เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 4

กลิ่นอายอันตราย

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงปรบมือเบา ๆ สามครั้งจากมุมมืดของห้องทำงานทนายความรุ่นใหม่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุง ไม่ได้สร้างความตกใจให้รวินันท์เท่ากับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดที่ก้าวพ้นเงาสลัวของเสาคอนكريตเปลือยออกมา กวินท์อยู่ในชุดสูทสีเทาเข้มไร้เนคไทเช่นเคย กระดุมเม็ดบนปลดออกอย่างจงใจเผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนภายใต้แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างที่กะพริบเป็นจังหวะ สีหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก มันไม่ใช่แววตาของผู้รุกราน... แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรง ซึ่งบังเอิญกรงนั้นมีสุนัขป่าตัวอื่นกำลังจะเข้ามาแย่งชิง "ยินดีต้อนรับสู่เกมของผมอย่างเป็นทางการครับ... วิว" ประโยคทิ้งท้ายจากหน้าจอโทรศัพท์ยังไม่ทันจางหาย เสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวลของตัวจริงก็ดังขึ้นซ้อนทับ บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ พลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น รวินันท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นบุหรี่มวนบางและกลิ่นฝนจากภายนอกลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของกวินท์ กลิ่นที่บ่งบอกถึงความอันตรายและความเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน "คุณเข้ามาในสำนักงานของฉันได้อย่างไร... คุณกวินท์" รวินันท์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน มือเรียวเอื้อมไปกุมสันแฟ้มคดีบนโต๊ะไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้สมองจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วว่าประตูหน้าถูกล็อกแน่นหนาด้วยระบบคีย์card แต่เขาก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ ห่างจากเธอไม่ถึงสามก้าว "ประตูหน้านั่นระบบดีมากครับ... เสียอย่างเดียว เจ้าของตึกเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทผม และผมบังเอิญมีคีย์การ์ดสำรองที่ใช้ได้กับทุกห้องในตึกนี้" กวินท์ตอบด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ เขาก้าวเท้าช้า ๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตาคมกริบมองเอกสารบนโต๊ะที่กระจัดกระจายเล็กน้อยจากการเผชิญหน้ากับ 'แขกไม่速เชิญ' เมื่อครู่ "ผมคิดว่าคุณน่าจะจัดการกับ 'ปัญหาเล็ก ๆ' พวกนี้ได้ดีกว่านี้เสียอีก ทนายความมือหนึ่ง" คำพูดนั้นแฝงการเหน็บแนมแต่นุ่มนวล จนรวินันท์รู้สึกเหมือนถูกตบเบา ๆ ที่ข้างแก้ม เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย "ถ้าคุณหมายถึงชายฉกรรจ์สองคนที่เพิ่งออกไปเมื่อนาทีที่แล้ว ฉันคิดว่าฉันรับมือได้โดยไม่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของซีอีโอใหญ่นะครับ... เอ๊ย... คะ... ค่ะ" รวินันท์เผลอสะดุดกับสรรพนามเมื่อความโกรธแล่นริ้วขึ้นมา แต่เธอก็รีบเปลี่ยนกลับมาควบคุมโทนเสียงให้แข็งกร้าว "ฉันจัดการได้ในแบบของฉัน" "แบบที่เกือบทำให้คุณหัวฟาดขอบโต๊ะน่ะหรือครับ?" กวินท์หยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงก้าวเดียว เข้มงวดและทรงพลังจนรวินันท์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง "คุณเก่งในศาล ทนายวิว คุณต่อปากต่อคำกับอัยการและผู้พิพากษาได้อย่างไร้ที่ติ แต่โลกนอกห้องพิจารณาคดี... มันไม่ได้ตัดสินกันด้วยข้อกฎหมาย แต่มันตัดสินกันด้วยความตายหรือความอยู่รอด" บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงรถราที่วิ่งฝ่าสายฝนบนถนนเบื้องล่างเป็นฉากหลัง รวินันท์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวินท์ เธอพยายามมองหาเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีปกป้องเธอกราย ๆ นี้ มันคือความหวังดี หรือเป็นเพียงหมากอีกตัวหนึ่งในกระดานที่เขาเป็นผู้ควบคุม? "แล้วคุณมาทำไมที่นี่ดึกดื่นแบบนี้" เธอถามเสียงเย็น "หรือว่าเอกสารลับเรื่องการฮุบที่ดินริมแม่น้ำของบริษัทคุณ... มีปัญหาอะไรที่ทำให้คุณนอนไม่หลับจนต้องมาวิ่งเต้นหาทนายถึงออฟฟิศมืด ๆ?" กวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและก้องกังวานในความเงียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบก่อนจะจางหายไป "คุณนี่นะ... มองโลกในแง่ร้ายเป็นอาชีพจริง ๆ" เขายื่นมือหนาออกมา วางปลายนิ้วลงบนแฟ้มคดีที่เธอกำลังกุมอยู่ แรงกดเบา ๆ จากปลายนิ้วของเขาทำให้รวินันท์ต้องชะงักและเผลอผ่อนแรงมือลง "ผมไม่ได้มาเรื่องงาน ผมมาเพราะผมรู้ว่า... คนที่ส่งหมาป่ามารุมทึ้งคุณเมื่อกี้ มันไม่ใช่แค่พวกนักเลงข้างถนน แต่เป็นคนเดียวกันกับคนที่กำลังพยายามเล่นงานผมอยู่เบื้องหลัง" คำพูดนั้นทำให้รวินันท์ชะงัก ร่างบางนิ่งงิ่งไปชั่วอึดใจ ความระแวงในทีแรกถูกแทนที่ด้วยความสงสัยทางวิชาชีพ "หมายความว่าอย่างไร?" "หมายความว่า... ตอนนี้เรากำลังนั่งอยู่บนเรือลำเดียวกันครับ ทนายวิว" กวินท์โน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของเธอ กลิ่นอายความเป็นชายและความกดดันจากตัวเขาแผ่ซ่านจนรวินันท์ต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ "และถ้าคุณยังดื้อดึงจะลุยเดี่ยวแบบเมื่อกี้ พรุ่งนี้เช้า... คนที่จะเก็บกวาดไม่ใช่ตำรวจ แต่จะเป็นคนของมัน" จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินนอกห้องก็ทำลายความเงียบลง กองกำลังที่ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่กำลังพุ่งตรงมายังประตูกระจกฝ้าของสำนักงาน รวินันท์เบิกตากว้าง หันไปมองที่ลูกบิดประตูก่อนจะตระหนักว่าระบบล็อกอัตโนมัติเมื่อครู่ถูกทำลายลงแล้วจากฝั่งด้านนอก! กวินท์ไม่รอช้า มือแกร่งคว้าข้อมือเรียวของรวินันท์ไว้แน่นด้วยความเร็วที่เหนือกว่า กระชากเธอให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วดึงเข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีตมุมห้องอย่างแนบเนียน พร้อมกับที่บานประตูสำนักงานถูกกระชากเปิดผางด้วยแรงมหาศาล! แสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืด พร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำสนิท กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านอบอวลไปทั่วห้อง รวินันท์แนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของกวินท์ เธียรรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงและหนักแน่นของชายหนุ่มท่ามกลางสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย กวินท์ก้มลงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านเส้นผมของหญิงสาว "อย่าส่งเสียง... และจับมือผมไว้ให้แน่นครับ" เขายื่นมืออีกข้างออกจากเงาสلัว พร้อมกับที่แสงไฟฉายสาดส่องมาหยุดอยู่ที่ความว่างเปล่าหน้าโต๊ะทำงานของเธอ... และในวินาทีที่ชายชุดดำคนแรกก้าวเข้ามาในระยะประชิด กวินท์ก็กระชากลิ้นชักโต๊ะทำงานออกเสียงดังลั่นพร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของรวินันท์ก็เหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นหนึ่งที่กลิ้งหลุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของชายชุดดำคนที่ยืนอยู่หน้าสุด มันคือแฟลชไดรฟ์สีเงินยวงสลักตราสัญลักษณ์คุ้นตา... ตราสัญลักษณ์เดียวกับเอกสารลับในตู้เซฟของบิดาเธอที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำเมื่อห้าปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเลนส์ชีวิตและเงาสะท้อนของเมืองใหญ่ไปด้วยกันนะครับ **- คนมองเมือง -**
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%