เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที•ตอนที่ 7

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นอายของกระดาษรีไซเคิลเกรดต่ำผสมกับหมึกพิมพ์ราคาถูก ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมาปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ของทนายความมือหนึ่งแห่งสำนักงานกฎหมายชั้นนำ รวินันท์จ้องมองซองจดหมายสีน้ำตาลทึบแสงที่วางอยู่นิ่งสนิทตรงกึ่งกลางโต๊ะกระจกใส มุมห้องทำงานของเธออยู่บนชั้นที่สี่สิบของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร กรุงเทพมหานครยามค่ำคืนเบื้องล่างระยิบระยับไปด้วยแสงไฟจากกระแสธารแห่งทุนนิยม ทว่าความหนาแน่นของแสงสีเหล่านั้นกลับไม่สามารถขับไล่ความหนาเหน็บที่เกาะกุมอยู่ภายในช่องท้องของเธอให้จางลงไปได้เลย ฮาร์ดดิสก์ตัวเล็กที่เพิ่งถูกดึงออกมาจากตู้เซฟเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังคงนอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักชั้นในสุด ตัวเลขซีเรียลนัมเบอร์ที่สลักไว้ด้วยเลเซอร์ยังคงหลอกหลอนประสาทสัมผัส มันไม่ใช่แค่หลักฐานทางคดี แต่มันคือรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำลงบนรอยเดิมของครอบครัวเธอเมื่อสิบปีก่อน และในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอแกะผนึกซองจดหมายปริศนาฉบับนี้ ความเงียบงันภายในห้องทำงานก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ *“ความจริงที่เธอพยายามขุดคุ้ย... กำลังฝังกลบอนาคตของคนรอบตัวเธอทีละน้อย... คุณทนายผู้ผดุงความยุติธรรม”* ข้อความสั้นๆ ที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดโบราณ—เทคโนโลยีล้าสมัยที่ตั้งใจหลบเลี่ยงร่องรอยทางดิจิทัล—ปรากฏเด่นชัดอยู่บนกระดาษแข็งแผ่นบาง รวินันท์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอาการสั่นเทาของกล้ามเนื้อกราม เธอนิ่งงันไปหลายวินาที สมองอันเฉียบคมประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัยของตึกนี้ ใครบางคนที่มีอำนาจมากพอจะเดินเข้ามาวางจดหมายฉบับนี้บนโต๊ะของเธอได้ ย่อมไม่ใช่โจรย่องเบาทั่วไป แต่มันคือการประกาศสงครามจากคนที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเงาสีดำของคดีนี้ แอ๊ด... เสียงบานประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างเชื่องช้าโดยไม่เคาะขออนุญาต ทำลายภวังค์อันตรึงเครียดนั้นลงทันที กวินท์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงبนิ่ง ร่างสูงโปรแกรมในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนรสนิยมอันไร้ที่ติ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและอ่านยากเช่นเคย แต่ทว่า สัญชาตญาณของนักธุรกิจผู้ผ่านสมรภูมิมาโชกโชนทำให้เขารับรู้ได้ทันทีถึงความผิดปกติทางบรรยากาศ “ดึกป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่ยอมกลับคอนโดฯ ครับคุณวิว” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม พร้อมกับฝีเท้าที่เดินตรงเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน สายตาของกวินท์กวาดผ่านใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ซองจดหมายและกระดาษพิมพ์ดีดบนโต๊ะ รวินันท์ไม่ได้หลบตา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความระแวงระวัง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เธอไม่เคยแสดงออกต่อหน้าใครมานานนอกจากเขา “คุณเข้ามาได้ยังไง รหัสผ่านประตูห้องนี้มีแค่ฉันกับระบบรักษาความปลอดภัยของตึก” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และแฝงด้วยการตั้งแง่ กวินท์หยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงก้าวเดียว เขาไม่ได้ตอบคำถามเรื่องการเข้ามาในห้องทันที แต่สายตากลับกวาดอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นเพียงเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นบนใบหน้าของซีอีโอหนุ่มพลันแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่น่ากลัวอย่างยิ่ง “รหัสผ่านเปลี่ยนได้เสมอครับคุณวิว... แต่คนที่คิดจะเล่นเกมนี้กับคุณต่างหาก ที่กำลังเล่นกับไฟโดยไม่รู้ตัว” กวินท์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงไปอีกหลายองศา “คุณรู้เห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า