสู่พันธมิตรที่อันตรายที่สุดในเมืองนี้ครับ... ทนายรวินันท์" กวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ชวนให้ใจสั่น ทว่า... ในวินาทีที่มือของทั้งคู่กุมกันสนิท เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอสีฟ้าสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความและภาพถ่ายไฟล์ลับที่ถูกส่งมาจากเบอร์นิรนาม รวินันท์ดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว ก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพถ่ายเอกสารบัญชีลับ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องล่าง... *"ระวังตัวไว้ให้ดี... คนที่พวกคุณกำลังตามหา ไม่ได้มีแค่คนในบริษัท แต่เป็นคนใกล้ตัวที่สุดที่พวกคุณไว้ใจที่สุด... และตอนนี้ เขากำลังเดินมาที่ห้องนี้"* คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%