เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 23

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดในอากาศยามเที่ยงคืน คือสิ่งที่ทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของห้องทำงานบนชั้นสี่สิบห้าตื่นตัวถึงขีดสุด แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใสบานใหญ่ ทอดเงายาวทับร่างของคนสองคนที่กำลังยืนอยู่คนละฝั่งของโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดี "คุณกำลังเล่นกับไฟ, คุณรวินันท์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง กวินท์ทอดสายตามองทนายความสาวผ่านกรอบแว่นสายตาที่เขาถอดถือไว้ในมือ รอยยิ้มมุมปากของซีอีโอหนุ่มไม่ได้บ่งบอกถึงความขบขันแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อเดินเข้าสู่กรงที่วางไว้—หรือบางที, อาจกำลังสลับบทบาทกันอยู่ รวินันท์ไม่หลบสายตา เธอประสานมือไว้บนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงกลางโต๊ะ ปลายเล็บของเธอกดลงบนกระดาษจนขึ้นสีขาวซีดเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก "ไฟมักจะเผาคนที่เล่นกับมันก่อนเสมอค่ะ... เอ้ย, ครับ" เธอเผลอหลุดคำติดปากแบบเดิมออกไปเล็กน้อยก่อนจะปรับเสียงให้เข้มขึ้นตามสัญชาตญาณมืออาชีพ "และเอกสารฉบับนี้ ไม่ใช่แค่ไฟ แต่มันคือระเบิดเวลาที่จะลากตัวการใหญ่ลงมาในกองเพลิงด้วย" บนโต๊ะนั้นมี "เอกสารลับ" ฉบับหนึ่ง—รายงานการโอนเงินข้ามชาติมูลค่ามหาศาลผ่านบัญชีนรนาม ซึ่งระบุชื่อผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ... ชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบอร์ดบริหารอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลที่กวินท์กำลังตามเช็กบิลอยู่ ทว่าสิ่งที่กวินท์รู้และรวินันท์กำลังเดิมพัน คือเอกสารฉบับนี้เป็นของปลอมที่ผ่านการตกแต่งลายเซ็นอย่างแนบเนียน เพื่อใช้เป็น "เหยื่อ" ในการล่อปลาใหญ่ให้อ้าปาก "คุณคิดว่าตาแก่เคราเงินคนนั้นจะหลงกลกระดาษแผ่นเดียวที่คุณอุตส่าห์ปลอมขึ้นมาอย่างประณีตงั้นหรือ" กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยโคโลญจน์ราคาแพงลอยปะทะความรู้สึกจนรวินันท์ต้องสูดลมหายใจลึก "เขี้ยวลากดินขนาดนั้น เขาไม่ยอมเอาชื่อเสียงตัวเองมาแขวนไว้กับหลักฐานที่ตรวจสอบที่มาไม่ได้หรอก... เว้นเสียแต่ว่า" "เว้นเสียแต่ว่า เขามั่นใจว่ามีคนในคอยเปิดทางให้" รวินันท์ต่อประโยคให้ทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาววับอย่างท้าทาย "และเหยื่อชิ้นนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ 'คนใน' คนนั้นร้อนใจจนต้องรีบวิ่งออกมาขยับตัวต่างหากล่ะคะ... ครับ" ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะห่างที่ไม่ถึงก้าว ระยะห่างที่ทำให้รวินันท์ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อแผนการอันตรายที่พวกเขากำลังร่วมกันก่อขึ้น แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่มักเกิดขึ้นทุกครั้งยามที่ความคิดของคนทั้งคู่เดินทางมาบรรจบกันในจุดที่อันตรายที่สุด กวินท์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างลดลงจนรวินันท์ต้องเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มีทั้งความระแวดระวัง ความชื่นชม และ... ความห่วงใยที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา "คุณนี่มันดื้อรั้นเสียจริง, วิว" เขากระซิบ เสียงนั้นแผ่วเบาจนเกือบกลืนไปกับเสียงเมืองยามราตรี "รู้ทั้งรู้ว่าถ้าแผนนี้พลาด พวกเขาไม่ได้แค่ฟ้องล้มละลายคุณ แต่พวกเขาอาจจะทำให้คุณหายไปจากวงการกฎหมายตลอดกาล" "ถ้าฉันกลัวความพ่ายแพ้ ฉันคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรกหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" รวินันท์เม้มริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดสรรพนามเดิมซ้ำอีกครั้ง แต่ความจริงจังในสถานการณ์ทำให้เธอต้องรีบดึงสติกลับมา "คุณกันต์ต่างหากที่ต้องห่วงตัวเอง... เอกสารปลอมฉบับนี้ถูกส่งไปยังโต๊ะทำงานของประธานกรรมการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ผ่านช่องทางที่ 'สะอาด' ที่สุดตามที่คุณต้องการ ตอนนี้เราทำได้แค่นั่งรอให้ปลาติดเบ็ด" กวินท์มองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความเครียดนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาดูอันตรายและมีเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน "ผมไม่ได้ห่วงตัวเองเลยสักนิด" เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าแฝงนัยยะลึกซึ้ง "ผมแค่กำลังคิดว่า... ถ้าแผนนี้สำเร็จตามที่คุณคาดการณ์ไว้จริงๆ ผมควรจะให้รางวัลคุณด้วยอะไรดี ทนายความคนเก่ง" "แค่ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และเลิกทำตัวเป็นเจ้านายจอมเผด็จการสักวันละสبيช... ก็พอแล้วค่ะ—ครับ!" รวินันท์เกือบจะเผลอเสียงสูงใส่เขาอีกรอบ เธอรู้สึกว่าการต่อปากต่อคำกับกวินท์มักจะทำให้เกราะป้องกันทางอารมณ์ของเธอสั่นคลอนได้ง่ายกว่าการขึ้นศาลต่อสู้คดีกับอัยการมือฉกาจเสียอีก กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูรื่นหู ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อnวาจาใดโต้ตอบ เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ด... ติ๊ด..." บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายมาเป็นความเฉียบคมในเสี้ยววินาที กวินท์หันขวับไปมองหน้าจอ รวินันท์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัย มีคนกำลังเข้าถึงห้องเก็บเอกสารลับชั้นใต้ดินของสำนักงานกฎหมาย... จุดเดียวกับที่เก็บสำเนาเอกสารตัวจริงและหลักฐานมัดตัวผู้บงการ "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ" กวินท์พึมพำ ดวงตาคมกริบหันมาสบตารวินันท์ "ดูเหมือนว่า 'ปลาใหญ่' จะร้อนรนจนไม่รอให้ถึงรุ่งสางแล้วล่ะครับ" รวินันท์สูดหายใจเข้าลึก มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักออกมาตรวจสอบความพร้อมอย่างคล่องแคล่ว ท่าทีที่เปลี่ยนจากนักกฎหมายสาวผู้เรียบร้อยเป็นหญิงสาวผู้พร้อมเผชิญหน้ากับความตาย ทำให้กวินท์มองเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น "งั้นเราก็ลงไปต้อนรับแขกยามวิกาลกันเถอะค่ะ... ครับ" เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความท้าทายให้เขา ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องทำงานด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ส่วนตัวที่กำลังพาทั้งคู่ดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่าง โดยไม่มีทางรู้เลยว่า ปลายทางของประตูลิฟต์ที่กำลังจะเปิดออกนั้น ไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับมือปืนรับจ้างหรือคนสนิทของผู้บงการตามที่คาดการณ์ไว้ แต่กลับเป็นร่างของบุคคลที่พวกเขาสองคนคาดไม่ถึงที่สุด กำลังยืนรออยู่ท่ามกลางกองเอกสารที่ถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่สะท้อนผ่านเงากระจก ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเกมหักเหลี่ยมและหัวใจอันเข้มข้นนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%