เสียงคีย์บอร์ดในห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดินของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจไม่ได้ดังระรัว แต่มันเคาะลงเป็นจังหวะเนิบนาบเยือกเย็นราวกับเสียงนาฬิกาตาย
รวินันท์ยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและสันแหลมของคมจมูกเธอ ในมือถือแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดจนหยดน้ำเกาะพราว หล่อนกำลังจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหน้า—กวินท์ ซีอีโอหนุ่มผู้มักจะเนี้ยบกริบในสูทสากล แต่ยามนี้เขากำลังถอดเสื้อสูทออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นจนเห็นรอยสักรูปเข็มนาฬิกาที่ข้อมือซ้าย—รอยแผลเป็นที่เขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครในโลกธุรกิจได้เห็น
"ไฟล์หลักถูกฟอร์แมตทิ้งไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ตั้งแต่วันที่บอร์ดบริหารลงมติเรื่องโครงการควบรวมกิจการ" เสียงทุ้มต่ำของกวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยาวรัวปุ่มคำสั่งลงบนบรรทัดโค้ดสีเขียวขจีที่วิ่งผ่านตาอย่างรวดเร็ว "พวกมันคิดว่าลบจากถังขยะระบบแล้วจะหายไป... แต่พวกมันลืมไปว่า ฮาร์ดดิสก์ตัวนี้เคยผ่านมือผมมาก่อนที่ผมจะก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ประธาน"
รวินันท์ขยับตัวเล็กน้อย เสียงส้นรองเท้าคัทชูส์กระทบพื้นปูนดังสะท้อนเบาๆ หล่อนเดินเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มคนนี้มักทำให้เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาด—มันไม่ใช่เสน่ห์แบบชายหนุ่มเจ้าสำราญทั่วไป แต่มันคือความอันตรายของคนที่รู้ทันเกมการเมืองในโลกสีเทา และพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริง
"คุณกำลังเล่นกับไฟนะ, คุณกันต์" รวินันท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกังวลไว้ลึกๆ "ถ้าฝ่ายกฎหมายของบริษัทรู้ว่าคุณแอบดึงแบ็คอัพลับชุดนี้ออกมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรอง คุณจะโดนข้อหาละเมิดอำนาจกรรมการ และอาจลามไปถึงคดีอาญาฐานเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ"
กวินท์หยุดพิมพ์ เขานิ่งไปชั่วขณะก่อนจะหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้ขนตางอนยาวคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของทนายความสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนที่ตั้งกำแพงสูงลิ่วอย่างรวินันท์ต้องกระตุกวูบ
"ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ... ที่ทนายความมือหนึ่งผู้ผดุงความยุติธรรมอย่างคุณรวินันท์ มาห่วงใยเรื่องข้อกฎหมายของคนที่กำลังจะช่วยคุณชนะคดี?"
