กลิ่นอายของแชมเปญชั้นดีปะปนกับกลิ่นกายหรูหราของผู้คนในห้องโถงใหญ่ ประหนึ่งภาพสะท้อนของสังคมเมืองหลวงที่เคลือบไว้ด้วยความลวงตาและผลประโยชน์ทับซ้อน แสงไฟจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา วงดนตรีแจズบรรเลงคลอเบาๆ ทว่าไม่อาจกลบเสียงกระซิบกระซาบของเหล่าไฮโซและนักการเมืองที่กำลังเดินเกมการเมืองใต้โต๊ะในงานกาล่าการกุศลค่ำคืนนี้ได้เลย
รวินันท์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องพักรับรองของโรงแรมหรูกลางกรุง นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าซาตินสีดำกำลังจัดระเบียบชุดราตรีเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มลึก ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงความดุดันและน่าค้นหา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตึงเครียดที่เกาะกุมก้อนเนื้อในอก คดีทุจริตที่เธอกำลังสาวไส้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของตัวเลขในบัญชี แต่มันพัวพันถึงโครงสร้างอำนาจมืดที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง
"ถ้าคุณยังทำหน้าเครียดเหมือนกำลังจะขึ้นศาลไต่สวนคดีฆาตกรรม... คนอื่นเขาจะพากันสงสัยว่าเรามาสืบราชลับ ไม่ใช่มางานเต้นรำนะครับ, ทนายรวินันท์"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเงาสลัวด้านหลัง รวินันท์ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กวินท์ก้าวออกมาจากมุมมืด ชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีตขับเน้นรูปร่างสูงสง่าและไหล่กว้างให้ดูน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย
หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า สายตาสองคู่ปะทะกันในความเงียบอันตึงเครียด ความฉลาดทันกันทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องเอ่ยคำพรรณนาใดๆ ให้ยืดยาว
"ฉันไม่ได้มาเล่นสนุกกับคุณนะคะ, คุณกวินท์" รวินันท์ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาอุณหภูมิความเย็นชาในน้ำเสียง "และแผนการแฝงตัวเข้ามาในงานของสมาคมนักธุรกิจอสังหาฯ คืนนี้... ฉันหวังว่าคุณจะจำได้ว่าเรามีเป้าหมายคืออะไร ไม่ใช่แค่มาเดินอวดโฉมให้พวกสื่อกระพือข่าวซุบซับ"
กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนรวินันท์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเข้มข้นแบบบุรุษเพศลอยเข้าแตะจมูก เจือด้วยความอบอุ่นที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด—ความรู้สึกที่ว่าผู้ชายคนนี้มีอิทธิพลต่อความนิ่งสงบในใจเธอ
มุมปากของซีอีโอหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน "คุณกลัวอะไรอยู่หรือครับ, รวินันท์? กลัวคดีนี้... หรือว่ากลัวหัวใจตัวเองกันแน่"
"คุณกวินท์!" เธอตวาดเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ "อย่าล้ำเส้น"
"ผมไม่เคยล้ำเส้น... ผมแค่เดินไปในจุดที่เส้นมันถูกลากไว้แล้วต่างหาก" กวินท์กล่าวเสียงนุ่ม ทว่าแฝงนัยยะลึกซึ้ง "จำไม่ได้หรือครับว่าภารกิจของเราคืออะไร? *'การกลมกลืน'*... ในงานสังคมแบบนี้ ถ้าเรายืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ คนอื่นเขาจะดูออกทันทีว่าเราไม่ใช่พวกเดียวกัน และนั่นจะทำให้เป้าหมายของเราสะดุด"
ก่อนที่รวินันท์จะทันได้โต้แย้ง เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่อดนตรีแจ즈เปลี่ยนจังหวะเป็นเพลงวอลทซ์ช้าๆ ท่วงทำนองที่โรแมนติกแต่กลับสร้างความกดดันให้หญิงสาวในทันที
"ถึงเวลาแล้วครับ, ท่านทนายผู้ทรงเกียรติ" กวินท์ยื่นมือหนาออกมาเบื้องหน้า ฝ่ามือแบออกอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด สายตาคู่นั้นบังคับกลายๆ โดยไม่ต้องใช้คำพูด
รวินันท์มองมือคู่นั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์ เธอรู้ดีว่าปฏิเสธไม่ได้ สายตานับร้อยคู่ในห้องโถงกำลังจับจ้องมาที่ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ำคืนนี้ และหากเธอปฏิเสธการเต้นรำเปิดฟลอร์ ความสงสัยจะพุ่งเป้ามาที่พวกเขาทันที
หญิงสาววางมือเรียวลงบนฝ่ามือของเขาอย่างจำยอม สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของเขาซึมผ่านถุงมือซาตินเข้ามาจนเธอรู้สึกวูบวาบในอก
กวินท์กระชับมือเธอมั่น ก่อนจะดึงร่างบางเข้าหาตัวอย่างนุ่มนวลแต่มั่นคง วินาทีที่ก้าวเข้าสู่กลางฟลอร์เต้นรำ แขนแกร่งของเขาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วของเธออย่างเหมาะเจาะ รวินันท์จำต้องวางมืออีกข้างลงบนลาดไหล่กว้างของเขา ระยะห่างระหว่างกันหายลายไปในพริบตา ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิด
"คุณเต้นรำเก่งกว่าที่คิดนะ" กวินท์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มทอดตัวลงต่ำจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของเธอ ขณะที่พวกเขาก้าวหมุนไปตามจังหวะเพลงวอลทซ์อย่างราบรื่น
"ฉันผ่านการฝึกมารยาทสังคมมามากพอที่จะไม่ทำตัวน่าเกลียดบนฟลอร์หรอกค่ะ... เอ่อ... ครับ" รวินันท์เกือบเผลอหลุดคำพูดเคยชินออกมาเมื่อสะดุดกับสายตาที่มองตรงมาอย่างรู้ทันของเขา
กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่เกินกว่าจะเกิดขึ้นระหว่างคู่หูทางคดี "คุณนี่นะ... แม้แต่เวลาอยู่ในอ้อมแขนผม สมองคุณก็ยังคำนวณแต่เรื่องหาช่องโหว่ทางกฎหมาย ไม่คิดจะผ่อนคลายบ้างเลยหรือครับ?"
