เสียงปิดแฟ้มเอกสารคดีคอร์รัปชันมูลค่าพันล้านบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสะท้อนก้องในห้องทำงานเพดานสูงตระหง่านของอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร มันเป็นเสียงที่หนักแน่นพอจะเตือนสติให้มนุษย์ออฟฟิศทุกคนรู้ว่า เวลาล่วงเลยมาถึงตีสองครึ่งแล้ว ทว่าแสงไฟนีออนสีขาวนวลจากภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ยังคงสาดส่องเข้ามาอาบไล้ร่างของคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันอยู่
รวินันท์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวภายใต้ชุดสูทสีเทาเข้มยังคงจรดอยู่บนปากกาหมึกซึมราคาแพง ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม กวินท์ ซีอีโอหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของบริษัทมหาชนแห่งนี้กำลังมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่มักจะทำให้ทนายความสาวผู้เยือกเย็นอย่างเธอต้องเผลอกลั้นหายใจทุกครั้งไป
"คุณอ่านสำนวนนี้รอบที่สามแล้วนะครับ, คุณวิว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กวินท์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงอย่างผ่อนคลาย ท่าทีที่ดูสบายๆ นี้ช่างขัดแย้งกับความกดดันมหาศาลที่แบกรับอยู่บนบ่าของเขาเหลือเกิน "กลัวว่าผมจะซ่อนหลักฐานอะไรไว้ใต้พรมอีกอย่างนั้นหรือครับ?"
"ฉันแค่วิเคราะห์ความเสี่ยงค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง ผมแค่วิเคราะห์ความเสี่ยงครับ" รวินันท์เผลอหลุดคำแทนตัวตามความคุ้นเคยสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาแล้วปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเป็นทางการ "ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมาย ฉันจำเป็นต้องรอบคอบที่สุด โดยเฉพาะเมื่อคู่ต่อสู้ของคุณคือคนในตระกูลเดียวกันเอง"
กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เจือความขมขื่นและโดดเดี่ยวในคราวเดียวกัน เขายื่นมือหนาออกไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดบนโต๊ะ ก่อนจะวางมันลงที่เดิมโดยไม่ได้แตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย
"คนที่น่ากลัวที่สุด... ไม่ใช่คนที่ถือมีดเข้ามาตรงๆ หรอกครับ, คุณวิว" กวินท์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "แต่คือคนที่นั่งร่วมโต๊ะอาหาร ยิ้มให้เราอย่างอบอุ่น แล้วค่อยๆ หยิบยาพิษใส่ลงในแก้วกาแฟของเราต่างหาก... เหมือนที่คุณพ่อของผมกำลังทำอยู่ตอนนี้"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รวินันท์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืดที่เขากำลังเผชิญ แต่เป็นเพราะความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังอันแข็ง ฯพณฯ ของซีอีโอหนุ่มคนนี้ ปมในอดีตของเธอที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยคดีความและกฎหมายเริ่มสั่นคลอน เมื่อเธอได้เห็นเงาสะท้อนของความเจ็บปวดที่คล้ายคลึงกันในแววตาของเขา
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ค่อยๆ 1 ก้าวเข้าหา... กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพของทั้งคู่ผสมผสานเข้ากับความอ่อนล้าทางจิตใจ ท่ามกลางภารกิจอันเคร่งเครียดที่อาจหมายถึงอิสรภาพหรือแม้แต่ชีวิตของกวินท์ ความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งสองพยายามปฏิเสธมาตลอด กลับค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงเชียบในพื้นที่รอยต่อระหว่างความเป็นและความตายของคดีนี้
"คุณไม่ได้นอนมาสามวันแล้วนะครับ, กวินท์" รวินันท์เผลอหลุดปากเรียกชื่อจริงของเขาโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยข้อกฎหมายเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่เจือความอบอุ่นอย่างประหลาด
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมคายไหววับเป็นประกาย เขาไม่ได้ยินใครเรียกชื่อเล่นของเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ... ตั้งแต่แม่ของเขาเสียชีวิตไป หรือตั้งแต่วันที่เขาต้องก้าวขึ้นมาสวมเกราะเหล็กเพื่อปกป้องอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้จากเขี้ยวเล็บของเครือญาติ
"เป็นห่วงผมหรือครับ?" กวินท์ถามเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อย จนรวินันท์สามารถรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้ "หรือว่ากลัวว่าถ้าผมติดคุกไป... จะไม่มีใครคอยกวนใจคุณด้วยคดีพวกนี้อีก?"
"ฉันแค่ทำหน้าที่ตามสัญญาจ้างค่ะ... ครับ" รวินันท์รีบเบือนหน้าหนีไปมองเอกสารบนโต๊ะเพื่อซ่อนพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว เธอกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกสมาธิกลับคืนมา "เรามาคุยกันเรื่องพยานปากเอกดีกว่าค่ะ พรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้า เราต้องไปที่..."
ทว่าประโยคคำสั่งของทนายความสาวก็ต้องถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเธอเบาๆ แล้วบังคับให้เธอกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลทำให้ลมหายใจของรวินันท์สะดุด กวินท์ไม่ได้รุกล้ำเกินเลย เขเพียงแค่มองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สายตาคู่นั้นที่ดุดันและเย็นชากับคนทั้งโลก บัดนี้กลับอ่อนโยนและเว้าวอนจนน่าใจหาย
"พักก่อนเถอะครับ... คดีนี้รอได้ แต่หัวใจของคุณ..." กวินท์เว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับแววตาที่พราวระยับ "เอ่อ หมายถึง สุขภาพของคุณ สำคัญกว่านะ"
ก่อนที่รวินันท์จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดเพื่อโต้แย้งหรือผลักไสสัมผัสนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือรุ่นท็อปบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหล กวินท์ถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย ก่อนจะผละมือออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกราบในเสี้ยววินาที
นิ้วเรียวของซีอีโอหนุ่มกดเปิดไฟล์ภาพถ่ายที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาไม่ระบุตัวตน มันคือภาพถ่ายเอกสารลับสุดยอดที่ถูกซ่อนไว้ในตู้นิรภัยส่วนตัวของบิดาเขา—เอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าบริษัทคู่แข่งรายใหญ่กำลังฮุบหุ้นทั้งหมดโดยมีคนในตระกูลของเขาร่วมมือด้วย และที่สำคัญที่สุด... มุมขวาล่างของเอกสารแผ่นนั้น ปรากฏลายเซ็นของบุคคลที่รวินันท์เพิ่งว่าความให้เมื่อสัปดาห์ก่อน
กวินท์เงີยหน้าขึ้นช้าๆ มองหน้ารวินันท์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดระแวงและความจริงอันโหดร้ายกระแทกใส่หน้าพวกเขาทั้งคู่อย่างจังในยามวิกาล
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมและหัวใจอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 25
สายตาคู่นั้น
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!