คำถามยอกย้อนที่เจือกระแสเสียงทุ้มต่ำชวนให้ใจสั่นทำให้รวินันท์ต้องเบือนหน้าหนี หล่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นและเป็นมืออาชีพเช่นเดิม
"ฉันไม่ได้ห่วงคุณ ฉันห่วงรูปคดี" รวินันท์สวนกลับทันควัน "ถ้าหลักฐานที่คุณกู้ขึ้นมามันใช้การไม่ได้ หรือเป็นแค่ไฟล์ขยะที่ถูกตัดต่อ ฉันต่างหากที่จะต้องเป็นคนยืนรับกระสุนในชั้นศาล"
"ไม่มีการตัดต่อครับ" กวินท์หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว ระยะห่างระหว่างเขากับเธอยามนี้เหลือเพียงไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก "เพราะวิดีโอนี้... บันทึกภาพเหตุการณ์ในคืนวันที่ 14 ตุลาคม แบบเรียลไทม์ ไม่มีสะดุด และที่สำคัญที่สุด... มันเห็นหน้าคนที่สั่งการให้ลบไฟล์ตัวจริงอย่างชัดเจน"
หัวใจของรวินันท์กระตุกวาบ ภาพความทรงจำเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุบนทางยกระดับเมื่อสามสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว คดีที่พยานปากเอกกลับคำให้การอย่างไร้สาเหตุ และกล้องวงจรปิดทุกตัวในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรถูกรายงานว่า 'เสีย' พร้อมกันอย่างน่าประหลาด
"เปิดดูสิครับ" กวินท์ผายมือไปยังหน้าจอหลัก
บนจอภาพขนาดใหญ่ ปรากฏภาพวิดีโอขาวดำจากมุมสูงของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ภาพความคมชัดระดับ 4K เผยให้เห็นรถยนต์หรูคันหนึ่งจอดสนิทอยู่มุมอับ ร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวลงมาจากเบาะหลัง—ใบหน้านั้นชัดเจนจนรวินันท์เผลอกลั้นหายใจ
นั่นคือ "ชัยยุทธ" รองประธานอาวุโส ผู้ทรงอิทธิพลและเป็นมันสมองเบื้องหลังกลุ่มทุนคู่แข่ง กำลังยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบให้กับชายชุดสูทสีเข้มอีกคน ซึ่งรวินันท์จำได้แม่นยำว่าเป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของตึกนี้เอง
"เห็นไหมครับ?" กวินท์โน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงของเขานุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความเฉียบคม "หมากตัวนี้เดินพลาดไปก้าวเดียว... และมันกำลังจะทำให้กระดานทั้งหมดล่มสลาย"
รวินันท์นิ่งงัน สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักกฎหมาย หลักฐานชิ้นนี้ทรงพลังเกินกว่าจะจินตนาการ มันไม่เพียงแต่พลิกคดีอุบัติเหตุให้กลายเป็นการฆาตกรรมอำพราง แต่มันยังเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่จะสั่นคลอนรากฐานของกลุ่มทุนใหญ่ได้ทั้งเครือข่าย
"คุณได้มันมาได้ยังไง..." รวินันท์พึมพำโดยไม่ละสายตาจากจอภาพ
"ความลับของผมมีราคาค่างวดสูงมากครับคุณวิว" กวินท์เอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังตึงเครียด "และสิ่งที่ผมต้องการแลกเปลี่ยนกับหลักฐานชิ้นนี้... ก็ไม่ใช่เงินทอง หรืออำนาจในบอร์ดบริหาร"
รวินันท์หันกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอระแวดระวังเต็มขั้น "แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน?"
กวินท์เหยียดยิ้มบางๆ มือหนาเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่ข้อศอกของเธอ รสัมผัสอุ่นจัดผ่านเนื้อผ้าทำให้รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี
"ผมต้องการให้คุณ... เชื่อใจผม" น้ำเสียงของเขาจริงจังและทรงพลัง จนแทบไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ "ไม่ว่าเกมหลังจากนี้จะสกปรกแค่ไหน หรือมีใครเอาชีวิตเราเป็นเดิมพัน คุณต้องไม่ปล่อยมือจากผม"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่รวินันท์จะทันได้ตอบคำถามหรือดึงแขนกลับ เสียงเตือนภัยสีแดงฉานก็พลันกะพริบวาบขึ้นทั่วทั้งห้องเซิร์ฟเวอร์ ไฟสำรองดับพรึบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว เสียงสัญญาณกันขโมยดังกรีดแหลมแสบแก้วหูตามมาติดๆ
หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าดับวูบลงพร้อมกันทุกจอ ก่อนที่ตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นบนจอมืดสนิท—
*System Override: Unauthorized Access Detected. Location: Sub-Basement 2.*
กวินท์ขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าข้อมือรวินันท์ไว้มั่นโดยสัญชาตญาณ "มีคนรู้ตัวแล้ว..."
ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกที... พร้อมกับเสียงโลหะกระทบพื้นราวกับมีใครบางคนกำลังลากอาวุธเข้ามาประชิดประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ทีละน้อย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมและหัวใจอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ "คนมองเมือง"
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 26
หลักฐานวิดีโอลับ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!