"ถ้าฉันผ่อนคลาย... คนที่จะฉวยโอกาสเอาเปรียบฉันก็คือคุณนั่นแหละค่ะ—ครับ" รวินันท์เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเผลออีกครั้ง ขณะที่สะโพกและเรียวขาของเธอต้องขยับตามจังหวะก้าวเท้าที่ทรงพลังและแม่นยำของเขา การเคลื่อนไหวร่างกายที่แนบชิดทำให้เธอได้กลิ่นอายความเป็นชายที่ทรงอำนาจและอันตราย
"ผมไม่เคยเอาเปรียบใคร... ผมแค่ลงทุน และผลตอบแทนที่ผมต้องการตอนนี้..." กวินท์ลดเสียงลงกระซิบชิดใบหูของเธอจนเส้นผมของเธอไหวตามลมหายใจ "...คือการได้เห็นรอยยิ้มจริงๆ ของคุณบ้าง ไม่ใช่รอยยิ้มปั้นแต่งที่ใช้สู้กับผมในศาล"
รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนเพื่อดึงกำแพงระหว่างกันกลับคืนมา ทว่าดวงตาคมกريบที่สะท้อนเงาของเธอในระยะประชิดกลับไร้ซึ่งความเยือกเย็นอย่างที่เคยเป็น มันมีแต่ประกายความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจหาคำนิยามมาอธิบายได้
ในจังหวะที่เพลงหมุนวนพาพวกเขาเข้าสู่มุมมืดด้านหนึ่งของเสาหินอ่อนห่างจากสายตาผู้คน กวินท์ไม่ได้ปล่อยมือตามจังหวะถอยหลัง แต่กลับใช้มืออีกข้างโอบกระชับเอวเธอแน่นขึ้น บังคับให้เธอหยุดเคลื่อนไหวและแนบชิดกับอกแกร่งจนแทบไม่มีช่องว่าง
"คุณกำลังทำอะไร..." รวินันท์กระซิบเสียงสั่น หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะเพลงวอลทซ์ แต่เพราะสายตาที่คาดเดาไม่ได้ของคนตรงหน้า
"เงียบก่อนครับ..." กวินท์เอ่ยเสียงเบาหวิว สายตาคมกริบมองเลยผ่านไหล่เธอไปที่ระเบียงกระจกด้านนอก "ดูที่ระเบียงฝั่งทิศตะวันตก... คนที่คุณกำลังตามหา กำลังยืนคุยกับใครบางคนที่เราไม่ควรปล่อยให้คลาดสายตา"
รวินันท์ชะงัก ความรู้สึกวาบหวามเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณนักกฎหมายและนักสืบในเสี้ยววินาที เธอกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ เบนสายตาตามทิศทางที่เขาบอกผ่านกระจกบานใหญ่
ที่ระเบียงมืดสลัว ร่างของ "ประธานชัยยุทธ" นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและจำเลยคนสำคัญในคดีทุจริต กำลังยืนรับซองเอกสารสีน้ำตาลจากบุคคลปริศนาในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของชายปริศนาหันมาด้านข้างพอให้แสงไฟจากภายในลอดไปกระทบโครงหน้า—และนั่นทำให้รวินันท์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ไม่ใช่แค่ความลับเรื่องเงินสินบน... แต่เอกสารในมือคือนิติกรรมอำพรางที่เชื่อมโยงโดยตรงกับสำนักงานอัยการสูงสุด
"นั่นมัน..." รวินันท์พึมพำด้วยความตกใจ
"ใช่ครับ..." กวินท์กระซิบตอบข้างหูเธอ น้ำเสียงเย็นเยียบลงทันทีราวกับอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "และดูเหมือนว่า... เกมนี้มีผู้เล่นรายใหญ่กว่าที่เราคิดซ่อนอยู่ข้างหลัง และพวกเขากำลังรู้ตัวแล้วว่าเรากำลังตามล่า"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านหลังเสาหิน มุ่งตรงมายังมุมมืดที่พวกเขายืนอยู่ ก่อนที่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือจะสาดส่องเข้ามาตัดผ่านความมืดตรงหน้าอย่างกะทันหัน!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมและหัวใจอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 24
ความใกล้ชิดอันตราย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!