คุณกวินท์” รวินันท์พุ่งเป้าประชิดด้วยคำถามเชิงจิตวิทยา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกวาดมองลึกลงไปในนัยน์ตาของชายหนุ่มเพื่อค้นหาพิรุธ “ฮาร์ดดิสก์ตัวนั้น... ซีเรียลนัมเบอร์ที่ตรงกับคดีพ่อของฉัน มันบังเอิญเกินไปไหมสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามามีบทบาทในชีวิตฉันเมื่อไม่กี่เดือนก่อน” กวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำกับขอบโต๊ะกระจกโน้มเข้าไปหารวินันท์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว “คุณคิดว่าผมเป็นคนส่งจดหมายนี่งั้นเหรอครับ?” กวินท์ถามกลับ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่วิเคราะห์ลึกซึ้ง “ถ้าผมอยากจะเตือนคุณ ผมคงไม่ต้องใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้... คุณวิว ทนายความผู้ปราดเปรื่อง ทำไมคุณถึงมองไม่เห็นภาพที่กว้างกว่านี้ล่ะครับ ว่าคนที่ส่งจดหมายฉบับนี้ไม่ได้กลัวสิ่งที่คุณมีอยู่ในมือ... แต่มันกำลังกลัวว่า ‘เรา’ จะร่วมมือกันต่างหาก” หัวใจของรวินันท์กระตุกวูบ คำว่า ‘เรา’ ที่ออกจากปากของกวินท์ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความเป็นพันธมิตรที่ปลอดภัย แต่มันคือการดึงเธอลงไปในวังวนอันตรายที่ไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป “ฉันทำงานคนเดียวมาตลอด ไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากใคร โดยเฉพาะจากคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างคุณ” เธอกล่าวสวนกลับทันควัน พยายามรักษาเกราะกำบังทางจิตวิทยาของตนเองไว้ “คนเราไม่มีทางยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความโดดเดี่ยวหรอกครับคุณวิว โดยเฉพาะในโลกที่กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือของคนมีอำนาจ” กวินท์ยืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของความมั่นใจที่บางครั้งก็ชวนให้หมั่นไส้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ “จดหมายฉบับนั้นไม่ได้เป็นแค่คำเตือน แต่มันคือ ‘พิกัด’... มันบอกว่าคนที่ตามล่าคุณรู้แล้วว่าคุณกำลังถือครองอะไรอยู่” รวินันท์ขมวดคิ้วแน่น เธอก้มมองกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง สมองประมวลผลคำพูดของกวินท์อย่างรวดเร็ว พิกัดอย่างนั้นหรือ? ถ้ามันคือพิกัด ทำไมถึงต้องใช้เครื่องพิมพ์ดีดโบราณ... ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากซักถาม เสียงแจ้งเตือนข้อความอิเล็กทรอนิกส์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง* ทั้งสองคนหันขวับไปมองหน้าจอสีฟ้าที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืดของห้องทำงาน รวินันท์ก้าวเข้าไปใกล้และใช้เมาส์คลิกเปิดอีเมลฉบับล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามาเมื่อสามวินาทีที่แล้ว โดยไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงหัวข้ออีเมลสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา *“ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย, คุณทนาย... หันไปมองที่กระจกฝั่งขวาของคุณสิครับ”* รวินันท์สะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองกระจกใสบานใหญ่ที่หันออกสู่ตึกระฟ้าเบื้องล่างทันที ที่กระจกบานนั้น... เงาสะท้อนของตึกฝั่งตรงข้ามไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนทุกคืน แต่กลับมีจุดแสงสีแดงขนาดเล็กดวงหนึ่ง กำลังทาบทับนิ่งสนิทอยู่ตรงบริเวณกลางหน้าอกของกวินท์! “กวินท์! หลบไป—!” ยังไม่ทันที่เสียงร้องเตือนจะหลุดจากลำคอ กวินท์ก็พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ เขากระชากเอาร่างของรวินันท์ให้ล้มลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานหนาพร้อมกันในเสี้ยววินาทีที่เสียงกระจกแตกกระจายดังสนั่นหวั่นไหว! เพล้งงงง! กระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงนัดหนึ่งเจาะทะลุกระจกกันกระสุนชั้นดี ฝังลงบนผนังปูนด้านหลังอย่างแม่นยำ และเศษกระจกใสโปรยปราวราวกับหิมะสีคมกริบท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องทำงานทั้งห้องในทันที *** ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและอันตรายไปกับตัวละครของเราในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... หยุดตรวจหัวใจผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%